ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระสำหรับโรคตับ

ไม่แนะนำให้ใช้เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ในการรักษาโรคตับ

มีการเสนอว่าความไม่สมดุลระหว่างภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระที่มากเกินไปและการป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระที่น้อยเกินไป อาจเป็นสาเหตุของโรคตับหลายชนิด ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระ (เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และซีลีเนียม) อาจมีบทบาทสำคัญในการรักษาผู้ป่วยโรคตับ หลักฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระในการรักษาโรคตับนั้นยังมีความขัดแย้งกันอยู่

บทความนี้จะประเมินการรักษาโรคตับจากแอลกอฮอล์ โรคภูมิต้านตนเอง โรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี หรือโรคตับแข็ง ด้วยอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ การทบทวนอย่างเป็นระบบนี้ประกอบด้วยการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มจำนวน 20 ฉบับ โดยรวมแล้ว ผู้เข้าร่วม 1225 คนได้รับการสุ่มให้รับประทานอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ (เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และซีลีเนียม) เทียบกับยาหลอก หรือไม่มีการแทรกแซงใดๆ จำนวนผู้เข้าร่วมที่ได้รับการสุ่มที่มีน้อย ส่งผลให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนจากการสุ่ม ('ผลจากความบังเอิญ') คุณภาพของการทดลองอยู่ในระดับต่ำ และด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงของการเกิดข้อผิดพลาดอย่างเป็นระบบ ('อคติ') จึงสูง

จากการศึกษาทางคลินิกแบบสุ่มที่ดำเนินการมา ไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดว่าเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี หรือการรวมกันของสารเหล่านี้ มีประโยชน์ในการรักษาโรคตับจากแอลกอฮอล์ โรคภูมิต้านตนเอง โรคไวรัสตับอักเสบ บี หรือไวรัสตับอักเสบ ซี หรือโรคตับแข็ง

บทนำ

โรคตับหลายชนิดมีความเกี่ยวข้องกับภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ ดังนั้น จึงมีการเสนอแนะว่าสารต้านอนุมูลอิสระอาจเป็นยาบำบัดที่มีศักยภาพสำหรับโรคตับต่างๆ หลักฐานที่สนับสนุนข้อเสนอแนะเหล่านี้ยังไม่ชัดเจน

วัตถุประสงค์

เพื่อประเมินประโยชน์และโทษของอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

วิธีการสืบค้น

เราได้ค้นหาใน The Cochrane Library , MEDLINE , EMBASE , LILACS, Science Citation Index Expanded และ Conference Proceedings Citation Index-Science จนถึงเดือนมกราคม 2011 เราได้ตรวจสอบเอกสารอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง และสอบถามผู้เชี่ยวชาญและบริษัทเภสัชกรรมเกี่ยวกับงานวิจัยเพิ่มเติม

เกณฑ์การคัดเลือก

เราพิจารณาคัดเลือกการทดลองแบบสุ่มที่มีการเปรียบเทียบระหว่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระ (เบตาแคโรทีน, วิตามินเอ, ซี, อี และซีลีเนียม) กับยาหลอกหรือการไม่ได้รับการแทรกแซงใดๆ เพื่อนำมารักษาโรคตับจากภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง, ตับอักเสบจากไวรัส, โรคตับจากแอลกอฮอล์ และโรคตับแข็ง (จากทุกสาเหตุ)

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้เขียนทั้ง 4 คนได้คัดเลือกการทดลองที่จะนำมารวมไว้และดึงข้อมูลออกมาอย่างอิสระต่อกัน ตัวชี้วัดผลลัพธ์ ได้แก่ อัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับตับ อัตราการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับตับ ดัชนีทางชีวเคมี ณ ระยะเวลาติดตามสูงสุดในแต่ละการทดลอง รวมถึงเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ มาตรวัดคุณภาพชีวิต และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี เรายังพิจารณาถึงการสิ้นสุดการรักษาและการตอบสนองทางไวรัสวิทยาอย่างยั่งยืนด้วย เราได้ทำการวิเคราะห์แบบเมตา (meta-analysis) ทั้งแบบ random-effects และแบบ fixed-effect ผลลัพธ์ถูกนำเสนอในรูปแบบความเสี่ยงสัมพัทธ์ (RR) หรือผลต่างของค่าเฉลี่ย (MD) โดยทั้งสองค่ามาพร้อมกับช่วงความเชื่อมั่น 95% (95% CI)

ผลการวิจัย

มีการรวบรวมการทดลองแบบสุ่มจำนวน 20 การทดลอง โดยมีผู้เข้าร่วม 1225 คน การทดลองเหล่านี้ประเมินเบต้าแคโรทีน (3 การทดลอง), วิตามินเอ (2 การทดลอง), วิตามินซี (9 การทดลอง), วิตามินอี (15 การทดลอง) และซีลีเนียม (8 การทดลอง) การทดลองส่วนใหญ่มี ความเสี่ยงของการมีอคติ และแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกันอย่างมาก โดยรวมแล้ว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระที่ประเมินนั้นไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ (ความเสี่ยงสัมพัทธ์ [RR] 0.84, ช่วงความเชื่อมั่น 95% [CI] 0.60 ถึง 1.19, I 2 = 0%) หรืออัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับตับ (RR 0.89, ช่วงความเชื่อมั่น 95% CI 0.39 ถึง 2.05, I 2 = 37%) การแบ่งกลุ่มตามประเภทของโรคตับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์อย่างเห็นได้ชัด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระส่งผลให้ค่าการทำงานของเอนไซม์แกมมา-กลูตามิล ทรานสเปปทิเดส เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (MD 24.21 IU/l, 95% CI 6.67 ถึง 41.75, I 2 = 0%)

ข้อสรุปของผู้วิจัย

เราไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่สนับสนุนหรือหักล้างการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระในผู้ป่วยโรคตับ อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระอาจเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ในตับ

บันทึกการแปล

แปลโดย พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร เมื่อวันที่ 5 กุมพาพันธ์ 2026

Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก

การอ้างอิง
Bjelakovic G, Gluud LL, Nikolova D, Bjelakovic M, Nagorni A, Gluud C. Antioxidant supplements for liver diseases. Cochrane Database of Systematic Reviews 2021, Issue 10. Art. No.: CD007749. DOI: 10.1002/14651858.CD007749.pub2.

การใช้คุกกี้ของเรา

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพ เรายังต้องการตั้งค่าการวิเคราะห์คุกกี้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเราปรับปรุงเว็บไซต์ เราจะไม่ตั้งค่าคุกกี้เสริมเว้นแต่คุณจะเปิดใช้งาน การใช้เครื่องมือนี้จะตั้งค่าคุกกี้บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อจดจำการตั้งค่าของคุณ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าคุกกี้ได้ตลอดเวลาโดยคลิกที่ลิงก์ 'การตั้งค่าคุกกี้' ที่ส่วนท้ายของทุกหน้า
สำหรับข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ที่เราใช้ โปรดดู หน้าคุกกี้

ยอมรับทั้งหมด
กำหนดค่า