ใจความสำคัญ
-
มีการศึกษาเพียงไม่กี่เรื่องที่ตรวจสอบว่าการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาที่ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 2 (SARS-CoV-2) ช่วยสนับสนุนหรือเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการป้องกันการเจ็บป่วย การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือการเสียชีวิตอย่างไร
-
เนื่องจากหลักฐานยังมีน้ำหนักน้อย เราจึงยังไม่แน่ใจว่าการตรวจหาเชื้อจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้คนเจ็บป่วยได้หรือไม่
-
ยังมีงานวิจัยไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงประโยชน์หรือผลเสียของการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 ประเภทต่างๆ ในการป้องกันการเจ็บป่วย การต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือการเสียชีวิต
SARS-CoV-2 คืออะไร
ไวรัสชนิดใหม่ที่เรียกว่า SARS-CoV-2 ถูกค้นพบในประเทศจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2019 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2024 มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 แล้ว 775 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7 ล้านคน การตรวจหาไวรัสสามารถช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบได้ว่าเมื่อใดผู้คนจะป่วยมากขึ้น ทำให้พวกเขาสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้ผู้อื่นปลอดภัย
เราต้องการทราบอะไร
เราได้ศึกษาว่าวิธีการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 แบบต่างๆ มีประสิทธิภาพดีเพียงใดในการช่วยป้องกันไม่ให้ผู้คนเจ็บป่วย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือเสียชีวิต นอกจากนี้ เรายังต้องการค้นหาว่าการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 มีความเกี่ยวข้องกับผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ใดๆ หรือไม่
เราทำอะไรบ้าง
เราค้นหาการศึกษาที่เปรียบเทียบกลยุทธ์การทดสอบ SARS-CoV-2 ที่แตกต่างกันสำหรับผู้ที่มีและไม่มีอาการ จากนั้นตรวจสอบสิ่งที่พบจากการศึกษา และสรุปผลลัพธ์ เราได้นำเสนอการเปรียบเทียบหลักๆ ที่เราตัดสินใจไว้ล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้ เรายังประเมินความเชื่อมั่นของเราต่อหลักฐาน โดยอิงจากปัจจัยต่างๆ เช่น วิธีดำเนินการศึกษาและจำนวนผู้เข้าร่วม
เราพบอะไร
เราพบ 21 การศึกษา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวน 13,312,327 คน ที่ศึกษาถึงประโยชน์และผลเสียของการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 วิธีต่างๆ อย่างไรก็ตาม มีเพียง 4 การศึกษา จากทั้งหมดนี้ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวน 190,821 คน ที่มีการวัดผลลัพธ์ในประเด็นที่เราให้ความสนใจ
ผลลัพธ์หลัก
1 การศึกษา ซึ่งจัดทำขึ้นในสถานดูแลผู้ป่วยระยะยาวในประเทศอิสราเอล ได้ประเมินผลกระทบของการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 ทุกสัปดาห์ ที่มีต่อจำนวนผู้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต โดยเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง: กลยุทธ์ที่มีการตรวจหาเชื้อ กับ การไม่ตรวจหาเชื้อเลย หรือการดูแลตามมาตรฐาน หรือแนวทางปฏิบัติแบบปกติทั่วไป การศึกษาดังกล่าวไม่ได้ประเมินจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่สามารถป้องกันได้ หรือผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ที่ร้ายแรงซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจหาเชื้อ ไม่มีการศึกษาใดที่ประเมินผลลัพธ์เหล่านี้สำหรับการเปรียบเทียบระหว่าง: กลยุทธ์การตรวจหาเชื้อแบบหนึ่ง กับ กลยุทธ์การตรวจหาเชื้ออีกแบบหนึ่ง
ประโยชน์และผลเสียของกลยุทธ์การตรวจหาเชื้อ เปรียบเทียบกับการไม่ตรวจหาเชื้อ หรือการดูแลตามมาตรฐาน หรือแนวทางปฏิบัติตามปกติ
