การใช้ Time-lapse systems ในการเพาะเลี้ยงและประเมินตัวอ่อนในคู่สมรสที่มารักษาด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) และการผสมด้วยการฉีดเชื้ออสุจิเข้าภายในเซลล์ไข่ (ICSI)

การแปลนี้ไม่ทันสมัย โปรด คลิกที่นี่ เพื่อดูฉบับภาษาอังกฤษล่าสุดของการทบทวนนี้

คำถามของการทบทวนวรรณกรรม

ต้องการทราบว่า การใช้ time-lapse systems (TLS) ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ การคลอดบุตรมีชีวิต และ ลดโอกาสการเกิดการแท้งบุตรและการตายคลอดของทารกหรือไม่

ที่มาและความสำคัญของปัญหา

การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (IVF) และการผสมด้วยการฉีดเชื้ออสุจิเข้าภายในเซลล์ไข่ (ICSI) คือ กระบวนการที่นำเซลล์ไข่ของสตรีและน้ำเชื้อของผู้ชายมาผสมให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ตัวอ่อนจะถูกเลี้ยงและย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกของสตรีเมื่อตัวอ่อนมีการพัฒนาอยู่ในช่วงอายุระหว่างวันที่ 2 และ วันที่ 5 โดยทั่วไป ตัวอ่อนจะถูกเอาจากตู้เลี้ยงตัวอ่อน เพื่อทำการประเมินคุณภาพ และระยะการเจริญเติบโต ภายใต้กล้องจุลทัศน์กำลังขยายสูง TLS จะทำการประเมินตัวอ่อนโดยการถ่ายรูปของตัวอ่อนเป็นระยะๆ โดยไม่ต้องนำตัวอ่อนออกจากตู้เพาะเลี้ยง TLS ใช้ระบบ software ในการช่วยนักวิทยาศาสตร์คัดเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดและนำตัวอ่อนที่ได้มาย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อเพิ่มโอกาสการคลอดทารกมีชีวิต

ลักษณะการศึกษา

ซึ่งหลักฐานเป็นปัจจุบันถึงเดือนสิงหาคม 2017 ได้ทำการรวบรวมการศึกษาวิจัย จำนวน 8 การศึกษา (การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ) จำนวนสตรี 2303 คนที่ได้รับการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) หรือ ICSI มี 3 การศึกษาที่มีการออกแบบการศึกษาแตกต่างกัน 1) การประเมินด้วยภาพถ่ายที่ได้จาก TLS เปรียบเทียบกับการประเมินจากภาพถ่ายจากตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม 2) การใช้ระบบปฏิบัติ (software) ของ TLS มาใช้ในการคัดเลือกตัวอ่อน เปรียบเทียบกับการประเมินโดยใช้ภาพถ่ายของ TLS 3) การใช้ระบบปฏิบัติ (software) ของ TLS ในการคัดเลือกตัวอ่อนเปรียบเทียบกับการใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

การทดลองรวบรวมสตรีที่รับการปฏิสนธินอกร่างกาย และ การฉีดอสุจิเข้าเซลล์ไข่ (ICSI); บางการวิจัยรวบรวมถึงการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งและย้ายสด; 1 การทดลองได้รวบรวมสตรีที่ใช้ไข่ผู้บริจาคและการทดลองที่เหลือใช้ไข่ของตนเอง; วันที่ย้ายตัวอ่อนมีความแตกต่างกันระหว่างการทดลอง; และมีบางการทดลองทำการย้ายตัวอ่อนเพียงตัวเดียว ในขณะที่บางการทดลองย้ายตัวอ่อนหลายตัวอื่น เราได้คำนึงถึงความแตกต่างเหล่านี้เมื่อทำการประเมินคุณภาพของงานวิจัย ความแตกต่างเหล่านี้ควรจะสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติ 'โลกแห่งความจริง' ซึ่งมีความหลากหลายในทางปฏิบัติ

การทบทวนวรรณกรรมที่พบ คือ

TLS ในการประเมินรูปร่างตัวอ่อน เมื่อเทียบกับการใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

อาจไม่มีความแตกต่างระหว่างวิธีการศึกษาวิจัยเหล่านี้ในอัตราการคลอดมีชีวิตหรืออัตราการตั้งครรภ์ (หลักฐานคุณภาพปานกลาง) อัตราการแท้งบุตรหรืออัตราการคลอดบุตรที่เสียชีวิต (หลักฐานคุณภาพต่ำ) หลักฐานแสดงให้เห็นว่า อัตราการคลอดมีชีวิตถ้าใช้การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิมจะอยู่ระหว่าง 33% และอัตราการคลอดมีชีวิตจากการใช้ TLS กับการใช้วิธีการประเมินรูปร่างของตัวอ่อนแบบดั้งเดิมอยู่ระหว่าง 19%และ 36%

TLS มี software ที่มีประโยชน์ในการเลือกและประเมินตัวอ่อนเมื่อเทียบกับ การใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการคลอดและการตายคลอดของทารก ไม่แน่ใจว่า TLS ที่ใช้ software จะมีผลต่ออัตราการแท้งบุตรและอัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิกหรือไม่เมื่อเทียบกับการใช้ TLS ที่ใช้การคัดเลือกตัวอ่อนแบบวิธีดั้งเดิม (คุณภาพหลักฐานต่ำ) หลักฐานแสดงให้เห็นว่า อัตราการแท้งสัมพันธ์กับการใช้ TLS ในการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนโดยการถ่ายภาพ คือ 5% เมื่อเทียบกับการเลือกตัวอ่อนจากการประเมินโดยการใช้ software อยู่ที่ 3% ถึง 14%

TLS มี software ที่มีประโยชน์ในการเลือกและประเมินตัวอ่อนเมื่อเทียบกับ การใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

ไม่มีงานวิจัยที่ออกแบบงานวิจัยที่ดีที่จะบอกได้ว่า การใช้ TLS ร่วมกับการใช้ Software ในการคัดเลือกตัวอ่อนช่วยเพิ่มอัตราการคลอดมีชีวิต หรืออัตราการตั้งครรภ์ และ ลดอัตราการแท้งบุตรเมื่อเทียบกับการไม่ใช้ TLS (หลักฐานการศึกษาคุณภาพต่ำ) หลักฐานแสดงให้เห็นว่า อัตราการเกิดคลอดมีชีวิตที่ไม่สัมพันธ์กับการใช้ TLS ในการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน โดยพบอัตราการคลอดมีชีวิตอยู่ที่ 38% โดยที่อัตราการคลอดที่ใช้การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิมจะอยู่ระหว่าง 36% ถึง 58%

ผู้ป่วยจำเป็นต้องทราบว่าไม่มีหลักฐานที่ดีว่า TLS มีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม สตรีอาจต้องการมีส่วนร่วมในการศึกษาทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบของการใช้ TLS เพื่อที่จะไปเพิ่มหลักฐานที่มีอยู่และช่วยเป็นแนวทางให้ผู้ป่วย ART ในอนาคต

คุณภาพของหลักฐาน

คุณภาพของงานวิจัยอยู่ในระดับต่ำมากถึงปานกลาง (very low to moderate quality)

ผลสรุปจากผู้แต่ง: 

มีหลักฐานไม่เพียงพอในการบอกความแตกต่างของ อัตราการเกิด การแท้ง การตายคลอดของทารก และอัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิก ระหว่าง การใช้ TLS ที่ใช้และไม่ใช้ระบบ software ในการคัดเลือกตัวอ่อน กับ การใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม การศึกษามีอคติสูงในแง่การสุ่ม (randomisation) และการปกปิด (allocation concealment) ควรแปลผลการวิจัยอย่างระมัดระวัง

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
ที่มาและความสำคัญของปัญหา: 

การเพาะเลี้ยงและการประเมินตัวอ่อนเป็นขั้นตอนสำคัญในเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) ตามวิธีที่ปฏิบัติกันมา การประเมินตัวอ่อนจะทำโดยการนำตัวอ่อนออกจากตู้เพาะเลี้ยงดั้งเดิมวันต่อวันโดยทำการประเมินภายใต้กล้องจุลทรรศน์ (light microscope) โดยนักวิทยศาสตร์ที่ชำนาญการเลี้ยงตัวอ่อน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาระบบ time-lapse ได้รับการพัฒนาขึ้นซึ่งสามารถถ่ายภาพตัวอ่อนในช่วงเวลาต่างๆได้ สิ่งนี้จะช่วยนักวิทยาศาตร์ที่ทำการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนสามารถเลือกตัวอ่อนผ่านทางระะบบ software ทำให้สามารถประเมินคุณภาพตัวอ่อนโดยไม่ต้องนำตัวอ่อนออกจากตู้เพาะเลี้ยง

ประโยชน์จากการใช้ time-lapse (TLS) คือ สามารถคงระบบนิเวศน์ของการเพาะเลี้ยง ดังนั้นจึงเป็นการจำกัดการสัมผัสของตัวอ่อนต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบของก๊าซ อุณหภูมิและการเคลื่อนไหว TLS มีประโยชน์ในการคัดเลือกตัวอ่อนในการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) นอกจากนั้น ยังใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของตัวอ่อน การใช้ TLS จะเพิ่มค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF)

วัตถุประสงค์: 

เพื่อที่จะประเมินผลของ TLS ในการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเมื่อเทียบกับการใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนด้วยวิธีดั้งเดิม และการประเมินถึงตัวชี้วัดทางคลินิกในคู่สมรสที่ทำรับการรักษาด้วยวิธี ART

กลยุทธ์การสืบค้น: 

เราใช้ระเบียบวิธีวิจัยมาตรฐานในการดำเนินการศึกษาตาม Cochrane เราทำการสืบค้นในทะเบียนข้อมูลของ Cochrane Gynaecology and Fertility (CGF) Group, CENTRAL, MEDLINE, Embase, CINAHL และ 2 ทะเบียนการทดลอง เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2017

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก: 

เราทำการรวบรวมการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบในการศึกษาที่เปรียบเทียบ: เปรียบเทียบการใช้ TLS ทีมีและไม่มีการค้ดเลือกตัวอ่อนด้วยการใข้ระบบ software กับ การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนด้วยวิธีดั้งเดิมกับการประเมินโดยการดูรูปร่างของตัวอ่อน และ การใช้ TLS ที่มีการใช้ software ในการคัดเลือกตัวอ่อน กับ การใช้ TLS ที่ไม่ใช้ software ในการคัดเลือกตัวอ่อนในคู่สมรสที่มารับการรักษาด้วยวิธี ART

การเก็บรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล: 

เราใช้ระเบียบวิธีวิจัยมาตรฐานในการดำเนินการศึกษาตาม Cochrane ผลลัพธ์หลัก คือ การคลอดมีชีวิต การแท้งบุตร และ การคลอดทารกที่ตายในครรภ์ ผลลัพธ์รองคือ การตั้งครรภ์ทางคลินิก (ckinical pregnancy) และ การตั้งครรภ์ทางคลินิกสะสม (cumulative clinical pregnancy) พวกเราใช้ GRADE มาประเมินคุณภาพผลลัพธ์ที่สำคัญของการศึกษา พรกเราทำการเปรียบเทียบ ดังนี้

TLS ในการประเมินรูปร่างตัวอ่อน เมื่อเทียบกับการใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

TLS ที่มี software ในการเลือกตัวอ่อนจากการประเมินรูปร่างตัวอ่อนเมื่อเทียบกับการใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

TLS มี software ที่มีประโยชน์ในการเลือกและประเมินตัวอ่อนเมื่อเทียบกับ การใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบมาตรฐาน

ผลลัพธ์หลัก: 

รวบรวมการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบจำนวน 8 การศึกษา (จำนวนสตรี 2303 คน) คุณภาพของงานวิจัยอยู่ในระดับต่ำมากถึงปานกลาง (very low to moderate quality) ข้อจำกัดที่สำคัญ คือ ความไม่แม่นยำ และความเสี่ยงของการมีอคติที่เกี่ยวข้องกับการขาดการปกปิดของผู้เข้าร่วมและนักวิจัย และข้อจำกัดอีกข้อ คือ ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง interventions ของบางการศึกษา ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ทางคลินิกสะสม (cumulative clinical pregnancy)

TLS ในการประเมินรูปร่างตัวอ่อน เมื่อเทียบกับการใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

