การเหน็บยาทาางช่องคลอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

คำถามของการทบทวนวรรณกรรม

ในการทบทวนวรรณกรรมครังนี้ เราได้ประเมินผลของสารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เฉพาะที่ (สารเคมีที่สามารถใช้ภายในช่องคลอดหรือทวารหนัก) เปรียบเทียบกับยาหลอก (สารที่ไม่ออกฤทธิ์) เพื่อป้องกันไม่ให้สตรีที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย จากการได้รับการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) รวมถึง HIV

ความเป็นมา

บทความนี้เป็นการปรับปรุงการทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์ในปี 2012 ทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รักษาหายและรักษาไม่หายยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีการนำกลยุทธ์การป้องกันมาใช้จนถึงปัจจุบันก็ตาม สตรีมักมีอัตราการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สูงสุดและมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ไม่ได้สัดส่วน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักไม่มีอาการ แม้จะมีช่องโหว่มากขึ้น แต่ตัวเลือกในปัจจุบันในการลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงจำกัดสำหรับสตรี ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างชัดเจนสำหรับกลยุทธ์ใหม่ๆ และมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันไม่ให้คนติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมถึง HIV

ลักษณะของการศึกษา

นักวิจัยของ Cochrane ค้นหาวรรณกรรมที่มีอยู่จนถึงเดือนสิงหาคม 2020 และรวมการทดลองได้ 12 รายการ ในสตรี 32,464 คน ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย การทดลองนี้ศึกษายาเหน็บทั้งหมด 7 ชนิด (เจลทาในช่องคลอด 6 ชนิด และวงแหวนสอดช่องคลอด 1 ชนิด) ซึ่งเปรียบเทียบกับยาหลอก ทั้งหมดดำเนินการในสตรีที่มีอายุมากกว่า 16 ปี การทดลองทั้งหมดดำเนินการใน sub-Saharan Africa โดยมีการทดลอง 1 รายการที่มีพื้นที่ศึกษาในอินเดีย และการทดลองอีก 1 รายการ มีพื้นที่ศึกษาในสหรัฐอเมริกา ผู้วิจัยไม่พบการศึกษาใดที่ดำเนินการในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย

ผลการศึกษาที่สำคัญ

เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก อัตราการติดเชื้อ HIV จะลดลงในกลุ่มที่ใช้ยาสอดช่องคลอดที่มียาต้านไวรัสที่เรียกว่า Dapivirine แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เกิดขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกันในกลุ่ม Dapivirine และยาหลอก Tenofovir gel อาจลดอัตราการติดเชื้อไวรัสเริม แต่ไม่ช่วยลดอัตราการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ นอกจากนี้เจลเซลลูโลสซัลเฟต (Cellulose sulphate gel) ยังส่งผลให้อัตราการติดเชื้อหนองในเทียมลดลงเมื่อเทียบกับยาหลอก เมื่อเปรียบเทียบเจลที่มีอื่น ๆ กับยาหลอกอัตราของ STI อาจแตกต่างกันเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลย ไม่มีการทดลองใดที่รายงานผลของโรคติดต่อทางเพสสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อรา

เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก อัตราการติดเชื้อ HIV จะลดลงในกลุ่มที่ใช้ยาสอดช่องคลอดที่มียาต้านไวรัสที่เรียกว่า Dapivirine แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เกิดขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกันในกลุ่ม Dapivirine และยาหลอก Tenofovir gel อาจลดอัตราการติดเชื้อไวรัสเริม แต่ไม่ช่วยลดอัตราการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ นอกจากนี้เจลเซลลูโลสซัลเฟต (Cellulose sulphate gel) ยังส่งผลให้อัตราการติดเชื้อหนองในเทียมลดลงเมื่อเทียบกับยาหลอก เมื่อเปรียบเทียบเจลที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์อื่น ๆ กับยาหลอกอาจเป็นได้ว่าอัตราการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ไม่มีการทดลองใดที่รายงานผลของโรคติดต่อทางเพสสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อรา

ความชื่อมั่นของหลักฐาน

ความเชื่อมั่นของหลักฐานอยู่ในระดับต่ำสำหรับผลลัพธ์ส่วนใหญ่ที่รายงานในการทบทวนวรรณกรรมนี้ เนื่องจากความแตกต่างกันของแต่ละการศึกษา และการศึกษามีจำนวนน้อยและผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยที่ใช้สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด สิ่งนี้นำไปสู่ความไม่แม่นยำของผลการวิจัย (ช่วงครอบคลุมค่าการมีผลประโยชน์ทางคลินิกไปจนถึงการมีอันตราย)

