IVF คืออะไร
การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (IVF) หรือเด็กหลอดแก้ว เป็นวิธีการรักษาที่ช่วยให้ผู้มีปัญหาภาวะมีบุตรยากสามารถมีบุตรได้ ในระหว่างการทำ IVF ไข่จากรังไข่ของผู้หญิงจะถูกนำมาผสมกับอสุจิในห้องปฏิบัติการ ไข่อาจถูกนำไปวางในจานเพาะเลี้ยงร่วมกับอสุจิหลายตัวเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ หรืออาจใช้วิธีฉีดอสุจิเพียงตัวเดียวเข้าไปในไข่โดยตรง (การทำ ICSI) ไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว (ตัวอ่อน) จะถูกนำไปวาง (ฝัง) ในมดลูกของผู้หญิงเพื่อให้เจริญเติบโตต่อไป
ตัวอ่อนจะถูกย้ายเข้าสู่มดลูกในสารละลายพิเศษสำหรับย้ายตัวอ่อน ซึ่งมีส่วนประกอบที่ช่วยให้ตัวอ่อนเกาะติด (ยึดเกาะ) กับผนังมดลูกได้สำเร็จ (การฝังตัว) กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่พบในร่างกาย ทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะและปกป้องเนื้อเยื่อ มักจะมีการเติมสารนี้ลงในสารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อนเพื่อช่วยในการฝังตัวของตัวอ่อน
ทำไมเราจึงทำการทบทวนวรรณกรรม Cochrane นี้
เราต้องการทราบว่า การใช้สารละลายที่มีสารช่วยยึดเกาะความเข้มข้นสูง เช่น กรดไฮยาลูรอนิก จะช่วยเพิ่มความสำเร็จในการฝังตัวของตัวอ่อนและส่งผลให้มีทารกเกิดมีชีวิตมากขึ้นหรือไม่
เราทำอะไรบ้าง
เราค้นหาการศึกษาที่ตรวจสอบการใช้สารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อนที่มีกรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นแตกต่างกันในการทำ IVF/ICSI
เรามองหาการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ซึ่งเป็นวิธีสุ่มเลือกการรักษาที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับ เนื่องจากเป็นการศึกษาที่มักจะให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุดเกี่ยวกับผลของการรักษา เราประเมินหลักฐานโดยพิจารณาจากวิธีการดำเนินการศึกษา ขนาดของการศึกษา และความสอดคล้องกันของผลการศึกษา
วันที่สืบค้นข้อมูล: เรารวบรวมหลักฐานที่ตีพิมพ์จนถึงเดือนมกราคม 2020
สิ่งที่เราค้นพบ
เราพบการศึกษา 26 ฉบับ ซึ่งรวมผู้หญิง 6704 คน อายุระหว่าง 27 ถึง 35 ปี ที่เข้ารับการทำ IVF/ICSI การศึกษาเหล่านี้เปรียบเทียบการย้ายตัวอ่อนโดยใช้สารละลายที่มีกรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูง กับสารละลายที่ไม่มีหรือมีความเข้มข้นของกรดไฮยาลูรอนิกต่ำ
เราสนใจที่จะศึกษาว่าความเข้มข้นของกรดไฮยาลูรอนิกในสารละลาย ส่งผลต่อจำนวนของสิ่งต่อไปนี้อย่างไร
· ทารกเกิดมีชีวิต
· การแท้งบุตร (การสูญเสียการตั้งครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์)
· การตั้งครรภ์ทางคลินิก
· การตั้งครรภ์แฝด และ
· เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการ)
ผลของการทบทวนวรรณกรรมคืออะไร
การย้ายตัวอ่อนโดยใช้สารละลายที่มีกรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูง อาจช่วยเพิ่มจำนวนทารกเกิดมีชีวิตได้เมื่อเทียบกับการใช้สารละลายที่มีความเข้มข้นต่ำหรือไม่มีเลย (10 การศึกษา) หากสารละลายที่มีกรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นต่ำหรือไม่มีเลย มีโอกาส 33% ที่จะเกิดทารกมีชีวิต สารละลายที่มีความเข้มข้นสูงจะเพิ่มโอกาสในการเกิดทารกมีชีวิตเป็นระหว่าง 37% ถึง 44% น่าจะมีทารกเกิดมีชีวิตเพิ่มขึ้น 1 คน ในทุกๆ การย้ายตัวอ่อน 14 ครั้ง ด้วยสารละลายกรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูง
กรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูงในสารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อน อาจช่วยเพิ่มจำนวนการตั้งครรภ์ทางคลินิก (17 การศึกษา) และการตั้งครรภ์แฝด (7 การศึกษา) ได้เช่นกัน