เรายังมีความไม่แน่ใจอย่างมากเกี่ยวกับผลลัพธ์ในเรื่องการลดจำนวนผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิต โดยอิงจากการศึกษาเพียงเรื่องเดียวที่นำมาพิจารณา ซึ่งได้ประเมินผลกระทบของการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 เป็นประจำทุกสัปดาห์เปรียบเทียบกับการไม่ตรวจหาเชื้อเลย
ข้อจำกัดของหลักฐานคืออะไร
เราพบการศึกษาเพียงไม่กี่เรื่อง หลักฐานที่เราพิจารณาจากผลลัพธ์ 2 ประการ (ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างการมีการตรวจหาเชื้อกับการไม่ตรวจเลย) นั้นยังไม่มีน้ำหนักมากนัก เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการศึกษาเพียงเรื่องเดียว การศึกษาดังกล่าวมีปัญหาในวิธีการดำเนินการวิจัย และยังไม่ค่อยสอดคล้องกับคำถามการวิจัยมากนัก ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่เที่ยงตรงหรือถูกต้องแม่นยำทั้งหมด เนื่องจากมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และวิธีการวัดผลลัพธ์ก็อาจมีความบกพร่องเช่นกัน การวิจัยเพิ่มเติมมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของเรา
หลักฐานนี้เป็นปัจจุบันแค่ไหน
หลักฐานเป็นปัจจุบัน ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2024
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินประสิทธิผลของกลยุทธ์การทดสอบ SARS-CoV-2 ที่แตกต่างกันในการลดจำนวนผู้ป่วย COVID-19 การเข้ารักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องสงสัยและบุคคลที่ไม่มีอาการ
วิธีการสืบค้น
เราค้นหาในเว็บไซต์ CENTRAL, MEDLINE (Ovid), Embase (Elsevier), Europe PMC, ClinicalTrials.gov และ World Health Organization (WHO) International Clinical Trials Registry Platform. นอกจากนี้ เรายังดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอ้างอิง ค้นหาการอ้างอิง และติดต่อผู้ประพันธ์การศึกษาเพื่อค้นหาการศึกษาที่เข้าเกณฑ์ การค้นหาล่าสุดดำเนินการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2024
ข้อสรุปของผู้วิจัย
ข้อมูลที่มีอยู่มีความเชื่อมั่นต่ำมาก มีเพียง 1 จาก 21 การศึกษาที่รวบรวมไว้เท่านั้นที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิต ดังนั้น เราจึงไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับผลของกลยุทธ์การตรวจหาเชื้อเปรียบเทียบกับการไม่ตรวจหาเชื้อ ในการลดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้ ไม่มีการศึกษาใดที่ประเมินผลลัพธ์ที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่สามารถป้องกันได้ และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่ร้ายแรงซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจหาเชื้อ งานวิจัยในอนาคตควรมุ่งเน้นให้เกิดความสอดคล้องและความตรงประเด็น โดยการใช้ผลลัพธ์ที่มีการกำหนดนิยามไว้อย่างชัดเจน ซึ่งทางที่ดีควรประเมินจากชุดผลลัพธ์หลักที่เป็นมาตรฐาน (Standardised core outcome set) การสังเคราะห์หลักฐานเชิงคุณภาพ (Qualitative evidence synthesis: QES) จะช่วยระบุอุปสรรคและปัจจัยสนับสนุนต่อการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 เป็นประจำในสถานพยาบาล ซึ่งสามารถช่วยเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาแนวทางการดำเนินงาน (Intervention) ต่อไปได้ QES จะสำรวจปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินการทดสอบตามปกติ โดยอาศัยมุมมองของผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ ผู้ป่วย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายอื่นๆ
แหล่งทุน
การทบทวนวรรณกรรม Cochrane นี้ได้รับทุนบางส่วนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และ the Health Research Board of Ireland
การลงทะเบียน
Protocol (2025) DOI : 10.1002/14651858.CD016192
แปลโดย ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 11 พฤศจิกายน 2025 Edit โดย ศ.พญ. ผกากรอง ลุมพิกานนท์ 17 มกราคม 2026