ความเป็นปัจจุบันของการทบทวนวรรณกรรมนี้เป็นอย่างไร

ผู้ทบทวนวรรณกรรมสืบค้นการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์จนถึงเดือนสิงหาคม 2020

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

หลักฐานปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าสารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ Dapivirine เหน็บทางช่องคลอดอาจช่วยลดการได้รับเชื้อ HIV ในสตรีที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่เหน็บทางช่องคลอดประเภทอื่นๆ ไม่ได้แสดงหลักฐานว่ามีผลต่อการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมถึง HIV ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาและทดสอบสารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ชนิดใหม่ๆ ต่อไป

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

บทความนี้เป็นการปรับปรุงการทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์ในฉบับที่ 6 ปี 2012 การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) ยังคงเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตอย่างมหาศาล กลยุทธ์การป้องกันที่มีประสิทธิภาพรวมถึงสารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ระดับโลกขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อเหล่านี้

วัตถุประสงค์: 

เพื่อตรวจสอบประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เฉพาะที่เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมถึง HIV

วิธีการสืบค้น: 

เราดำเนินการค้นหาจาก Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL), MEDLINE, Embase, LILACS, CLIB, Web of Science, ClinicalTrials.gov, WHO International Clinical Trials Registry Platform และรายการอ้างอิงของบทความที่เกี่ยวข้องจนถึงเดือนสิงหาคม 2020 นอกจากนี้เราได้ติดต่อองค์กรและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

เกณฑ์การคัดเลือก: 

เรารวมการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมที่ศึกษาสารที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่เหน็บทางช่องคลอดเทียบกับยาหลอก (ยกเว้น nonoxynol-9 เนื่องจากอยู่ใน Cochrane Review ที่เกี่ยวข้อง) ผู้เข้าร่วมคือผู้ที่มีเพศสัมพันธ์และไม่ได้ตั้งครรภ์, WSM และ MSM ซึ่งไม่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้วิจัย 2 คน คัดกรองและคัดเลือกการศึกษา ดึงข้อมูลและประเมินความเสี่ยงของการมีอคติอย่างเป็นอิสระต่อกัน แก้ไขความเห็นต่างโดยการทำฉันทามติ เราได้ทำการวิเคราะห์ fixed-effect meta-analysis โดยแบ่งการวิเคราะห์ตามประเภทของสารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และประเมินความเชื่อมั่นของหลักฐานโดยใช้วิธี GRADE

ผลการวิจัย: 

เราได้รวบรวมการทดลอง 8 รายการ จากการทบทวนวรรณกรรมฉบับก่อนหน้า และรวบรวมการทดลองใหม่ 4 รายการ ดังนั้นจึงการการทดลองทั้งหมด 12 รายการ มีผู้เข้าร่วม 32,464 คน (ทั้งหมดเป็น WSM ) เราไม่พบว่ามีการศึกษาในกลุ่มชายรักชาย หรือรายงานว่าเป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อรา ที่เป็นไปตามเกณฑ์การคัดเข้า เราไม่มีการศึกษาที่รอการประเมิน

การทดลองทั้งหมด 12 รายการ ดำเนินการใน sub-Saharan Africa โดยมีการทดลอง 1 รายการที่มีพื้นที่ศึกษาในสหรัฐอเมริกา และการทดลองอีก 1 รายการ ที่มีพื้นที่ศึกษาในอินเดีย สารฆ่าจุลินทรีย์ในช่องคลอดที่ทดสอบ ได้แก่ BufferGel และ PRO 2000 (การทดลอง 1 รายการ; สตรี 3101 คน), Carraguard (การทดลอง 1 รายการ; สตรี 6202 คน), เซลลูโลสซัลเฟต (การทดลอง 2 รายการ; สตรี 3069 คน) Dapivirine (การทดลอง 2 รายการ; สตรี 4588 คน) PRO 2000 (การทดลอง 1 รายการ; สตรี 9385 คน), C31G (SAVVY) (การทดลอง 2 รายการ; สตรี 4295 คน) และ Tenofovir (การทดลอง 3 รายการ; สตรี 4958 คน) สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดถูกเปรียบเทียบกับยาหลอก และการทดลองทั้งหมดมีความเสี่ยงของการมีอคติต่ำ