การใช้สารละลายที่มีกรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูงอาจช่วยลดจำนวนการแท้งบุตรลงได้เล็กน้อย (7 การศึกษา) แต่การวิเคราะห์ของเราไม่พบความแตกต่างที่ชัดเจน หากเราตัดการศึกษาที่มีผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างมากออกไป
เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่ได้รับรายงาน ได้แก่ การตั้งครรภ์นอกมดลูก (เมื่อตัวอ่อนไปฝังตัวอยู่นอกมดลูก) และความผิดปกติที่เกิดกับตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ มีรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในจำนวนที่ใกล้เคียงกันสำหรับสารละลายทั้งสองประเภท (กรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูงและต่ำ) เราไม่พบหลักฐานว่าความเข้มข้นของกรดไฮยาลูรอนิกในสารละลายมีผลต่อจำนวนเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่ได้รับรายงาน
ผลลัพธ์เหล่านี้มีความน่าเชื่อถือเพียงใด
เรามีความมั่นใจในระดับปานกลางเกี่ยวกับผลลัพธ์ในด้านจำนวนทารกเกิดมีชีวิต การตั้งครรภ์ทางคลินิก และการตั้งครรภ์แฝด ผลลัพธ์ของเราอาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีหลักฐานเพิ่มเติมในอนาคต
เรามีความมั่นใจน้อยกว่าในเรื่องอัตราการแท้งบุตรและจำนวนเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เนื่องจากผลลัพธ์ของข้อมูลเหล่านี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก ผลลัพธ์ของเรามีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงได้หากมีหลักฐานเพิ่มเติมในอนาคต
บทสรุป
การย้ายตัวอ่อนโดยใช้สารละลายที่มีกรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูง อาจช่วยเพิ่มจำนวนทารกเกิดมีชีวิตในการทำ IVF/ICSI สารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อนที่มีกรดไฮยาลูรอนิกความเข้มข้นสูง อาจช่วยลดอัตราการแท้งบุตรได้เล็กน้อย
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ
การทบทวนวรรณกรรมนี้คือฉบับปรับปรุงของการทบทวนวรรณกรรม Cochrane ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Cochrane Library (ปี 2010 ฉบับที่ 7)
เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ARTs) จึงได้มีการนำสารช่วยยึดเกาะ เช่น กรดไฮยาลูรอนิก (HA) มาใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก สารช่วยยึดเกาะจะถูกเติมลงในสารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อนเพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิกและอัตราทารกเกิดมีชีวิตให้สูงขึ้น
วัตถุประสงค์
เพื่อตรวจสอบว่าการเติมสารช่วยยึดเกาะลงในสารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อนสามารถปรับปรุงผลลัพธ์การตั้งครรภ์ รวมถึงการเพิ่มอัตราทารกเกิดมีชีวิตและการลดอัตราการแท้งบุตรในผู้หญิงที่เข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ได้หรือไม่
วิธีการสืบค้น
เราได้สืบค้นข้อมูลในฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ Cochrane Gynaecology and Fertility Group Trials Register, CENTRAL, MEDLINE, Embase และ PsycINFO เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2020 เพื่อหาการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมที่ศึกษาผลของสารช่วยยึดเกาะในสารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อนต่อผลลัพธ์การตั้งครรภ์ นอกจากนี้ เรายังได้ติดต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้ สืบค้นจากทะเบียนการทดลอง ตรวจสอบรายการอ้างอิงของการศึกษาที่เกี่ยวข้อง และค้นหาบทคัดย่อการประชุมด้วยตนเอง
เกณฑ์การคัดเลือก
การทบทวนวรรณกรรมนี้รวบรวมเฉพาะการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมอย่างแท้จริง ซึ่งเปรียบเทียบสารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อนที่มีความเข้มข้นของสารช่วยยึดเกาะในระดับที่ออกฤทธิ์ได้ กับสารละลายที่ไม่มีสารช่วยยึดเกาะหรือมีในความเข้มข้นต่ำ
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้ทบทวนวรรณกรรม 2 ท่านทำการคัดเลือกการทดลองตามเกณฑ์ข้างต้น หลังจากนั้นผู้ทบทวนทั้งสองท่านได้ดึงข้อมูลอย่างอิสระต่อกันเพื่อนำไปวิเคราะห์ในขั้นตอนต่อไป การวิเคราะห์ทางสถิติดำเนินการตามแนวทางที่พัฒนาโดย Cochrane เราได้รวบรวมข้อมูลเพื่อคำนวณอัตราส่วนความเสี่ยงแบบรวม (pooled risk ratios: RRs) และช่วงความเชื่อมั่น 95% (CIs) เราประเมินความแตกต่างของผลลัพธ์ทางสถิติ (statistical heterogeneity) โดยใช้ค่าสถิติ I² เราใช้วิธีการ GRADE เพื่อประเมินคุณภาพโดยรวมของหลักฐานสำหรับการเปรียบเทียบหลัก
ผลการวิจัย
เราวิเคราะห์การศึกษา 26 ฉบับ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 6704 คน โดยรวมแล้ว ความเชื่อมั่นของหลักฐานอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ข้อจำกัดหลักคือความไม่แม่นยำ (imprecision) และ/หรือความแตกต่างของผลการศึกษา (heterogeneity) เมื่อเปรียบเทียบกับตัวอ่อนที่ถูกย้ายในสารละลายที่ไม่มี HA หรือมี HA ในปริมาณต่ำ (0.125 mg/mL) การเติม HA ในความเข้มข้นที่ออกฤทธิ์ได้ (0.5 mg/mL) ลงในสารละลาย อาจช่วยเพิ่มอัตราทารกเกิดมีชีวิต (RR 1.21, 95% CI 1.1 ถึง 1.31; 10 RCTs, N = 4066; I² = 33%; หลักฐานคุณภาพปานกลาง) สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า หากสมมติให้โอกาสในการเกิดมีชีวิตเมื่อไม่เติม HA ลงในสารละลายอยู่ที่ 33% โอกาสหลังจากการเติม HA จะอยู่ระหว่าง 37% ถึง 44% การเติม HA อาจช่วยลดอัตราการแท้งบุตรลงเล็กน้อย (RR 0.82, 95% CI 0.67 ถึง 1.00; 7 RCTs, N = 3091; I² = 66%; หลักฐานคุณภาพต่ำ) อย่างไรก็ตาม เมื่อนำเฉพาะการศึกษาที่มีความเสี่ยงของการมีอคติต่ำมาวิเคราะห์ กลับไม่พบหลักฐานที่สรุปได้แน่ชัดเกี่ยวกับความแตกต่างของอัตราการแท้งบุตร (RR 0.96, 95% CI 0.75 ถึง 1.23; N = 2219; I² = 36%)
การเติม HA ลงในสารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อน อาจส่งผลให้อัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิก (RR 1.16, 95% CI 1.09 ถึง 1.23; 17 การศึกษา, N = 5247; I² = 40%; หลักฐานคุณภาพปานกลาง) และอัตราการตั้งครรภ์แฝด (RR 1.45, 95% CI 1.24 ถึง 1.70; 7 การศึกษา, N = 3337; I² = 36%; หลักฐานคุณภาพปานกลาง) เพิ่มขึ้น เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลของการเติม HA ลงในสารละลายต่ออัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์โดยรวม (RR 0.86, 95% CI 0.40 ถึง 1.84; 3 การศึกษา, N = 1487; I² = 0%; หลักฐานคุณภาพต่ำ)
ข้อสรุปของผู้วิจัย
หลักฐานคุณภาพปานกลางแสดงให้เห็นว่า อัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิกและอัตราทารกเกิดมีชีวิตเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเติม HA เป็นสารช่วยยึดเกาะในสารละลายสำหรับย้ายตัวอ่อนในกระบวนการ ART หลักฐานคุณภาพต่ำชี้ให้เห็นว่า การเติม HA อาจช่วยลดอัตราการแท้งบุตรได้เล็กน้อย แต่เมื่อนำเฉพาะการศึกษาที่มีความเสี่ยงต่ออคติต่ำมาวิเคราะห์ ผลลัพธ์กลับยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน HA ไม่มีผลชัดเจนต่ออัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์โดยรวม อัตราการตั้งครรภ์แฝดที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นผลมาจากการใช้สารช่วยยึดเกาะร่วมกับการย้ายตัวอ่อนมากกว่าหนึ่งตัว จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้สารช่วยยึดเกาะร่วมกับการย้ายตัวอ่อนเพียงตัวเดียว (single embryo transfer)
แปลโดย พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 14 มีนาคม 2026
Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก




