ใจความสำคัญ
ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับสตรีในการเริ่มรับการให้เลือดจากผู้บริจาค (ซึ่งเป็นการฉีดเลือดจากผู้บริจาคเข้าสู่กระแสเลือดของสตรีผ่านทางหลอดเลือดดำ) เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการเสียเลือดมากเกินไปภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด (ภาวะตกเลือดหลังคลอด)
ผลของการใช้ผลิตภัณฑ์จากเลือด (สารที่ผลิตขึ้นจากเลือดครบส่วน) แทนที่หรือเพิ่มเติมจากการให้เลือดครบส่วน ในการลดภาวะแทรกซ้อนของภาวะตกเลือดหลังคลอดนั้นส่วนใหญ่ยังมีความไม่แน่นอน
ภาวะตกเลือดหลังคลอดคืออะไร
ภาวะตกเลือดหลังคลอดคือการมีเลือดออกมากหลังจากการคลอดบุตร โดยทั่วไปมีคำจำกัดความว่าเป็นการสูญเสียเลือดตั้งแต่ 500 มิลลิลิตรขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ภาวะนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของมารดาทั่วโลก
ภาวะตกเลือดหลังคลอดรักษาอย่างไร
ในปัจจุบันยังไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติว่าควรรักษาภาวะตกเลือดหลังคลอดอย่างไร แต่การให้เลือดครบส่วนหรือส่วนประกอบของเลือด (ที่เรียกว่าผลิตภัณฑ์จากเลือด เช่น พลาสมาแช่แข็งสด ซึ่งทำมาจากส่วนที่เป็นของเหลวของเลือด) สามารถนำมาใช้เพื่อจัดการกับภาวะตกเลือดหลังคลอดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในสตรีที่กำลังมีเลือดออกอยู่ได้
เราต้องการทราบอะไร
เราต้องการทราบถึงประโยชน์และผลเสียของการรักษาด้วยการให้เลือดรูปแบบต่างๆ สำหรับการจัดการภาวะตกเลือดหลังคลอด โดยสตรีกลุ่มใดควรเริ่มได้รับการให้เลือดและควรเริ่มเมื่อใด รวมถึงผลิตภัณฑ์จากเลือดชนิดใด ไม่ว่าจะใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกัน ที่ให้ผลดีที่สุด
เราทำอะไรบ้าง
เราได้สืบค้นการศึกษาที่ประเมินประโยชน์และผลเสียของการให้เลือดสำหรับการจัดการภาวะตกเลือดหลังคลอด เราได้เปรียบเทียบและสรุปผลลัพธ์ของการศึกษาเหล่านั้น และประเมินความเชื่อมั่นของเราที่มีต่อหลักฐาน โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ระเบียบวิธีวิจัยและขนาดของการศึกษา
เราพบอะไรบ้าง
เราพบ 12 การศึกษา ซึ่งมีสตรีเข้าร่วม 17,868 คน เราสามารถนำ 8 การศึกษามาใช้ได้ เนื่องจากอีก 4 การศึกษามีปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบการศึกษา
เราไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับเวลาที่ควรเริ่มให้เลือด หรือการใช้ผลิตภัณฑ์จากเลือดแทนที่หรือเพิ่มเติมจากการให้เลือดครบส่วนจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของภาวะตกเลือดหลังคลอดได้หรือไม่ โดยรวมแล้ว เรามีความเชื่อมั่นในข้อค้นพบเหล่านี้น้อยมาก มีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อเรื่องนี้ หลายการศึกษาไม่ได้จัดกลุ่มสตรีเข้าสู่กลุ่มการรักษาต่างๆ แบบสุ่ม นั่นหมายความว่าความแตกต่างระหว่างกลุ่มอาจเกิดจากความแตกต่างระหว่างตัวสตรีเอง มากกว่าที่จะเกิดจากความแตกต่างระหว่างการรักษา แม้ว่าบางการศึกษาจะจัดสตรีเข้าสู่กลุ่มการรักษาแบบสุ่ม แต่เราก็มีความกังวลเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการดังกล่าว การศึกษาบางรายการมีขนาดเล็กและให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
ข้อจำกัดของหลักฐานคืออะไร
เราไม่สามารถหาข้อสรุปใดๆ อย่างแน่ชัดเกี่ยวกับประโยชน์และผลเสียของการให้เลือดสำหรับการจัดการภาวะตกเลือดหลังคลอดได้ เนื่องจากการศึกษาเหล่านี้ให้ข้อค้นพบที่เรามีความเชื่อมั่นโดยรวมน้อยมากเราไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัดเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของการให้เลือดเพื่อการจัดการภาวะตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากผลการศึกษาที่ได้นั้นเรายังมีความเชื่อมั่นโดยรวมน้อยมาก
หลักฐานเป็นปัจจุบันแค่ไหน
หลักฐานเป็นข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2024
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินประโยชน์และผลเสียของการให้เลือดครบส่วนหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดอื่นๆ สำหรับการป้องกันการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในสตรีที่มีภาวะ PPH
วิธีการสืบค้น
เราได้สืบค้นข้อมูลในฐานข้อมูล CENTRAL, MEDLINE, Embase และทะเบียนการทดลองสองแห่ง ร่วมกับการตรวจสอบเอกสารอ้างอิง การสืบค้นการอ้างอิง และการติดต่อผู้ประพันธ์การศึกษาเพื่อค้นหาการศึกษาที่จะนำเข้าในการทบทวนวรรณกรรมนี้ การสืบค้นข้อมูลครั้งล่าสุดคือวันที่ 18 กรกฎาคม 2024
ข้อสรุปของผู้วิจัย
โดยรวมแล้ว หลักฐานที่มีอยู่สำหรับผลของการให้เลือดและผลิตภัณฑ์จากเลือดต่อผลลัพธ์ด้านสุขภาพของมารดาที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ นั้นส่วนใหญ่ยังมีความไม่แน่นอน หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำบ่งชี้ว่า การให้เม็ดเลือดแดง (RBC) 1 ถึง 2 ยูนิต อาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะทุพพลภาพรุนแรงของมารดาได้ อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการตีความข้อค้นพบนี้ เนื่องจากค่าประมาณการของผลกระทบมีความเสี่ยงของการมีอคติอย่างร้ายแรงอันเนื่องมาจากปัจจัยกวนที่อาจเกิดขึ้นได้ เราไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับผลของการให้เลือดในปริมาณที่มากขึ้นต่อภาวะทุพพลภาพรุนแรงของมารดาได้
แหล่งทุน
การทบทวนวรรณกรรมนี้ไม่ได้รับเงินทุนสนับสนุนเฉพาะเจาะจง
การลงทะเบียน
Protocol สำหรับการทบทวนวรรณกรรมแบบ Cochrane นี้ได้รับการลงทะเบียนกับ PROSPERO แล้ว เข้าดูได้ที่: https://www.crd.york.ac.uk/prospero/display_record.php?ID=CRD42024599608
แปลโดย ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ สาขาวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 7 มิถุนายน 2026 Edit โดย พ.ญ. ผกากรอง ลุมพิกานนท์ 20 กรกฏาคม 2026
Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก




