ความเป็นมา
การเจาะน้ำไขสันหลังเป็นขั้นตอนทางการแพทย์โดยใช้เข็มและกระบอกฉีดยาเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำไขสันหลังหรือฉีดยาเข้าไปในช่องน้ำไขสันหลัง บางคนอาจมีผลข้างเคียงภายหลังที่เรียกว่าอาการปวดศีรษะหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง (PDPH) อาการอาจแย่ลงได้โดยการเคลื่อนไหว นั่งหรือยืน และสามารถบรรเทาอาการได้โดยการนอนลง PDPH จำกัดการเคลื่อนไหวและกิจกรรมประจำวัน ตลอดจนก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้สำหรับทั้งผู้ป่วยและสถาบันสุขภาพ บางครั้งแพทย์แนะนำให้คนไข้พักอยู่บนเตียงหลังจากการเจาะน้ำไขสันหลังและดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกัน PDPH
ผลการค้นพบที่สำคัญ
นี่คือการอัปเดตการทบทวนวรรณกรรมฉบับดั้งเดิมที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2013 เราพบการศึกษาวิจัยใหม่ 1 ฉบับ จากการค้นคว้าเอกสารที่ตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 การทบทวนวรรณกรรมนี้รวมการศึกษาทั้งหมด 24 ฉบับโดยมีผู้เข้าร่วม 2996 ราย เราเปรียบเทียบการนอนพักบนเตียงและการให้สารน้ำเสริมประเภทต่างๆ เพื่อดูว่าสามารถป้องกัน PDPH หลังการเจาะน้ำไขสันหลังได้หรือไม่ เราพบหลักฐานคุณภาพต่ำถึงปานกลางที่ระบุว่าการนอนพักบนเตียงไม่สามารถป้องกันการเกิดอาการปวดศีรษะหลังจากการเจาะน้ำไขสันหลังได้ โดยไม่คำนึงถึงระยะเวลาในการพักหรือตำแหน่งของร่างกายหรือศีรษะผู้ป่วย ยิ่งไปกว่านั้น การนอนพักบนเตียงอาจเพิ่มโอกาสในการเกิด PDPH เราพบข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับประโยชน์ของของการให้สารน้ำเพิ่มเติมซึ่งดูเหมือนจะไม่สามารถป้องกัน PDPH ได้
เราเชื่อว่าไม่ควรแนะนำให้ผู้ป่วยปฏิบัติเช่นนี้เป็นปกติอีกต่อไปเพื่อป้องกันอาการปวดหัวหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง เนื่องจากไม่มีหลักฐานใดๆ ที่สนับสนุนการปฏิบัตินี้
คุณภาพของหลักฐานงานวิจัย
เราถือว่าคุณภาพของหลักฐานสำหรับผลลัพธ์ส่วนใหญ่ที่ประเมินในการทบทวนนี้อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
อาการปวดศีรษะหลังเจาะน้ำไขสันหลัง (PDPH) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยจากการเจาะน้ำไขสันหลังส่วนเอว ทฤษฎีต่างๆ หลายประการระบุว่าการรั่วของน้ำไขสันหลัง (CSF) ผ่านรูในเยื่อหุ้มไขสันหลังเป็นสาเหตุของผลข้างเคียงนี้ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว การนอนพักบนเตียงเป็นเวลานานถูกนำมาใช้เพื่อรักษา PDPH เมื่ออาการเริ่มเกิดขึ้น แต่ยังไม่ทราบว่าการพักบนเตียงเป็นเวลานานสามารถใช้ป้องกันได้หรือไม่ ในทำนองเดียวกัน การให้สารน้ำเพิ่มเติมนอกเหนือจากการบริโภคอาหารปกติเพื่อฟื้นฟูการสูญเสียน้ำไขสันหลังที่เกิดจากการเจาะนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด บทวิจารณ์นี้เป็นการอัปเดตการทบทวนวรรณกรรมที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ใน Cochrane Database of Systematic Reviews (ฉบับที่ 7 ปี 2013) เรื่อง "การจัดท่าทางและการให้สารน้ำเพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะหลังการเจาะไขสันหลัง"
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินว่าการนอนพักบนเตียงเป็นเวลานานร่วมกับการจัดตำแหน่งร่างกายและศีรษะที่แตกต่างกัน รวมถึงการให้สารน้ำเสริมหลังจากการเจาะน้ำไขสันหลัง จะสามารถป้องกันการเกิด PDPH ในผู้ที่เข้ารับการเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อการวินิจฉัยหรือการรักษาได้หรือไม่
วิธีการสืบค้น
เราได้ค้นหาจาก Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL), MEDLINE, EMBASE และ LILACS ตลอดจนทะเบียนการทดลองจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2015
เกณฑ์การคัดเลือก
เราได้ระบุการทดลองแบบสุ่มที่มีการควบคุมที่เปรียบเทียบผลของการพักผ่อนบนเตียงกับการเคลื่อนไหวร่างกายทันที การเอียงศีรษะลงกับท่านอนราบ การนอนคว่ำหน้ากับท่านอนหงายขณะพักผ่อนบนเตียง และการให้สารน้ำเสริมกับการไม่เสริมหรือให้สารน้ำเสริมน้อยลง เป็นมาตรการป้องกัน PDPH ในผู้ที่ได้รับการเจาะน้ำไขสันหลัง