Dapivirine อาจช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV: risk ratio (RR) 0.71, (95% confidence interval (CI) 0.57 ถึง 0.89, I2 = 0%, การทดลอง 2 รายการ, สตรี 4588 คน; หลักฐานมีความเชื่อมั่นปานกลาง) สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ อาจส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวีน้อยมากหรือแทบไม่มีความแตกต่างกัน (หลักฐานมีความน่าเชื่อถือต่ำ) ได้แก่ Tenofovir (RR 0.83, 95% CI 0.68 ถึง 1.02, เซลลูโลสซัลเฟต (RR 1.20, 95% CI 0.74 ถึง 1.95, BufferGel (RR 1.05, 95% CI 0.73 ถึง 1.52), Carraguard (RR 0.89, 95% CI 0.71 ถึง 1.11 ), PRO 2000 (RR 0.93, 95% CI 0.77 ถึง 1.14) และ SAVVY (RR 1.38, 95% CI 0.79 ถึง 2.41)

หลักฐานที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าเซลลูโลสซัลเฟต (RR 0.99, 95% CI 0.37 ถึง 2.62, การทดลอง 1 รายการ, สตรี 1425 คน) และ PRO 2000 (RR 0.95, 95% CI 0.73 ถึง 1.23) อาจส่งผลให้ความเสี่ยงในการได้รับ การติดเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 2 (หลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำ) การศึกษา 2 รายการ รายงานข้อมูลเกี่ยวกับผลของ Tenofovir ต่อไวรัสนี้ มีการศึกษา 1 รายการ เสนอว่า Tenofovir อาจลดความเสี่ยง (RR 0.55, 95% CI 0.36 ถึง 0.82; ผู้เข้าร่วม 224 คน) ในขณะที่อีกการศึกษาไม่พบหลักฐานของผลกระทบ (RR 0.94, 95% CI 0.85 ถึง 1.03; ผู้เข้าร่วม 1003 คน) เรายังไม่ได้รายงานผลรวม (pooled result) เนื่องจากมี heterogeneity สูงระหว่างการศึกษาทั้งสอง (l2 = 85%)

หลักฐานยังชี้ให้เห็นว่า Dapivirine (RR 1.70, 95% CI 0.63 ถึง 4.59), Tenofovir (RR 1.27, 95% CI 0.58 ถึง 2.78), เซลลูโลสซัลเฟต (RR 0.69, 95% CI 0.26 ถึง 1.81) และ (Carraguard (RR 1.07, 95% CI 0.75 ถึง 1.52) อาจมีผลเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยต่อความเสี่ยงของการติดเชื้อซิฟิลิส (หลักฐานมีความเชื่อมั่นในระดับต่ำ)

นอกจากนี้ Dapivirine (RR 0.97, 95% CI 0.89 ถึง 1.07), Tenofovir (RR 0.90, 95% CI 0.71 ถึง 1.13), เซลลูโลสซัลเฟต (RR 0.70, 95% CI 0.49 ถึง 0.99), BufferGel (RR 0.97, 95% CI 0.65 ถึง 1.45), Carraguard (RR 0.96, 95% CI 0.83 ถึง 1.12) และ PRO 2000 (RR 1.01, 95% CI 0.84 ถึง 1.22) อาจส่งผลให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อหนองในเทียมน้อยหรือไม่มีความแตกต่างกัน (หลักฐานมีความเชื่อมั่นในระดับต่ำ)

หลักฐานยังชี้ให้เห็นว่ายาฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เฉพาะที่ในปัจจุบันอาจไม่มีผลต่อความเสี่ยงของการเป็นโรคหนองใน, หูด, โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) หรือการติดเชื้อไวรัส HIV (หลักฐานมีความเชื่อมั่นในระดับต่ำ) การใช้สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในการทดลอง 12 รายการ เมื่อเทียบกับยาหลอกไม่ได้นำไปสู่ความแตกต่างในอัตราการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

ไม่มีการศึกษาใดรายงานเกี่ยวกับการยอมรับวิธีการที่ใช้ (intervention)

บันทึกการแปล: 

แปลโดย พญ.วิลาสินี หน่อแก้ว

Tools
Information
Share/Save