ใจความสำคัญ
• ยาปฏิชีวนะดูเหมือนจะช่วยลดการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด ในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมหลอดเลือดแดงที่ขา (การผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดงส่วนปลายของรยางค์ล่าง)
• การบำบัดด้วยแรงดันลบแบบปิดแผล (เทคนิคการดูแลแผลแบบพิเศษ) อาจช่วยลดอัตราการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย และอัตราการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัดได้ แต่เรายังจำเป็นต้องมีการศึกษาที่เป็นมาตรฐานเพิ่มเติม
• วิธีการรักษาอื่นๆ ที่นำมาประเมิน ดูเหมือนจะแทบไม่มีหรือไม่ส่งผลต่อความแตกต่างเลย ในแง่ของการลดอุบัติการณ์การติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย และการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด
โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายคืออะไร
โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (PAD) เป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงซึ่งนำเลือดไปเลี้ยงบริเวณแขนหรือขาเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน โดยมักเกิดจากการสะสมของคราบไขมัน (plaque) ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดลดลง ภาวะนี้อาจส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น อาการปวด หรือเป็นตะคริวที่ขาในขณะที่เดิน ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายที่มีอาการรุนแรง อาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด (การผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดง) เพื่อแก้ไขหลอดเลือดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัดถือเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้เกิดอาการป่วยร้ายแรงหรือเสียชีวิตได้ การติดเชื้อเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก ดังนั้น การตรวจสอบว่ามาตรการที่เราสามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อเหล่านี้ได้ผลหรือไม่ จึงเป็นสิ่งสำคัญ บททบทวนวรรณกรรมนี้ได้ทำการศึกษาถึงวิธีการต่างๆ ในการป้องกันการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด ภายหลังการผ่าตัดหลอดเลือดแดงที่ขา
เราต้องการทราบอะไร
เราต้องการศึกษาว่ายาและวิธีการรักษาอื่นๆ เช่น ยาปฏิชีวนะ วิธีทำความสะอาด เทคนิคการผ่าตัด และการดูแลบาดแผล ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัดและการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่ายอย่างไร ในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดงที่ขา ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่สำคัญ
เราทำอะไรบ้าง
เราได้ทบทวนการศึกษาแบบสุ่มทุกรูปแบบที่ทำการทดสอบวิธีการรักษาต่างๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังการผ่าตัดหลอดเลือดแดงของรยางค์ล่าง (ขา) โดยรวบรวมเฉพาะการศึกษาที่มีการสุ่มแบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมวิจัยเพื่อรับการรักษาที่แตกต่างกันเท่านั้น นอกจากนี้ เรายังศึกษาด้วยว่าวิธีการรักษาที่แตกต่างกันส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ที่สำคัญอื่นๆ หรือไม่ เช่น อัตราการเสียชีวิตโดยรวม อัตราความล้มเหลวของการผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดง ความจำเป็นในการต้องผ่าตัดเพิ่มเติม อัตราการตัดอวัยวะทิ้ง อาการปวดที่เป็นผลจากการรักษาเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และอันตราย/ผลข้างเคียงใดๆ ที่เกิดจากวิธีการรักษาเหล่านี้ เราได้ประเมินคุณภาพของการศึกษา รวบรวมและนำข้อมูลมารวมกันเพื่อทำการวิเคราะห์ในกรณีที่สามารถทำได้ พร้อมทั้งทำการตรวจสอบคุณภาพของหลักฐานด้วย
เราพบอะไร
ในบททบทวนวรรณกรรมนี้ เราได้รวบรวมการศึกษาไว้จำนวนทั้งสิ้น 40 การศึกษา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมวิจัยรวม 7970 คน เราได้พิจารณาการเปรียบเทียบ 16 รูปแบบ สำหรับผลลัพธ์ 9 ประการ
การให้ยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด: หลักฐานชี้ให้เห็นว่าการให้ยาปฏิชีวนะอาจช่วยลดการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัดได้ เมื่อเทียบกับการไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ สำหรับผลลัพธ์ด้านอื่นๆ ที่เราสามารถประเมินได้นั้น ไม่พบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่ม
ประเภทของยาปฏิชีวนะแบบออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย (Systemic antibiotics) ที่ใช้เพื่อการป้องกัน: เราไม่พบความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างยาปฏิชีวนะเฉพาะแต่ละชนิด หรือระหว่างการใช้ยาในระยะยาวและระยะสั้น สำหรับผลลัพธ์ด้านอื่นๆ ที่เราสามารถประเมินได้นั้น ไม่พบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่ม
การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อการป้องกันในระยะสั้นเทียบกับระยะยาว: เราไม่พบความแตกต่างระหว่างการให้ยาปฏิชีวนะระยะสั้นและระยะยาว ในการป้องกันการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย หรือการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด สำหรับผลลัพธ์ด้านอื่นๆ ที่เราสามารถประเมินได้นั้น ไม่พบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่ม
การบำบัดด้วยแรงดันลบแบบปิดแผล (เทคนิคการดูแลแผลแบบพิเศษ) เทียบกับการปิดแผลตามมาตรฐาน: หลักฐานชี้ให้เห็นว่าเทคนิคนี้อาจช่วยลดการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัดได้ แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม สำหรับผลลัพธ์ด้านอื่นๆ ที่เราสามารถประเมินได้นั้น ไม่พบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่ม
วิธีการอื่นๆ : เราพบว่าแทบไม่มีหรือไม่พบความแตกต่างเลยระหว่างวิธีการอื่นๆ ที่นำมาประเมิน เช่น วัสดุปิดแผลแบบต่างๆ เทคนิคการผ่าตัด หรือการใช้ไหมเย็บแผลแบบพิเศษ ผลลัพธ์ที่ได้อาจยังไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ เนื่องจากจำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการศึกษามีอยู่อย่างจำกัด
โดยสรุป ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่ายาปฏิชีวนะอาจมีประสิทธิภาพในการช่วยป้องกันการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัดได้ การบำบัดด้วยแรงดันลบแบบปิดแผลอาจช่วยลดอัตราการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่ายและอัตราการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัดลงได้ แต่เรายังจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยที่มีมาตรฐานเพิ่มเติมมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับวิธีการอื่นๆ ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ
ข้อจำกัดของหลักฐานนี้คืออะไร
การศึกษาที่มีอยู่มีกลุ่มประชากรที่หลากหลาย และใช้เกณฑ์ในการวินิจฉัยการติดเชื้อที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ ระยะเวลาในการติดตามผลหลังการผ่าตัดยังมีความแตกต่างกันอย่างมากอีกด้วย เรายังพบว่าการศึกษาบางฉบับมีปัญหาด้านระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งอาจส่งผลให้ผลลัพธ์เกิดความคลาดเคลื่อนได้ (biased results) และสำหรับผลลัพธ์โดยส่วนใหญ่นั้น เรามีความเชื่อมั่นในหลักฐานอยู่ในระดับต่ำ เราได้ระบุถึงข้อจำกัดและความท้าทายเหล่านี้ในขณะที่พิจารณาผลลัพธ์ และได้นำมาพิจารณาร่วมด้วยก่อนที่จะทำการสรุปผล
หลักฐานนี้เป็นปัจจุบันแค่ไหน
หลักฐานเป็นปัจจุบันถึงเดือนสิงหาคม 2024
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (PAD) เกิดจากการตีบแคบของหลอดเลือดแดง การผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดง ถือเป็นวิธีรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง การติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย (Graft infections) และการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด (SSIs) เป็นภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดหลอดเลือดที่พบได้บ่อยและเป็นที่น่าวิตกกังวล การติดเชื้อเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก การประเมินประสิทธิผลของมาตรการป้องกันถือเป็นสิ่งสำคัญ
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินผลของมาตรการแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา ซึ่งรวมถึงการให้ยาต้านจุลชีพ การระงับเชื้อ (antisepsis) และการดูแลบาดแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดงส่วนปลายของรยางค์ล่าง (ขา) ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบเปิด (open) หรือแบบลูกผสม (hybrid)
วิธีการสืบค้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลของ Cochrane Vascular ได้ทำการสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล Cochrane Vascular Specialised Register, CENTRAL, MEDLINE, Embase, LILACS และ CINAHL ตลอดจนแพลตฟอร์ม World Health Organization International Clinical Trials Registry Platform และฐานข้อมูล ClinicalTrials.gov จนถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2024
เกณฑ์การคัดเลือก
เราได้รวบรวมการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomised Controlled Trials: RCTs) ทั้งหมดที่มีรูปแบบการวิจัยแบบคู่ขนาน (parallel design) (เช่น แบบสุ่มเป็นกลุ่ม หรือสุ่มเป็นรายบุคคล) รวมถึงการวิจัยกึ่งทดลองแบบสุ่ม (quasi-RCTs) ที่ประเมินมาตรการใดๆ ก็ตามที่มีจุดประสงค์เพื่อลดหรือป้องกันการติดเชื้อภายหลังการผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดงส่วนปลายของรยางค์ล่าง ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุและเพศ
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
เราใช้ระเบียบวิธีมาตรฐานของ Cochrane ผู้นิพนธ์การทบทวนวรรณกรรมสองท่านได้ทำการดึงข้อมูลและประเมินความเสี่ยงของการมีอคติในการศึกษาที่ถูกรวบรวมเข้ามาอย่างอิสระต่อกัน เราประเมินความเชื่อมั่นของหลักฐานโดยใช้แนวทาง GRADE
ผลการวิจัย
เราได้รวบรวม 35 RCTs และ 5 quasi-RCTs ซึ่งมีผู้เข้าร่วมวิจัยรวมทั้งสิ้น 7970 คน เราได้ทำการวิเคราะห์การเปรียบเทียบจำนวน 16 รายการ สำหรับผลลัพธ์ 9 ด้าน ส่วนการเปรียบเทียบหลัก 4 ประการ ได้แก่ การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อเทียบกับยาหลอกหรือไม่ได้รับการรักษา; การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อระยะสั้น (≤ 24 ชั่วโมง) เทียบกับระยะยาว (> 24 ชั่วโมง); การใช้ยาปฏิชีวนะแบบทั่วร่างกายเพื่อป้องกันการติดเชื้อชนิดต่างๆ (ชนิดหนึ่งเทียบกับอีกชนิดหนึ่ง); และการบำบัดด้วยแรงดันลบแบบปิดแผล (closed incision negative pressure therapy) เทียบกับการเย็บปิดแผลตามมาตรฐาน
ผลลัพธ์หลัก ได้แก่ อัตราการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย (graft infection rate) และอัตราการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด (SSI rate) ผลลัพธ์รอง ได้แก่ อัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ, อัตราความล้มเหลวของการผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดง, อัตราการต้องทำหัตถการซ้ำ (re-intervention rate), อัตราการตัดอวัยวะทิ้ง (amputation rate), อาการปวดที่เป็นผลมาจากมาตรการป้องกันการติดเชื้อ, คุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ, และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เป็นผลมาจากมาตรการป้องกันการติดเชื้อ ไม่ได้มีการประเมินผลลัพธ์ครบทุกตัวชี้วัด ในทุกๆ คู่เปรียบเทียบ
การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อเทียบกับยาหลอก (8 การศึกษา)
หลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำ จาก 8 การศึกษาที่ถูกรวบรวมเข้ามา ชี้ให้เห็นว่าการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อาจช่วยลด อัตราการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย ได้ (อัตราส่วนความเสี่ยง (RR) 0.19, ช่วงความเชื่อมั่น 95% (CI) 0.06 ถึง 0.63; 6 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 979 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ; จำนวนผู้ป่วยที่ต้องทำการรักษาเพื่อป้องกันผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ 1 ราย [NNT] เท่ากับ 5) และลด อัตราการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด (RR 0.20, 95% CI 0.11 ถึง 0.34; 8 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 1188 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ, NNT เท่ากับ 9) ไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มในผลลัพธ์ด้านอื่น ๆ ที่เราสามารถทำการประเมินได้
การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อระยะสั้น (≤ 24 ชั่วโมง) เทียบกับระยะยาว (> 24 ชั่วโมง) (3 การศึกษา)
หลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำมาก จาก 3 การศึกษาที่ถูกรวบรวมมา บ่งชี้ว่าแทบไม่มีหรือไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของ อัตราการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย (RR 1.40, 95% CI 0.09 ถึง 20.65; 2 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 139 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก) หรือ อัตราการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด (RR 0.75, 95% CI 0.40 ถึง 1.40; 3 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 247 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก) ระหว่างการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อระยะสั้นและระยะยาว
การใช้ยาปฏิชีวนะแบบออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย ชนิดต่างๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ (เปรียบเทียบชนิดหนึ่งกับอีกชนิดหนึ่ง) (7 การศึกษา)
เราได้แบ่ง 7 การศึกษา (ซึ่งเปรียบเทียบยาปฏิชีวนะชนิดหนึ่งกับอีกชนิดหนึ่ง) ออกเป็น 4 กลุ่มย่อย โดยทำการเปรียบเทียบระหว่างยาปฏิชีวนะต่างกลุ่มกัน ในจุดประเมินผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว เราพบว่าแทบไม่มีหรือไม่มีความแตกต่างเลยระหว่างกลุ่มต่างๆ ที่นำมาวิเคราะห์ สำหรับ อัตราการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย มีเพียงการเปรียบเทียบระหว่างยาเซฟาโลสปอริน (cephalosporins) รุ่นที่ 2 หรือ 3 เทียบกับรุ่นที่ 1 เท่านั้นที่มีข้อมูลเชิงปริมาณ (RR 1.71, 95% CI 0.35 ถึง 8.45; 4 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 1512 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก) สำหรับ อัตราการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด เราสามารถประเมินผลจากการเปรียบเทียบต่างๆ ได้ดังนี้: ยา cephalosporins รุ่นที่ 2 หรือ 3 เทียบกับรุ่นที่ 1 (RR 0.71, 95% CI 0.26 ถึง 1.97; 4 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 956 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก); ยา ciprofloxacin เทียบกับ ยา cefuroxime (RR 1.02, 95% CI 0.61 ถึง 1.70; 1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 580 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก); ยา cefazolin ร่วมกับ ยา daptomycin เทียบกับ ยา cefazolin ร่วมกับยา vancomycin (RR 1.44, 95% CI 0.58 ถึง 3.54; 1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 178 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ); ยา teicoplanin เทียบกับ ยา cephradine (RR 0.68, 95% CI 0.17 ถึง 2.72; 1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 134 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก); ยา cloxacillin ร่วมกับ ยา gentamicin เทียบกับ ยา cefotaxime (เฉพาะในระยะยาว) (RR 1.19, 95% CI 0.33 ถึง 4.23; 1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 36 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก) สำหรับ อัตราการตัดอวัยวะทิ้ง พบว่าแทบไม่มีหรือไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่มยา cephalosporin รุ่นที่ 2 หรือ 3 เทียบกับรุ่นที่ 1 (RR 3.14, 95% CI 0.33 ถึง 30.13; 2 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 1269 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก)
การบำบัดด้วยแรงดันลบแบบปิดแผล เทียบกับการระบายบาดแผลตามมาตรฐาน (9 การศึกษา)
สำหรับ อัตราการติดเชื้อที่หลอดเลือดปลูกถ่าย ข้อมูลจาก 5 การศึกษาแสดงให้เห็นว่าแทบไม่มีหรือไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม (RR 0.55, 95% CI 0.19 ถึง 1.59; 5 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 802 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก) ข้อมูลจาก 9 การศึกษา อาจแสดงให้เห็นว่ามีการลดลงของ อัตราการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด (RR 0.49, 95% CI 0.27 ถึง 0.86; 5 การศึกษา, แผลผ่าตัดบริเวณขาหนีบ (groin access) 772 ตำแหน่ง; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก) ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สำหรับ อัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ (RR 1.78, 95% CI 0.22 ถึง 14.32; 2 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 363 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก), อัตรา การต้องทำหัตถการซ้ำ (RR 0.46, 95% CI 0.20 ถึง 1.04; 3 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 436 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก), การตัดอวัยวะทิ้ง (RR 0.34, 95% CI 0.01 ถึง 8.38; 1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 234 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ) และ ผลลัพธ์ด้านอาการปวด (ความแตกต่างของค่าเฉลี่ย (MD) -0.10, 95% CI -0.25 ถึง 0.05; 1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วมวิจัย 242 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ) พบว่าแทบไม่มีหรือไม่พบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม
ข้อสรุปของผู้วิจัย
การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อาจช่วยลดการติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด (SSIs) ในการผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดแดงส่วนปลายของรยางค์ล่าง (ขา) ได้ โดยมีหลักฐานความเชื่อมั่นต่ำสนับสนุน เราไม่พบความเหนือกว่าของยาปฏิชีวนะชนิดใดเป็นพิเศษ หรือความแตกต่างระหว่างการใช้ยาในระยะเวลานาน (เกิน 24 ชั่วโมง) เมื่อเทียบกับการใช้ยาในระยะเวลาที่สั้นกว่า (ไม่เกิน 24 ชั่วโมง) โดยมีหลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำสนับสนุน การบำบัดด้วยแรงดันลบแบบปิดแผล อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด SSI ได้ แต่ข้อสรุปนี้อ้างอิงมาจากหลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำมาก สำหรับวิธีการรักษาอื่นๆ หลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำมากถึงปานกลาง แสดงให้เห็นว่าแทบไม่มีหรือไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในผลลัพธ์ด้านต่างๆ เราขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการตีความข้อสรุปเหล่านี้ เนื่องจากจำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังมีอยู่จำกัดในทุกกลุ่มและทุกการเปรียบเทียบ
แปลโดย ศ.นพ. ภิเศก ลุมพิกานนท์ สาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 24 พฤศจิกายน 2025 Edit โดย ศ.พญ. ผกากรอง ลุมพิกานนท์ 27 กุมภาพันธ์ 2026