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้เขียนสองคนได้ประเมินการศึกษาเพื่อดูความเหมาะสมโดยอิสระผ่านซอฟต์แวร์ EROS (Early Review Organizing Software) บนเว็บ ผู้เขียน 2 คนประเมิน ความเสี่ยงของการมีอคติ โดยใช้เกณฑ์ที่ระบุไว้ใน Cochrane Handbook for Systematic Reviews of Interventions อย่างอิสระ เราหาข้อสรุปร่วมกันในประเด็นที่ไม่เห็นพ้องต้องกัน เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่เกิดอาการปวดศีรษะหลังเจาะน้ำไขสันหลัง (PDPH), อาการ PDPH ที่รุนแรง, และอาการปวดศีรษะใด ๆ หลังจากการเจาะน้ำไขสันหลัง และได้ทำการวิเคราะห์ตามหลัก intention-to-treat รวมทั้งการวิเคราะห์ความไว (sensitivity analyses) โดยพิจารณาตามความเสี่ยงของอคติในการศึกษาแต่ละฉบับ เราประเมินหลักฐานโดยใช้ GRADE (Grading of Recommendations Assessment, Development and Evaluation) และได้จัดทำตาราง “สรุปผลการศึกษา”
ผลการวิจัย
เราได้รวมการทดลอง 24 ฉบับ ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 2996 คน ไว้ในการทบทวนวรรณกรรมฉบับปรับปรุงนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมในแต่ละการทดลองแตกต่างกันตั้งแต่ 39 ถึง 382 คน การศึกษาส่วนใหญ่ที่รวมอยู่จะเปรียบเทียบการนอนพักบนเตียงกับการเคลื่อนไหวร่างกายทันที และมีเพียง 2 การศึกษาเท่านั้นที่ประเมินผลของการให้สารน้ำเสริมกับการไม่เสริมใดๆ เราตัดสินว่าความ ความเสี่ยงของการมีอคติของการศึกษาที่รวมอยู่อยู่ในระดับต่ำถึงไม่ชัดเจน คุณภาพโดยรวมของหลักฐานอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง โดยถูกปรับลดระดับเนื่องจาก ความเสี่ยงของการมีอคติ ในกรณีส่วนใหญ่ ผลลัพธ์เบื้องต้นในการตรวจสอบของเราคือการเกิดของ PDPH
มีหลักฐานคุณภาพต่ำสำหรับการขาดประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการนอนพักบนเตียงเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวร่างกายทันทีต่อการเกิด PDPH รุนแรง (อัตราส่วนความเสี่ยง (RR) 0.98; ช่วงความเชื่อมั่น 95% (CI) 0.68 ถึง 1.41; ผู้เข้าร่วม = 1568; การศึกษา = 9) และมีหลักฐานคุณภาพปานกลางเกี่ยวกับอุบัติการณ์ของอาการปวดศีรษะใดๆ หลังจากการเจาะน้ำไขสันหลัง (RR 1.16; ช่วงความเชื่อมั่น 95% 1.02 ถึง 1.32; ผู้เข้าร่วม = 2477; การศึกษา = 18) นอกจากนี้ การนอนพักบนเตียงอาจทำให้ PDPH เพิ่มขึ้น (RR 1.24; 95% CI 1.04 ถึง 1.48; ผู้เข้าร่วม = 1519; การศึกษา = 12) เมื่อเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวร่างกายทันที การวิเคราะห์ที่จำกัดเฉพาะการทดลองที่มีความเข้มงวดทางระเบียบวิธีวิจัยสูงที่สุด (เช่น มีความเสี่ยงของการมีอคติต่ำในการสุ่มจัดกลุ่ม ข้อมูลที่หายไป และการปกปิดการประเมินผลลัพธ์) พบผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน มีหลักฐานคุณภาพต่ำสำหรับการไม่พบประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสารน้ำในการเกิด PDPH รุนแรง (RR 0.67; 95% CI 0.26 ถึง 1.73; ผู้เข้าร่วม = 100; การศึกษา = 1) และ PDPH (RR 1; 95% CI 0.59 ถึง 1.69; ผู้เข้าร่วม = 100; การศึกษา = 1) และมีหลักฐานคุณภาพปานกลางเกี่ยวกับอุบัติการณ์ของอาการปวดศีรษะใดๆ หลังจากการเจาะน้ำไขสันหลัง (RR 0.94; 95% CI 0.66 ถึง 1.34; ผู้เข้าร่วม = 200; การศึกษา = 2) เราไม่ได้คาดว่าจะมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ จึงไม่ได้ทำการประเมินไว้ในการทบทวนครั้งนี้
ข้อสรุปของผู้วิจัย
นับตั้งแต่การทบทวนเวอร์ชันก่อนหน้านี้ เราพบการศึกษาวิจัยใหม่ 1 ฉบับ ที่สามารถรวมไว้ได้ แต่ข้อสรุปยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เราถือว่าคุณภาพของหลักฐานสำหรับผลลัพธ์ส่วนใหญ่ที่ประเมินในการทบทวนนี้อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง เนื่องจากการศึกษาที่ระบุไว้มีข้อบกพร่องในด้านต่าง ๆ เช่น การสุ่มตัวอย่างและการปกปิดข้อมูลในการประเมินผลลัพธ์เราจึงลดระดับคุณภาพของหลักฐานลง โดยรวมแล้ว ไม่พบหลักฐานที่แสดงว่าการให้นอนพักบนเตียงเป็นกิจวัตรหลังการเจาะน้ำไขสันหลังจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันการเกิดอาการปวดศีรษะจากการเจาะหลัง บทบาทของการให้สารน้ำเสริมในการป้องกัน PDPH ยังคงไม่ชัดเจน
แปลโดย พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร