ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ตัวกรอง

หลักฐานเชิงประจักษ์

หนังสือคู่มือ/คู่มือการปฏิบัติ

ข่าวสาร

คำแนะนำทางโภชนาการเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

อาหารเป็นปัจจัยกำหนดที่สำคัญสำหรับความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหัวใจ การทบทวนวรรณกรรมนี้ประเมินผลของการให้คำแนะนำด้านโภชนาการแก่ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี เพื่อให้เกิดการปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจสอบด้วยว่า การปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจได้หรือไม่ เราพบการทดลอง 44 ฉบับที่มีการสุ่มจำแนกผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีให้ได้รับคำแนะนำด้านโภชนาการ หรือไม่ได้รับคำแนะนำด้านโภชนาการ แนวทางการปรับปรุงโภชนาการที่ได้รับคำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมในกลุ่มที่ได้รับสิ่งแทรกแซง (Intervention groups) ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การลดปริมาณการบริโภคเกลือและไขมัน พร้อมทั้งเพิ่มปริมาณการบริโภคผลไม้ ผัก และใยอาหาร การให้คำแนะนำมีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว, การจัดกิจกรรมแบบกลุ่ม และการให้ความรู้ผ่านเอกสารสิ่งพิมพ์ ความเข้มข้นของการให้สิ่งแทรกแซงของแต่ละการศึกษามีความแตกต่างกันออกไป โดยมีตั้งแต่การติดต่อพบปะกับผู้เข้าร่วมการศึกษาเพียง 1 ครั้ง ไปจนถึงการให้คำปรึกษารวม 50 ชั่วโมงตลอดระยะเวลา 4 ปี ระยะเวลาของการทดลองอยู่ในช่วงตั้งแต่ 3 เดือนไปจนถึง 4 ปี โดยมีค่ามัธยฐานของระยะเวลาการติดตามผลอยู่ที่ 12 เดือน มีหลักฐานบางส่วนที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่าในกลุ่มผู้ที่ได้รับแจ้งว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจหรือโรคมะเร็ง พบการดีขึ้นเล็กน้อยในปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอลรวม และระดับคอเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (LDL-cholesterol) ในการทดลองที่มีการแยกวิเคราะห์ผลลัพธ์ตามเพศ พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะลดปริมาณการบริโภคไขมันได้มากกว่า แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบ่งชี้ว่าสิ่งนี้นำไปสู่การลดลงของระดับคอเลสเตอรอลรวมที่มากขึ้นด้วยหรือไม่ มีการทดลอง 2 ฉบับที่ติดตามผลผู้เข้าร่วมเป็นระยะเวลา 10 ถึง 15 ปีหลังจากสิ้นสุดการทดลอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกของปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจส่งผลให้อุบัติการณ์ของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Heart attack) ลดลง แม้ว่าจะยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์ในข้อนี้ก็ตาม

บทนำ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของประชากรมีแนวโน้มที่จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงโรคมะเร็งได้ แต่ผลของการให้คำแนะนำทางโภชนาการนั้นยังไม่แน่ชัด การทบทวนวรรณกรรมนี้เป็นการอัปเดตข้อมูลของการทบทวนวรรณกรรมก่อนหน้านี้ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2007

วัตถุประสงค์

เพื่อประเมินผลของการให้คำแนะนำทางโภชนาการในการทำให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอย่างยั่งยืน หรือช่วยปรับปรุงปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดให้ดีขึ้น

วิธีการสืบค้น

เราได้ค้นหาใน Cochrane Central Register of Controlled Trials, Database of Abstracts of Reviews of Effects (DARE) และฐานข้อมูล HTA ใน The Cochrane Library (ฉบับที่ 4, 2010) เราค้นหาข้อมูลใน MEDLINE (Ovid) (ตั้งแต่ปี 1950 ถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2010) และ EMBASE (Ovid) (ตั้งแต่ปี 1980 ถึงสัปดาห์ที่ 42 ของปี 2010) มีการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในฐานข้อมูล CAB Health (ตั้งแต่ปี 1972 ถึงธันวาคม 1999), ทะเบียน CVRCT (ปี 2000), CCT (ปี 2000) และ SIGLE (ตั้งแต่ปี 1980 ถึงปี 2000) มีการตรวจสอบบทคัดย่อของวิทยานิพนธ์และรายการเอกสารอ้างอิงของบทความต่างๆ รวมถึงได้มีการติดต่อไปยังนักวิจัย

เกณฑ์การคัดเลือก

การศึกษาแบบสุ่มที่มีอัตราการสูญหายจากการติดตามผล (loss to follow-up) ไม่เกิน 20% ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน และทำในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี โดยเป็นการเปรียบเทียบผลระหว่างการให้คำแนะนำทางโภชนาการกับการไม่ให้คำแนะนำเลย หรือให้คำแนะนำเพียงเล็กน้อย การทดลองที่ทำในเด็ก การทดลองเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก หรือการทดลองที่เกี่ยวกับการให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะถูกคัดออก

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้นิพนธ์การทบทวนวรรณกรรม 2 ท่านได้ทำการประเมินคุณภาพของการทดลองและดึงข้อมูลอย่างอิสระต่อกัน ได้มีการติดต่อไปยังผู้นิพนธ์ของการศึกษาแต่ละเรื่องเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ผลการวิจัย

การทดลอง 44 ฉบับ ซึ่งมีกลุ่มทดลอง 52 กลุ่ม (การเปรียบเทียบ) ที่เปรียบเทียบผลระหว่างการให้คำแนะนำทางโภชนาการกับการไม่ให้คำแนะนำ ได้ถูกนำมารวบรวมไว้ในการทบทวนนี้ โดยมีผู้เข้าร่วมหรือกลุ่มตัวอย่าง (clusters) จำนวน 18,175 คน ที่ได้รับการจัดกลุ่มแบบสุ่ม มีการทดลอง 29 จาก 44 การทดลองที่นำมารวบรวมไว้นั้น ดำเนินการศึกษาในสหรัฐอเมริกา การให้คำแนะนำทางโภชนาการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมในเลือดลง 0.15 มิลลิโมลต่อลิตร (95% CI 0.06 ถึง 0.23) และลดระดับคอเลสเตอรอล LDL ลง 0.16 มิลลิโมลต่อลิตร (95% CI 0.08 ถึง 0.24) หลังผ่านไประยะเวลา 3 ถึง 24 เดือน ในขณะที่ระดับเฉลี่ยของคอเลสเตอรอล HDL และระดับไตรกลีเซอไรด์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง การให้คำแนะนำทางโภชนาการช่วยลดความดันโลหิตตัวบน (systolic) ลง 2.61 มิลลิเมตรปรอท (95% CI 1.31 ถึง 3.91) และความดันโลหิตตัวล่าง (diastolic) ลง 1.45 มิลลิเมตรปรอท (95% CI 0.68 ถึง 2.22) รวมถึงลดปริมาณการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะตลอด 24 ชั่วโมงลง 40.9 มิลลิโมล (95% CI 25.3 ถึง 56.5) หลังผ่านไประยะเวลา 3 ถึง 36 เดือน แต่พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (heterogeneity) ระหว่างการทดลองสำหรับผลลัพธ์ในประการหลังนี้ การทดลอง 3 ฉบับได้ระบุถึงสารต้านอนุมูลอิสระในพลาสมา ซึ่งพบว่าลูทีน (Lutein) และเบต้า-คริปโตแซนทิน (β-cryptoxanthin) มีระดับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่พบความแตกต่าง (Heterogeneity) ในผลลัพธ์ของการทดลองต่างๆ การรายงานปริมาณอาหารที่บริโภคด้วยตนเอง อาจทำให้เกิดอคติในการรายงาน (Reporting bias) ได้ และพบความแตกต่าง (Heterogeneity ) อย่างมีนัยสำคัญในการวิเคราะห์ทั้งหมดดังต่อไปนี้ เมื่อเทียบกับการไม่ได้รับคำแนะนำ พบว่าการให้คำแนะนำด้านโภชนาการช่วยเพิ่มปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ได้ 1.18 ส่วน/วัน (95% CI 0.65 ถึง 1.71) ปริมาณการบริโภคใยอาหารเพิ่มขึ้น 6.5 กรัม/วัน (95% CI 2.2 ถึง 10.82) เมื่อได้รับคำแนะนำ ในขณะที่สัดส่วนของไขมันรวมในอาหารเมื่อเทียบกับพลังงานรวมทั้งหมดที่ได้รับนั้น ลดลง 4.48% (95% CI 2.47 ถึง 6.48) จากการได้รับคำแนะนำด้านโภชนาการ และปริมาณการบริโภคไขมันอิ่มตัวลดลง 2.39% (95% CI 1.4 ถึง 3.37)

มีการทดลอง 2 ฉบับ ที่วิเคราะห์ถึงเหตุการณ์อุบัติการณ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) ที่เกิดขึ้น (การศึกษา TOHP I และ II) การติดตามผลสำเร็จ 77% ที่ระยะเวลา 10 ถึง 15 ปีหลังจากสิ้นสุดช่วงการให้สิ่งแทรกแซง (Intervention period) และแม้ว่าค่าประมาณของอัตราการเกิดเหตุการณ์ของโรคจะยังขาดความแม่นยำ แต่ก็บ่งชี้ว่าคำแนะนำในการจำกัดปริมาณโซเดียมน่าจะนำไปสู่การลดลงของเหตุการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือด (ทั้งกรณีที่เสียชีวิตและไม่เสียชีวิตรวมกัน) รวมถึงการทำหัตถการเปิดขยายหลอดเลือดเพื่อให้เลือดไหลเวียน (Revascularisation) ได้ (อัตราส่วนความเสี่ยง (HR) ของ TOHP I อยู่ที่ 0.59, 95% CI 0.33 ถึง 1.08; HR ของ TOHP II อยู่ที่ 0.81, 95% CI 0.59 ถึง 1.12)

ข้อสรุปของผู้วิจัย

คำแนะนำด้านโภชนาการดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเล็กน้อยถึงปานกลาง ทั้งในด้านการบริโภคอาหารและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในช่วงระยะเวลาประมาณ 12 เดือน แต่ยังไม่ทราบถึงผลลัพธ์ในระยะยาว

บันทึกการแปล

แปลโดย พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 26 เมษายน 2026

Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก

การอ้างอิง
Rees K, Dyakova M, Wilson N, Ward K, Thorogood M, Brunner E. Dietary advice for reducing cardiovascular risk. Cochrane Database of Systematic Reviews 2013, Issue 12. Art. No.: CD002128. DOI: 10.1002/14651858.CD002128.pub5.

การใช้คุกกี้ของเรา

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพ เรายังต้องการตั้งค่าการวิเคราะห์คุกกี้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเราปรับปรุงเว็บไซต์ เราจะไม่ตั้งค่าคุกกี้เสริมเว้นแต่คุณจะเปิดใช้งาน การใช้เครื่องมือนี้จะตั้งค่าคุกกี้บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อจดจำการตั้งค่าของคุณ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าคุกกี้ได้ตลอดเวลาโดยคลิกที่ลิงก์ 'การตั้งค่าคุกกี้' ที่ส่วนท้ายของทุกหน้า
สำหรับข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ที่เราใช้ โปรดดู หน้าคุกกี้

ยอมรับทั้งหมด
กำหนดค่า