การเสริมวิตามินซีเพื่อป้องกันและรักษาโรคปอดบวม

คำถามของการทบทวนวรรณกรรม

การเสริมวิตามินซีมีบทบาทอย่างไรในการป้องกันและรักษาโรคปอดบวมในเด็กและผู้ใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ได้รับการเสริม?

ที่มาและความสำคัญของปัญหา

โรคปอดบวมเป็นการติดเชื้อที่ช่องอกที่เกิดจากไวรัส แบคทีเรียและเชื้อรา วิตามินซีมีบทบาทในระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นการเสริมวิตามินซีอาจมีความสำคัญในการป้องกันและรักษาโรคปอดบวมในเด็กและผู้ใหญ่ เราประเมินบทบาทของวิตามินซีในการป้องกันและรักษาโรคปอดบวม

ช่วงเวลาที่สืบค้น

เราได้ทบทวนข้อมูลเชิงประจักษ์ถึงวันที่ 4 มีนาคม 2020

ลักษณะของการศึกษา

เรารวมการศึกษาเก้าเรื่องโดยมีสองเรื่องที่ยังดำเนินการศึกษาอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ การศึกษาทั้งเจ็ดการศึกษานั้นมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 2774 คนและมีการดำเนินการในประเทศที่มีรายได้สูง (สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกาและชิลี) และประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง (บังกลาเทศและปากีสถาน) มีสี่การศึกษาที่ทำในโรงพยาบาล, สองการศึกษาทำในโรงเรียน และอีกหนึ่งการศึกษาทำที่ศูนย์ฝึกทหาร สามการศึกษาทำในเด็กอายุต่ำกว่าห้าปี, สองการศึกษาทำในเด็กในวัยเรียน, หนึ่งการศึกษาทำในผู้ใหญ และอีกหนึ่งการศึกษาทำในผู้สูงอายุ มีอายุระหว่าง 60 ถึง 90 ปี สองการศึกษาประเมินผลของการเสริมวิตามินซีในการป้องกันโรคปอดบวม; สี่การศึกษาประเมินผลของการเสริมวิตามินซีในการรักษาโรคปอดบวม; และอีกหนึ่งการศึกษาประเมินบทบาทของวิตามินซีสำหรับการป้องกันและรักษาโรคปอดบวม ปริมาณการเสริมวิตามินซีที่ใช้คือ 125 มก. 200 มก. 500 มก. และ 2 ก.

แหล่งเงินทุนการศึกษา

สี่การศึกษาได้รับทุนจาก บริษัทยา สามการศึกษาไม่่มีรายงานแหล่งที่มาของเงินทุน

ผลการศึกษาที่สำคัญ

เราประเมินอัตราของโรคปอดบวม (อุบัติการณ์), โรคปอดบวมพบบ่อยเพียงใด (ความชุก), จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดบวม (อัตราการตาย) และผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์และเป็นอันตราย (ผลข้างเคียง) ที่เกี่ยวข้องกับวิตามินซีเพื่อป้องกันโรคปอดบวม มีการศึกษาเพียงสองการศึกษา (736 คน) ที่รายงานอุบัติการณ์และการศึกษาหนึ่งรายงานว่าพบผลข้างเคียงหนึ่งราย (ลมพิษ) ที่เกี่ยวข้องกับวิตามินซีเพื่อป้องกันโรคปอดบวม ไม่มีการศึกษาที่รายงานความชุกหรืออัตราการเสียชีวิต หลักฐานไม่เพียงพอที่จะตรวจสอบผลของวิตามินซีในการป้องกันโรคปอดบวม

นอกจากนี้เรายังประเมินว่าคน ป่วยนานแค่ไหน (ระยะเวลาของการเจ็บป่วย), จำนวนคนที่หายจากโรค, จำนวนคนที่เสียชีวตและผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการใช้วิตามินซีในการรักษาโรคปอดบวม แม้ว่าการศึกษาสองชิ้นรายงานระยะเวลาของการเจ็บป่วย ผลลัพธ์ไม่สามารถนำมารวมกันเพื่อวิเคราะห์ได้ หนึ่งการศึกษารายงานอัตราการเสียชีวิต ไม่มีการศึกษาใด ที่รายงานเรื่องอัตราการหายจากโรคหรือผลข้างเคียง หลักฐานไม่เพียงพอที่จะตรวจสอบผลของวิตามินซีในการป้องกันโรคปอดบวม

