การระงับความรู้สึก หรือ การระงับความปวด ในขณะล้วงรกที่ค้างอยู่

เราค้นหาหลักฐานจากการทดลองที่มีกลุ่มควบคุมแบบสุ่มเกี่ยวกับประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาชาชนิดต่าง ๆ (ยาที่ทำให้เกิดการสูญเสียความรู้สึกบางส่วนหรือทั้งหมด) และยาแก้ปวด (ยาที่ลดความเจ็บปวด) ในระหว่างการล้วงเศษรกที่ค้างอยู่ในผู้หญิงที่เพิ่งคลอดทางช่องคลอด

เรื่องนี้มีปัญหาอย่างไร

รกติดอยู่กับเยื่อบุของมดลูกในระหว่างตั้งครรภ์ หลังจากทารกคลอดแล้วรกจะแยกออกและการหดตัวของมดลูกจะทำให้เกิดการคลอดรก เมื่อรกไม่คลอดภายใน 60 นาทีหลังคลอดทางช่องคลอด จะเรียกว่า รกค้าง

การระงับความรู้สึกสามารถทำได้ทั้งแบบการให้ยาระงับความรู้สึกแบบทั่วทั้งตัว (general anaesthesia) หรือ การให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน (regional anaesthesia) โดยการฉีดยาระงับความรู้สึกที่ spinal หรือ epidural; หรือการให้ยาสำหรับลดอาการปวดและช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น fentanyl, midazolam, diazepam หรือ ketamine สามารถให้ได้ทางหลอดเลือดดำ เราต้องการทราบว่าการให้ยาระงับความรู้สึกและยาระงับปวดประเภทใดที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้หญิงที่ต้องทำการล้วงรก

ทำไมเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ

ความล่าช้าในการคลอดรกอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียเลือดในปริมาณที่มากซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตและต้องมีการให้เลือด ดังนั้นในกรณีที่มีรกค้างจึงต้องทำการล้วงรกออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อนำรกออกจากมดลูกโดยการใช้มือจะเรียกว่าการล้วงรก ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่สุขสบายและเจ็บปวดอย่างมาก

ผู้วิจัยพบหลักฐานเชิงประจักษ์อะไรบ้าง

ผู้ทบทวนวรรณกรรมได้สืบค้นหลักฐานถึงเดือนกันยายน 2019 เราพบการศึกษาแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบขนาดเล็กที่ทำในโรงพยาบาลในปาปัวนิวกินี การศึกษานี้ทำการศึกษาในผู้หญิงจำนวน 30 คน ซึ่งกำลังถูกล้วงรกจากการที่รกไม่คลอด การศึกษานี้เปรียบเทียบการฉีดยาชาเฉพาะที่ (ยา lidocaine) รอบปากมดลูก (paracervical block) และการให้ยา pethidine และ diazepam ทางหลอดเลือดดำเพื่อบรรเทาอาการปวดและผ่อนคลาย

การศึกษานี้ไม่ได้รายงานความรุนแรงของอาการปวดหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

การศึกษาได้รายงานว่าไม่มีผู้หญิงคนใดที่มีการตกเลือดหลังคลอดในปริมาณที่มากกว่า 500 มิลลิลิตร

เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับความพึงพอใจของแพทย์ผู้ทำหัตถการนี้ (หมายถึงการรับรู้ถึงการบรรเทาอาการปวดที่ดีในระหว่างการทำหัตถการ) และความพึงพอใจของผู้หญิงที่มีต่อการทำหัตถการ (หมายถึงการรับรู้ถึงการบรรเทาอาการปวดที่ดีในระหว่างการทำหัตถการ)

หลักฐานนี้หมายความว่าอย่างไร

เราพบหลักฐานที่ไม่เพียงพอที่จะตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการดมยาสลบหรือยาแก้ปวดในระหว่างการล้วงรกในกรณีที่รกไม่คลอดเอง

มีความจำเป็นที่ต้องมีการศึกษาที่เป็นการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพิ่มเติม ซึ่งรายงานผลลัพธ์ที่สำคัญที่ระบุไว้ในการทบทวนนี้

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

เราพบหลักฐานที่ไม่เพียงพอที่จะตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการระงับความรู้สึกหรือการระงับความปวดในระหว่างการล้วงรกในกรณีที่รกไม่คลอดเอง

คุณภาพของหลักฐานอยู่ในระดับต่ำมาก เราปรับลดระดับคุณภาพของหลักฐานตามปัญหาข้อจำกัดในการออกแบบวิธีการศึกษา (ความเสี่ยงของการมีอคติ) และความไม่แน่ชัดของผลการศึกษา (การศึกษาเดียวที่มีขนาดตัวอย่างขนาดเล็ก เหตุการณ์น้อยหรือไม่มีเลยและช่วงความเชื่อมั่นกว้าง)

จำเป็นต้องมีการทดลองแบบสุ่มควบคุมที่ออกแบบมาอย่างดีเพื่อประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยของการดมยาสลบและยาระงับปวดประเภทต่างๆในระหว่างการนำรกที่ค้างอยู่ออกด้วยตนเองในระหว่างการล้วงรก การศึกษาเหล่านี้ควรรายงานผลลัพธ์ที่สำคัญที่ระบุไว้ในการทบทวนวรรณกรรมนี้

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

รกค้างเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสูติศาสตร์ที่คุกคามต่อชีวิต การดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพและทันเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ อัตราการตายโดยประมาณจากภาวะรกค้างในประเทศกำลังพัฒนาอยู่ระหว่างร้อยละ 3 ถึง ร้อยละ 9 ปัจจัยหนึ่งที่เป็นไปได้ที่เอื้อต่ออัตราการตายที่เพิ่มสูงขึ้นคือความล่าช้าในการเริ่มล้วงรก การระงับความรู้สึกที่มีประสิทธิภาพหรือการระงับความเจ็บปวดในระหว่างขั้นตอนนี้จะทำให้มดลูกคลายและการควบคุมความเจ็บปวดอย่างเพียงพอทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยของการระงับความรู้สึกแบบทั่วทั้งตัว แบบเฉพาะส่วน และยาชาเฉพาะที่ และยาแก้ปวดระหว่างการล้วงรก

วิธีการสืบค้น: 

เราได้ทำการสืบค้นงานวิจัยจากฐานข้อมูล Cochrane Pregnancy and Childbirth Group's Trials Register, ClinicalTrials.gov, the World Health Organization’s International Clinical Trials Registry Platform ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2019 และรายการเอกสารอ้างอิงของงานวิจัยที่สืบค้นได้

เกณฑ์การคัดเลือก: 

เราค้นพบการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ (RCTs) การทดลองแบบควบคุมกึ่งสุ่ม และการทดลองแบบคลัสเตอร์ที่เปรียบเทียบวิธีการที่แตกต่างกันของยาชาหรือยาแก้ปวดก่อนหรือในระหว่างการล้วงรก

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้ทบทวนวรรณกรรม 2 คน คัดเลือกรายงานการวิจัยตามเกณฑ์การคัดเข้า และประเมินความเสี่ยงของอคติ สกัดข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลอย่างเป็นอิสระต่อกัน เราปฏิบัติตามวิธีมาตรฐานของ Cochrane

ผลการวิจัย: 

เราพบการศึกษาเชิงทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบจำนวน 1 การศึกษา (ผู้หญิง 30 คน) ที่ประเมินผลของ paracervical block ในผู้หญิงที่ได้รับการล้วงรกเมื่อเทียบกับการฉีด pethidine และ diazepam ทางหลอดเลือดดำ การศึกษาได้ดำเนินการในโรงพยาบาลในประเทศปาปัวนิวกินี การศึกษามีความเสี่ยงสูงต่อการมีอคติในการปฏิบัติต่อผู้เข้าร่วมโครงการ (performance bias) และอคติในการประเมินผล (detection bias) มีความเสี่ยงต่ำต่ออคติจากการสูญหายของผู้เข้าร่วมโครงการ (attrition bias) และมีความเสี่ยงที่ไม่ชัดเจนในอคติด้านการเลือกตัวอย่าง (selection bias), และอคติจากการรายงานผล (reporting bias), และอคติอื่นๆ

การศึกษาที่คัดเข้ามาไม่ได้วัดผลลัพธ์หลักของการทบทวนวรรณกรรมนี้นั่นคือความรุนแรงอาการปวดและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

การศึกษารายงานว่าไม่มีผู้หญิงในกลุ่มใดที่มีการสูญเสียเลือดหลังคลอดมากกว่า 500 มิลลิลิตร

เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับความพึงพอใจของแพทย์ผู้ให้บริการต่อการทำหัตถการ ซึ่งกำหนดให้เป็นการรับรู้ถึงการบรรเทาอาการปวดที่ดีขึ้นในระหว่างการทำหัตถการ (risk ratio (RR) 1.50, 95% confidence interval (CI) 0.71 ถึง 3.16; 1 การศึกษา; ผู้หญิง 30 คน; หลักฐานคุณภาพต่ำ)

นอกจากนี้เรายังไม่แน่ใจเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้หญิงที่มีต่อหัตถการซึ่งกำหนดให้เป็นการรับรู้ถึงการบรรเทาอาการปวดที่ดีขึ้นในระหว่างการทำหัตถการ (RR 0.82, 95% CI 0.49 ถึง 1.37; 1 การศึกษา; ผู้หญิง 30 คน; หลักฐานคุณภาพต่ำมาก)

การศึกษาที่คัดเข้ามาไม่ได้รายงานเกี่ยวกับผลอื่น ๆ ที่เราสนใจ

บันทึกการแปล: 

แปลโดย พญ.วิลาสินี หน่อแก้ว

Tools
Information
Share/Save