การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดทางศัลยกรรมกระดูกและข้อที่พบได้ทั่วไป ซึ่งสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมมีความเสี่ยงเป็นพิเศษที่จะเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) และภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (PE) เนื่องจากความเสียหายของเนื้อเยื่อ ภาวะเครียดของร่างกายจากการผ่าตัด การไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย และภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงภายหลังการผ่าตัด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) เป็นคำที่ครอบคลุมทั้งภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกและภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ความเสี่ยงในการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) จะสูงที่สุดในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัด การรักษาด้วยยาเพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) ได้แก่ ยาเฮปารินน้ำหนักโมเลกุลต่ำ (low-molecular-weight heparin) ยาฟอนดาพารินุกซ์ (fondaparinux) หรือยาวาร์ฟาริน (warfarin) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดการแข็งตัวของเลือด ยาเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงของการมีเลือดออกหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ตลอดจนภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง เช่น การติดเชื้อและปัญหาเกี่ยวกับการสมานแผล ดังนั้น การให้ผู้ป่วยเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ และวิธีการใช้เครื่องมือทางกายภาพ จึงได้รับความสนใจในทางคลินิก การบำบัดด้วยเครื่องขยับข้ออย่างต่อเนื่อง (CPM) คือการใช้เครื่องมือที่มีกลไกมอเตอร์จากภายนอกเพื่อขยับเคลื่อนไหวข้อเข่าของผู้ป่วยตามช่วงองศาการเคลื่อนไหวที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัด
เรารวบรวมการทดลองจำนวน 11 ฉบับ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 808 คน ไว้ในการทบทวนวรรณกรรมนี้ คุณภาพด้านระเบียบวิธีวิจัยของการศึกษาที่ถูกรวบรวมเข้ามานั้นมีความแตกต่างกันไป และคุณภาพของหลักฐานก็อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากผลลัพธ์ที่ให้ความสนใจนั้นมีการรายงานไว้ในการศึกษาเพียงแค่ 1 หรือ 2 การศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีการใช้วิธีการตรวจที่มีความไว (sensitive methods) อย่างเช่น การฉีดสีตรวจหลอดเลือดดำ (venography) หรือการทำอัลตราซาวด์ (sonography) ในการวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) เสมอไป อีกทั้งการใช้เครื่องช่วยขยับข้อต่อ หรือ CPM ก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นองศาการเคลื่อนไหว ระยะเวลาที่ใช้ CPM ในแต่ละวัน และจำนวนวันหลังจากการผ่าตัด อุบัติการณ์การเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) หรือภาวะหลอดเลือดดำอุดตันจากลิ่มเลือด (VTE) ในกลุ่มที่ใช้ CPM ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับผู้เข้าร่วมในกลุ่มควบคุม การทบทวนวรรณกรรมฉบับนี้ ไม่พบหลักฐานที่เพียงพอจากการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ที่จะสามารถสรุปได้ว่าการใช้ CPM ช่วยลดการเกิดภาวะหลอดเลือดดำอุดตันจากลิ่มเลือดได้
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (TKA) เป็นการผ่าตัดทางศัลยกรรมกระดูกและข้อที่พบได้ทั่วไป ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) ซึ่งประกอบด้วยภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) และภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (PE) ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (TKA) อัตราการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ (DVT) หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (TKA) อยู่ที่ 40% ถึง 80% และอัตราการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอด (PE) อยู่ที่ประมาณ 2% โดยทั่วไปเป็นที่ยอมรับกันว่าควรใช้ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ทั้งวิธีการทางเภสัชวิทยาและวิธีการเชิงกลถูกนำมาใช้ในการป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (DVT) วิธีการรักษาด้วยยา จะทำให้รูปแบบการแข็งตัวของเลือดเปลี่ยนแปลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการมีเลือดออกได้ เมื่อไม่สามารถใช้วิธีการทางเภสัชวิทยาได้ วิธีการเชิงกลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ การทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องขยับข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง (Continuous passive motion: CPM) จะทำงานผ่านอุปกรณ์เครื่องกลภายนอก ซึ่งช่วยให้ข้อต่อเกิดการเคลื่อนไหวไปตามช่วงองศาที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องออกแรงเอง (passively) แม้ว่าในทางทฤษฎีแล้ว CPM จะมีประสิทธิภาพและมีการนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย แต่ปัจจุบันยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ CPM ในการเป็นมาตรการป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม นี่คือการปรับปรุงข้อมูลของการทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2012
วัตถุประสงค์
จุดประสงค์ของการทบทวนวรรณกรรมนี้ คือเพื่อประเมินประสิทธิภาพของการบำบัดด้วยเครื่องขยับข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง (CPM) ในการป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) ในผู้ป่วยหลังเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (TKA)
วิธีการสืบค้น
สำหรับการปรับปรุงข้อมูลครั้งนี้
ผู้ประสานงานด้านการสืบค้นงานวิจัยของกลุ่ม Cochrane Peripheral Vascular Diseases Group Trials Search Co-ordinator ได้ทำการสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลทะเบียนเฉพาะทาง (Specialised Register) (สืบค้นล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2014), ฐานข้อมูล CENTRAL (ปี 2014, ฉบับที่ 1), ฐานข้อมูล Ovid MEDLINE (จนถึงสัปดาห์ที่ 1 ของเดือนกุมภาพันธ์ 2014) และ EMBASE (จนถึงสัปดาห์ที่ 7 ของปี 2014)
เกณฑ์การคัดเลือก
การศึกษาที่นำมาพิจารณาคือ การศึกษาทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCTs) ที่เปรียบเทียบระหว่างการใช้เครื่อง CPM กับกลุ่มควบคุม เพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (DVT) หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (PE) หลังการผ่าตัดข้อเข่าเทียม โดยได้รวบรวมข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (TKA) เข้ามาไว้ในการทบทวนวรรณกรรมนี้ เราได้คัดการศึกษาในผู้ป่วยที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก ตั้งแต่เริ่มต้น (baseline) ออกไป กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลและการรักษาหลังการผ่าตัดที่เหมือนกัน ยกเว้นเพียงการทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่อง CPM
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้ทบทวนวรรณกรรม 2 ท่านได้ประเมินรายการอ้างอิงที่ได้จากกลยุทธ์การสืบค้นอย่างอิสระต่อกัน เพื่อค้นหารายงานของการศึกษาทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCTs) ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองท่านได้ทำการคัดเลือกการทดลองที่ตรงตามเกณฑ์การคัดเข้า ดึงข้อมูล และประเมินคุณภาพของการศึกษาอย่างอิสระต่อกัน ผลการศึกษาจะถูกประมาณค่าออกมาเป็นอัตราส่วนความเสี่ยง (RRs), ความแตกต่างของค่าเฉลี่ย (MD) หรือความแตกต่างของค่าเฉลี่ยมาตรฐาน (SMD) พร้อมด้วยช่วงความเชื่อมั่นที่ 95% (95% CIs) การวิเคราะห์แบบ meta-analyses ดำเนินการโดยใช้แบบ fixed-effect model สำหรับตัวแปรต่อเนื่อง ในกรณีที่พบความไม่เป็นเนื้อเดียวกันของข้อมูล (ซึ่งประเมินจากค่าสถิติ I 2 ) จะเปลี่ยนไปใช้แบบจำลอง random-effects model แทน
ผลการวิจัย
มีการศึกษาทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCTs) จำนวน 11 การศึกษา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวน 808 คนที่ตรงตามเกณฑ์การคัดเข้า คุณภาพด้านระเบียบวิธีวิจัยของการศึกษาที่ถูกรวบรวมเข้ามานั้นมีความแตกต่างกัน และผลลัพธ์ส่วนใหญ่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้ามีการรายงานจากเพียง 1 หรือ 2 การศึกษาเท่านั้น ดังนั้นคุณภาพของหลักฐานจึงอยู่ในระดับต่ำ มีการศึกษาจำนวน 5 ฉบับ ซึ่งมีผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น 405 คน ได้รายงานอุบัติการณ์ของการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก ในกลุ่มที่ได้รับการบำบัดด้วยเครื่องขยับข้ออย่างต่อเนื่อง (ผู้ป่วย 205 คน) มี 36 คนที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (18%) เมื่อเทียบกับ 29 คน (15%) ในกลุ่มควบคุม (ผู้ป่วย 200 คน) ผลการวิเคราะห์แบบ meta-analysis แสดงให้เห็นว่าไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการบำบัดด้วยเครื่องขยับข้ออย่างต่อเนื่องมีผลใด ๆ ในการป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (RR 1.22, 95% CI 0.84 ถึง 1.79) มีการทดลอง 1 ฉบับ (ผู้เข้าร่วม 150 คน) ที่ไม่พบภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดในผู้ป่วยรายใดเลยในระหว่างการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือในช่วง 3 เดือนหลังจากนั้น ไม่มีการรายงานถึงภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอดในการศึกษาอื่น ๆ ที่ถูกรวบรวมเข้ามา ไม่มีการทดลองใดเลยที่รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในหมู่ผู้เข้าร่วมการศึกษาดังกล่าว
ข้อสรุปของผู้วิจัย
ไม่มีหลักฐานเพียงพอจากการศึกษาทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCTs) ที่มีอยู่ เพื่อสรุปได้ว่าการบำบัดด้วยเครื่อง CPM ช่วยลดการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เราไม่สามารถประเมินผลของการบำบัดด้วยเครื่อง CPM ที่มีต่ออัตราการเสียชีวิตได้ เนื่องจากไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในหมู่ผู้เข้าร่วมของการทดลองเหล่านี้ คุณภาพของหลักฐานอยู่ในระดับต่ำ ผลลัพธ์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากการศึกษาเพียงจำนวนจำกัดเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่มีคุณภาพอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง
แปลโดย พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 13 มีนาคม 2026
Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก