แหล่งกำเนิดความดันสำหรับความดันทางเดินหายใจเป็นบวกต่อเนื่องทางจมูก (CPAP) ในทารกคลอดก่อนกำหนด

ใจความสำคัญ

ความดันทางเดินหายใจเป็นบวกต่อเนื่องแบบฟอง (CPAP) อาจลดความเสี่ยงของความล้มเหลวในการบำบัดด้วย CPAP เมื่อเปรียบเทียบกับ CPAP ที่ให้โดยอุปกรณ์ช่วยหายใจ หรือ Infant Flow Driver Bubble CPAP อาจส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยต่อความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคลอดก่อนกำหนด แต่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บทางจมูกในระดับปานกลางถึงรุนแรง

CPAP คืออะไร

CPAP เป็นรูปแบบหนึ่งของการช่วยหายใจที่สามารถใช้ในการช่วยหายใจในทารกคลอดก่อนกำหนด (คลอดก่อนกำหนด) ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอด เครื่องประเภทต่างๆ สามารถให้ CPAP ได้ รวมถึงอุปกรณ์ตีฟองใต้น้ำ (ฟองอากาศ CPAP) อุปกรณ์ช่วยหายใจ และ Infant Flow Driver.

เราต้องการค้นหาอะไร

เราต้องการตรวจสอบว่ามีหลักฐานสนับสนุนระบบฟองอากาศเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ช่วยหายใจหรือระบบ Infant Flow Driver เพื่อลดอัตราความล้มเหลวของการรักษาด้วย CPAP (สภาพของทารกแย่ลงหรือทารกต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ) และลดภาวะแทรกซ้อนและอันตราย

เราทำอะไร

เราค้นหาฐานข้อมูลทางการแพทย์สำหรับการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (ประเภทของการศึกษาที่ผู้เข้าร่วมได้รับการสุ่มให้เข้าร่วมกลุ่มการรักษากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจากสองกลุ่มขึ้นไป) จนถึงเดือนมกราคม 2023

เราพบอะไร

เรารวมการทดลอง 15 ฉบับ ที่เปรียบเทียบการใช้ bubble CPAP กับอุปกรณ์ช่วยหายใจหรือ Infant Flow Driver CPAP ในทารกคลอดก่อนกำหนดทั้งหมด 1437 คน การทดลองส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก และมีข้อบกพร่องด้านการออกแบบที่อาจทำให้ผลการวิจัยของพวกเขาเสี่ยงต่ออคติ

ผลลัพธ์ที่สำคัญ

การวิเคราะห์โดยรวมแสดงให้เห็นว่าการใช้ bubble CPAP แทนการใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจหรือ Infant Flow Driver bubble อาจลดความเสี่ยงของความล้มเหลวในการรักษาด้วย CPAP แต่ bubble CPAP นั้นอาจไม่ส่งผลต่อความเสี่ยงของการเสียชีวิตหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ของการคลอดก่อนกำหนด Bubble CPAP จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของจมูกในระดับปานกลางถึงรุนแรง ไม่มีการศึกษาที่รวบรวมไว้ซึ่งดูผลกระทบต่อความพิการหรือผลลัพธ์ด้านพัฒนาการอื่น ๆ

ข้อจำกัดของหลักฐานคืออะไร

เราตัดสินความเชื่อมั่นของหลักฐานสำหรับผลกระทบของ bubble กับอุปกรณ์ช่วยหายใจหรือ Infant Flow Driver สำหรับ CPAP ในทารกคลอดก่อนกำหนดในระดับต่ำ เนื่องจากกังวลว่าวิธีการที่ใช้ในการทดลองที่รวบรวมมาอาจมีอคติ และจำนวนข้อมูลที่จำกัดจากการทดลอง (หมายถึงผลลัพธ์มีความแม่นยำน้อยกว่า) ความมั่นใจในผลลัพธ์ของเราจึงมีจำกัด

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

เนื่องจากระดับความเชื่อมั่นต่ำเกี่ยวกับผลของ bubble CPAP เทียบกับแหล่งความดันอื่น ๆ ต่อความเสี่ยงของการรักษาล้มเหลวและการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนด การทดลองขนาดใหญ่และมีคุณภาพสูงเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้หลักฐานของความถูกต้องเพียงพอและนำไปใช้ได้ในการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและบริบท

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

แหล่งกำเนิดแรงดันหลายประเภท รวมถึงอุปกรณ์สร้างฟองใต้น้ำ อุปกรณ์ช่วยหายใจ และ Infant Flow Driver ใช้สำหรับให้แรงดันทางเดินหายใจเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง (CPAP) แก่ทารกคลอดก่อนกำหนดที่มีภาวะหายใจลำบาก ยังไม่ชัดเจนว่าการใช้ bubble CPAP กับแหล่งแรงดันอื่นๆ นั้นสัมพันธ์กับอัตราความล้มเหลวในการรักษาด้วย CPAP ที่ต่ำกว่า หรืออัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยอื่นๆ หรือไม่

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินประโยชน์และอันตรายของ bubble CPAP เทียบกับแหล่งแรงดันอื่นๆ (อุปกรณ์ช่วยหายใจหรือ Infant Flow Driver) เพื่อลดความล้มเหลวในการรักษาและลดอัตราการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนดที่มีหรือมีความเสี่ยงต่อภาวะหายใจลำบาก

วิธีการสืบค้น: 

เราค้นหา Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL; 2023, Issue 1); MEDLINE (1946 ถึง 6 มกราคม 2023), Embase (1974 ถึง 6 มกราคม 2023), Maternity & Infant Care Database (1971 ถึง 6 มกราคม 2023) และ Cumulative Index to Nursing and Allied Health Literature (1982 ถึง 6 มกราคม 2023) เราค้นหาฐานข้อมูลการทดลองทางคลินิกและรายงานการประชุม และตรวจสอบรายการอ้างอิงของบทความที่ได้มา

เกณฑ์การคัดเลือก: 

เรารวมการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมเปรียบเทียบ bubble CPAP กับแหล่งความดันอื่นๆ (เครื่องช่วยหายใจหรือ Infant Flow Driver) สำหรับการให้ CPAP ทางจมูกแก่ทารกที่คลอดก่อนกำหนด

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

เราใช้วิธีมาตรฐานของ Cochrane ผู้ประพันธ์การทบทวนวรรณกรรม 2 คนแยกกันประเมินคุณภาพการทดลอง คัดเลือกข้อมูลแยกจากกัน และสังเคราะห์ผลโดยใช้อัตราส่วนความเสี่ยง (RR) ความแตกต่างของความเสี่ยง (RD) และความแตกต่างของค่าเฉลี่ย เราใช้วิธี GRADE เพื่อประเมินความเชื่อมั่นของหลักฐานสำหรับผลต่อความล้มเหลวของการรักษา การตายจากทุกสาเหตุ การแย่ลงของพัฒนาการทางระบบประสาท เยื่อหุ้มปอดมีอากาศ การบาดเจ็บทางจมูกระดับปานกลางถึงรุนแรง และความผิดปกติของหลอดลมและปอด

ผลการวิจัย: 

เรารวมการทดลอง 15 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับทารกทั้งหมด 1437 คน การทดลองทั้งหมดมีขนาดเล็ก (ค่ามัธยฐานของจำนวนผู้เข้าร่วม 88 คน) วิธีการที่ใช้ในการสร้างลำดับการสุ่มและวิธีทำให้แน่ใจว่ามีการปกปิดการแบ่งกลุ่มไม่ชัดเจนในรายงานการทดลองประมาณครึ่งหนึ่ง การขาดมาตรการสำหรับปกปิดกลุ่มในผู้ดูแลหรือผู้ตรวจสอบเป็นแหล่งที่มาของอคติในทุกการศึกษาที่รวบรวม การทดลองเกิดขึ้นในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาในสถานดูแลผู้ป่วยในระดับนานาชาติ โดยส่วนใหญ่อยู่ในอินเดีย (การทดลอง 5 ฉบับ) และอิหร่าน (การทดลอง 4 ฉบับ) แหล่งกำเนิดความดันที่ศึกษาคืออุปกรณ์ bubble CPAP ที่มีจำหน่ายทั่วไปเทียบกับอุปกรณ์ช่วยหายใจ (การทดลอง 11 ฉบับ) หรืออุปกรณ์ Infant Flow Driver (การทดลอง 4 ฉบับ)

Meta-analyses แนะนำว่าการใช้ bubble CPAP งเทียบกับอุปกรณ์ช่วยหายใจหรือ CPAP ของ Infant Flow Driver อาจลดอัตราความล้มเหลวของการรักษา (RR 0.76 ช่วงความเชื่อมั่น 95% (CI) 0.60 ถึง 0.95; (I² = 31%) RD − 0.05, 95% CI −0.10 ถึง −0.01; จำนวนที่จำเป็นในการรักษาสำหรับผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม 20, 95% CI 10 ถึง 100; การศึกษา 13 ฉบับ ทารก 1230 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ) ประเภทของแหล่งกำเนิดความดันอาจไม่ส่งผลต่อการเสียชีวิตก่อนออกจากโรงพยาบาล (RR 0.93, 95% CI 0.64 ถึง 1.36 (I² = 0%); RD −0.01, 95% CI −0.04 ถึง 0.02; การทดลอง 10 ฉบับ ทารก 1189 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ) ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความบกพร่องทางพัฒนาการทางระบบประสาท Meta-analysis เสนอแนะว่าแหล่งกำเนิดความดันอาจไม่ส่งผลต่อความเสี่ยงของภาวะโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ (RR 0.73, 95% CI 0.40 ถึง 1.34 (I² = 0%); RD −0.01, 95% CI −0.03 ถึง 0.01; การทดลอง 14 ฉบับ ทารก 1340 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ) Bubble CPAP มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเสี่ยงของการบาดเจ็บทางจมูกระดับปานกลางถึงรุนแรง (RR 2.29, 95% CI 1.37 ถึง 3.82 (I² = 17%)); RD 0.07, 95% CI 0.03 ถึง 0.11; จำนวนที่จำเป็นในการรักษาสำหรับผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายเพิ่มเติม 14, 95% CI 9 ถึง 33; การศึกษา 8 ฉบับ ทารก 753 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นปานกลาง) แหล่งความดันอาจไม่ส่งผลต่อความเสี่ยงของbronchopulmonary dysplasia (RR 0.76, 95% CI 0.53 ถึง 1.10 (I² = 0%); RD −0.04, 95% CI −0.09 ถึง 0.01; การทดลอง 7 ฉบับ, ทารก 603 คน; หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ)

บันทึกการแปล: 

แปลโดย ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 16 เมษายน 2023 Edit โดย ผกากรอง 9 มิถุนายน 2023

Tools
Information