การให้ความรู้ด้านสุขภาพจะนําไปสู่ การรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆสําหรับสตรีที่มีอาการของโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกหรือไม่

ที่มาและความสำคัญของปัญหา
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเกิดมาจากการเจริญที่ควบคุมไม่ได้ของเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่ผิดปกติ การวินิจฉัยเมื่อโรคยังอยู่ในระยะเริ่มต้น (มะเร็งยังอยู่ในโพรงมดลูก, โดยไม่แพร่กระจายเข้าไปในเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย, เพราะสตรีส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้จะมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดและไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม, การรักษาที่ล่าช้าของโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกยังพบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สําหรับสตรีที่กําลังจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรืออยู่ในวัยหมดประจําเดือน การให้ข้อมูลความรู้ทางสุขภาพแก่สตรีและผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกอาจสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับตัวโรคและลดการรักษาที่ล่าช้าได้ เราเริ่มการทบทวนวรรณกรรมนี้เพื่อประเมินว่าการให้ความรู้เรื่องมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกสามารถนําไปสู่การพบแพทย์และส่งตัวไปรักษาที่เร็วขึ้นในสตรีที่มีอาการของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อเทียบกับการที่ไม่ได้รับการให้ความรู้หรือไม่

วัตถุประสงค์ของการทบทวนวรรณกรรม
เพื่อประเมินว่าการให้ความรู้เรื่องมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกนําไปสู่การพบแพทย์และส่งตัวไปรักษาที่เร็วขึ้นของผู้หญิงที่มีอาการของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อเทียบกับการที่ไม่ได้รับการให้ความรู้หรือไม่

ผลการศึกษาหลัก
เราวางแผนที่จะรวบรวมการศึกษาแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ (การศึกษาที่คนหรือกลุ่มคนได้รับการจัดสรรโดยโอกาสเข้าสู่กลุ่มซึ่งจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน) ในกรณีที่ไม่พบการศึกษาแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ เราวางแผนที่จะรวมการศึกษาที่ผู้เข้าร่วมไม่ได้ถูกสุ่ม แต่ที่รวมการประเมินประโยชน์ของการให้ความรู้ด้านสุขภาพเมื่อเทียบกับการไม่ได้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ เราค้นหาฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และตรวจสอบชื่อและบทคัดย่อของ 4880 บทความที่อาจจะเกี่ยวข้องและประเมินบทความเต็มของ 16 เอกสารอ้างอิงเหล่านี้ อย่างไรก็ตามเราพบว่าไม่มีการศึกษาที่ตรงตามเกณฑ์การคัดเข้า

บทสรุป
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขหรือแก่บุคคลหรือทั้งสองอย่าง สามารถส่งเสริมให้เกิดการมาพบแพทย์แต่เนิ่นๆและการส่งต่อสําหรับสตรีที่มีอาการของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขหรือแก่บุคคลหรือทั้งสองช่วยส่งเสริมให้เกิดการมาพบแพทย์แต่เนิ่นๆและการส่งต่อสําหรับสตรีที่มีอาการของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบที่มีคุณภาพสูง มีความจําเป็นในการประเมินว่าการให้ความรู้ด้านสุขภาพช่วยส่งเสริมทำให้เกิดการพบอาการแสดงในช่วงต้นและการส่งต่อผู้ป่วยหรือไม่ หากการให้ความรู้ด้านสุขภาพ สามารถลดความล่าช้าในการรักษาโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก การศึกษาต่อไปในอนาคตจะต้องพิจารณาว่าวิธีการใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

การวินิจฉัยโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก โดยปกติมักพบในระยะแรกอยู่แล้ว เพราะสตรีส่วนใหญมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดซึ่งจะทำให้พวกเขาไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตาม หากมาพบแพทย์และการส่งตัวล่าช้า อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการวินิจฉัยและการรักษา ซึ่งอาจนําไปสู่ผลการรักษาที่ไม่ดีได้ ปัญหานี้มักพบในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนและใกล้หมดประจำเดือน การให้ข้อมูลความรู้ทางสุขภาพแก่สตรีและผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกอาจสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับตัวโรคและลดการรักษาที่ล่าช้าได้

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินประสิทธิภาพของวิธีการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขหรือตัวบุคคลหรือทั้งสองอย่างเพื่อส่งเสริมให้เกิดการพบแพทย์แต่เนิ่นๆ และการส่งต่อสําหรับสตรีที่มีอาการของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

วิธีการสืบค้น: 

เราค้นหาหลักฐานการศึกษาใน CENTRAL, MEDLINE, และ Embase และยังสืบค้นการศึกษาทางคลินิคที่ลงทะเบียนไว้, บทคัดย่อจากงานประชุมวิชาการ และเอกสารอ้างอิงของบทความ

เกณฑ์การคัดเลือก: 

เราวางแผนที่จะรวบรวมการศึกษาแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ (RCTs) ทั้งแบบ individually randomised และ cluster-RCTs ในกรณีที่ไม่มี RCTs เราวางแผนที่จะรวบรวมการศึกษาที่ออกแบบมาอย่างดีแต่ไม่มีการสุ่ม (NRS) ด้วยการเปรียบเทียบแบบคู่ขนานเพื่อประเมินประโยชน์ของวิธีการให้ความรู้ด้านสุขภาพ

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้ทบทวนวรรณกรรมสองคนประเมินว่าการศึกษาใดที่เข้าได้กับเกณฑ์การคัดเข้าอย่างเป็นอิสระต่อกัน อย่างไรก็ดี เราไม่พบการศึกษาที่เข้าได้กับเกณฑ์ดังกล่าว

ผลการวิจัย: 

การค้นหาที่ครอบคลุมให้ผลลัพธ์ต่อไปนี้: CENTRAL (1022 เอกสารอ้างอิง), MEDLINE (2874เอกสารอ้างอิง) และ Embase ( 2820 เอกสารอ้างอิง) หลังจากการขจัดข้อมูลที่ซ้ำซ้อนออกไป เราคัดกรองชื่อเรื่อง และ บทคัดย่อ ของ 4880 เอกสารอ้างอิง และ ตัด 4864 เอกสารอ้างอิงที่ไม่เข้าเกณฑ์การคัดเข้า จาก 16 เอกสารอ้างอิงที่เข้าได้กับเกณฑ์การทบทวนวรรณกรรม เราคัดรายงาน 16 ฉบับออกหลังจากตรวจสอบบทความฉบับเต็ม เราไม่พบการศึกษาที่กำลังดำเนินการอยู่

บันทึกการแปล: 

แปลโดย พญ.วิลาสินี หน่อแก้ว ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Tools
Information
Share/Save