ไม่มีหลักฐานของความแตกต่างระหว่างวิธีการในแง่ของอัตราการคลอดมีชีวิต (odds ratio (OR) 0.73, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.47 ถึง 1.13, การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 2 เรื่อง, จำนวนประชากรที่เข้าร่วมการศึกษา 440 คน I2 = 11% คุณภาพหลักฐานปานกลาง) และไม่มีหลักฐานว่ามีความแตกต่างของอัตราการแท้งบุตร (OR 2.25, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.84 ถึง 6.02, การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 2 เรื่อง จำนวนประชากรที่เข้าร่วมการศึกษา 440 คน, I2 = 44% คุณภาพหลักฐานต่ำ) หลักฐานบ่งบอกว่า อัตราการคลอดทารกมีชีวิตที่ใช้การเพาะเลี้ยงด้วยวิธีดั้งเดิม เท่ากับ 33% และ เท่ากับ 19% ถึง 36% เมื่อใช้ TLS และใช้การประเมินรูปร่างตัวอ่อนด้วยวิธีดั้งเดิม และ ในแง่ของอัตราการแท้งบุตรในการใช้วิธีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม คือ 3% และ เท่ากับ 3% ถึง 18% เมื่อใช้ TLS และใช้การประเมินรูปร่างตัวอ่อนด้วยวิธีดั้งเดิม ไม่มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ามีความแตกต่างระหว่าง 2 วิธีในการประเมินอัตราการคลอดทารกที่เสียชีวิตในครรภ์ (OR 1.00, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.13 ถึง 7.49, จำนวนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 1 เรื่อง, N=76 คน, คุณภาพหลักฐานต่ำ) ไม่มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ามีความแตกต่างระหว่าง 2 วิธีในการประเมินอัตราการคลอดทารกที่เสียชีวิตในครรภ์ (OR 0.88, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.58 ถึง 1.33, จำนวนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 3 เรื่อง, N= 489 คน, I2 = 0%, คุณภาพหลักฐานปานกลาง)

TLS ที่มี software ในการเลือกตัวอ่อนจากการประเมินรูปร่างตัวอ่อนเมื่อเทียบกับการใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการคลอดและการตายคลอดของทารก ไม่แน่ใจว่า TLS ที่ใช้ software จะมีผลต่ออัตราการแท้งบุตรและอัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิกหรือไม่เมื่อเทียบกับการใช้ TLS ที่ใช้การคัดเลือกตัวอ่อนแบบวิธีดั้งเดิม (OR 1.39, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.64 ถึง 3.01, จำนวนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 2 เรื่อง N= 463 คน, I2 = 0%, คุณภาพหลักฐานต่ำ) และไม่มีความทแตกต่างในอัตราการตั้งครรภ์ (OR 0.97, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.67 ถึง 1.42, จำนวนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 2 เรื่อง N= 463 คน, I2 = 0%, คุณภาพหลักฐานต่ำ) หลักฐานแสดงให้เห็นว่า อัตราการแท้งสัมพันธ์กับการใช้ TLS ในการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนโดยการถ่ายภาพ คือ 5% เมื่อเทียบกับการเลือกตัวอ่อนจากการประเมินโดยการใช้ software อยู่ที่ 3% ถึง 14%

TLS มี software ที่มีประโยชน์ในการเลือกและประเมินตัวอ่อนเมื่อเทียบกับ การใช้ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม

ไม่มีหลักฐานในแง่ความแตกต่างของอัตราการคลอดมีชีวิตระหว่างการใช้ TLS ที่ใช้ระบบ software ในการคัดเลือกตัวอ่อนกับการใช้วิธีการคัดเลือกแบบดั้งเดิม (OR 1.21, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.96 ถึง 1.54 , จำนวนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 2 เรื่อง N= 1017 คน, I2 = 0%, คุณภาพหลักฐานต่ำมาก) ไม่แน่ใจว่า TLS มีอิทธิพลต่ออัตราการแท้งบุตรหรือไม่ (OR 0.73, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.49 ถึง 1.08, จำนวนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 3 เรื่อง, N= 1351 คน, I2 = 0%, คุณภาพหลักฐานต่ำมาก) หลักฐานบ่งบอกว่า อัตราการคลอดทารกมีชีวิตที่สัมพันธ์กับการไม่ใช้ TLS คือ 38% และการใช้การเพาะเลี้ยงด้วยวิธีดั้งเดิมเท่ากับ 36% ถึง 58% และในแง่ของอัตราการแท้งบุตรในการใช้วิธีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแบบดั้งเดิม คือ 9% และ เท่ากับ 4% ถึง 10% เมื่อใช้ TLS ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการคลอดทารกที่เสียชีวิตในครรภ์ ไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดว่า การใช้ TLS มีผลต่ออัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิก (OR 1.17, ค่าความเชื่อมั่นที่ 95% อยู่ในช่วง 0.94 ถึง 1.45, จำนวนการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ 3 เรื่อง, N= 1351 คน, I2 = 42%, คุณภาพหลักฐานต่ำมาก)

บันทึกการแปล: 

ผู้แปล หลิงหลิง สาลัง ภาควิชา สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 8 กุมภาพันธ์ 2019

Share/Save