คุณภาพของหลักฐาน

เราตัดสินว่าการศึกษาที่รวมไว้นั้นมีความเสี่ยงสูงหรือไม่ชัดเจนในเรื่องอคติ เราให้คะแนนคุณภาพของหลักฐานต่ำมากเนื่องจากข้อจำกัดของการศึกษา, ความแตกต่างระหว่างการศึกษา, ขนาดตัวอย่างขนาดน้อยและความไม่แน่นอนของการประมาณ

ผลสรุปจากผู้แต่ง: 

เนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนน้อยและมีหลักฐานที่มีคุณภาพความน่าเชื่อถือต่ำมากเราจึงไม่แน่ใจในผลของการเสริมวิตามินซีในการป้องกันและรักษาโรคปอดบวม ยังคงต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพดีในอนาคตเพื่อประเมินบทบาทของการเสริมวิตามินซีในการป้องกันและรักษาโรคปอดบวม

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
ที่มาและความสำคัญของปัญหา: 

จากการศึกษาของ the Global Burden of Disease Study 2015 พบว่าการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของโรคติดเชื้อและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตโดยรวมอันดับที่ห้า วิตามินซีมีบทบาทในการปรับความต้านทานเพื่อต่อต้านต่อเชื้อโรค ดังนั้นการเสริมวิตามินซีอาจมีความสำคัญในการป้องกันและรักษาโรคปอดบวม

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินผลของการเสริมวิตามินซีเพื่อป้องกันและรักษาโรคปอดบวมในเด็กและผู้ใหญ่

กลยุทธ์การสืบค้น: 

เราสืบค้นหลักฐานจาก CENTRAL, MEDLINE, Embase, CINAHL, LILACS, Web of Science, และสองการศึกษาที่ลงทะเบียนไว้ จนถึง 4 มีนาคม 2020 นอกจากนี้เรายังตรวจสอบข้อมูลอ้างอิงเพื่อค้นหาุการศึกษาเพิ่มเติม เราไม่ได้ใช้สถานะของการตีพิมพ์หรือภาษาในการจำกัด

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก: 

เรารวมการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ(RCTs) และ quasi-RCTs (การศึกษาโดยใช้วิธีการจัดสรรที่ไม่สุ่มเช่นวันเดือนปีเกิด, หมายเลขทะเบียนเวชระเบียน) เพื่อประเมินบทบาทของการเสริมวิตามินซีในการป้องกันและรักษาโรคปอดบวมในเด็กและผู้ใหญ่ เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหรือกลุ่มที่ได้รับยาหลอก

การเก็บรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยตามมาตรฐานของ Cochrane

ผลลัพธ์หลัก: 

เรารวมการศึกษาได้เจ็ดการศึกษาเพื่อนำมาทำการทบทวนและพบว่ามีสองการศึกษาที่กำลังดำเนินการศึกษาอยู่ การศึกษาทั้งเจ็ดรวมผู้เข้าร่วมโครงการ 2774 คน ; ห้าการศึกษาเป็นการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ และอีกสองการศึกษาเสมือนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ(quasi-RCTs) การศึกษาที่รวบรวมเข้ามาทั้งหมดมีการดำเนินการในประเทศที่มีรายได้สูง (สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และชิลี) และประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง (บังกลาเทศและปากีสถาน) มีสี่การศึกษาที่ทำขึ้นในโรงพยาบาลในแผนกผู้ป่วยใน, สองการศึกษาทำในโรงเรียน และอีกแห่งหนึ่งที่ศูนย์ฝึกทหาร สามการศึกษาทำในเด็กอายุต่ำกว่าห้าปี, สองการศึกษาทำในเด็กในวัยเรียน, หนึ่งการศึกษาทำในผู้ใหญ และอีกหนึ่งการศึกษาทำในผู้สูงอายุ มีอายุระหว่าง 60 ถึง 90 ปี สองการศึกษาประเมินผลของการเสริมวิตามินซีในการป้องกันโรคปอดบวม; สี่การศึกษาประเมินผลของการเสริมวิตามินซีเพื่อเสริมในการรักษาโรคปอดบวม; และอีกหนึ่งการศึกษาประเมินบทบาทของวิตามินซีสำหรับการป้องกันและรักษาโรคปอดบวม สำหรับการป้องกันโรคปอดบวม การศึกษาที่รวมอยู่นั้นให้การเสริมในปริมาณ 500 มก. ต่อวันเป็นเวลา 14 สัปดาห์, 2 กรัมต่อวันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ และ 2 กรัมต่อวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ สำหรับการรักษาโรคปอดบวม การศึกษาที่รวมไว้มีการให้วิตามินซีเสริมในปริมาณ 125 มก. ต่อวัน (จนกว่าจะให้กลับบ้าน), 200 มก. เป็นเวลา 4 สัปดาห์และ 200 มก. จนกว่าจะมีการกลับบ้าน, โดยการให้เป็นการรักษาเสริมจากการรักษาปอดบวม เราประเมินการศึกษาที่รวมอยู่ในภาพรวมของความเสี่ยงสูงหรือไม่ชัดเจนของอคติสำหรับการสร้างลำดับแบบสุ่ม, การปกปิดการจัดกลุ่มและการปกปิด คุณภาพของหลักฐานอยู่ในระดับต่ำมาก

สามการศึกษาประเมินผลของการเสริมวิตามินซีสำหรับการป้องกันโรคปอดบวม; เราตัดสินว่าคุณภาพของหลักฐานมีความน่าเชื่อถือต่ำมาก เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลของการเสริมวิตามินซีต่ออุบัติการณ์โรคปอดบวม (risk ratio (RR) 0.46, 95% confidence interval (CI) 0.06 ถึง 3.61; 2 การศึกษา, ผู้เข้าร่วม 736 คน I² = 75% หลักฐานความน่าเชื่อถือต่ำมาก) และ เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (ลมพิษ) (RR 3.11, 95% CI 0.13 ถึง 76.03; 1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วม 674 คน, หลักฐานความน่าเชื่อถือต่ำมาก) ไม่มีการศึกษาใดที่รวมเข้ามารายงานผลลัพธ์หลักอื่นๆ ของเรา (ความชุกโรคปอดบวมและการเสียชีวิต) หรือผลลัพธ์รองใดๆ

ห้าการศึกษาประเมินผลของการเสริมวิตามินซีเพื่อร่วมรักษาสำหรับการรักษาโรคปอดบวม; เราตัดสินว่าคุณภาพของหลักฐานมีความน่าเชื่อถือต่ำมาก หนึ่งการศึกษารายงานการลดลงของระยะเวลาของการเจ็บป่วยในกลุ่มเสริมวิตามินซี (3.4 วัน ± 2.54) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม (4.5 วัน ± 2.35) และการศึกษาหนึ่งรายงานการลดลงของจำนวนวันที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงความอิ่มตัวของออกซิเจน (1.03 วัน± 0.16 เทียบกับ 1.14 วัน± 1.0) และอัตราการหายใจ (3.61 วัน± 1.50 เทียบกับ 4.04 วัน± 1.62) ในกลุ่มเสริมวิตามินซีเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลของการเสริมวิตามินซีต่ออัตราการตายเนื่องจากโรคปอดบวม (RR 0.21, 95% CI 0.03 ถึง 1.66; 1การศึกษา, ผู้เข้าร่วม 57 คน; หลักฐานความน่าเชื่อถือต่ำมาก) การศึกษาหนึ่งรายงานว่าระยะเวลาเฉลี่ยของการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเท่ากับ 6.75 วันในกลุ่มเด็กเสริมวิตามินซี และ 7.75 วันในกลุ่มควบคุม; อีกหนึ่งการศึกษารายงานว่าระยะเวลาเฉลี่ยของการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลในกลุ่มเสริมวิตามินซีลดลงเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (109.55 ชั่วโมง± 27.89 เทียบกับ 130.64 ชั่วโมง± 41.76)

บันทึกการแปล: 

แปลเมื่อ วันที่ 2 พฤษภาคม 2020 โดย พญ.วิลาสินี หน่อแก้ว ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Tools
Information
Share/Save