ไม่มีหลักฐานจากการทดลองที่น่าเชื่อถือใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าการรักษาใดๆ ให้ประโยชน์ในระยะยาวแก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อม ผมร่วงทั่วศีรษะ และผมร่วงทั่วร่างกาย
โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) เป็นภาวะที่ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ขนาดและจำนวนของรอยโรค รวมถึงความรุนแรงของโรค อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ภาวะนี้อาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อหนังศีรษะทั้งหมด (alopecia totalis) หรือลุกลามจนทำให้เส้นผมและขนตามร่างกายหลุดร่วงทั้งหมดแบบถาวร (alopecia universalis) ได้ บางครั้งอาการอาจดีขึ้นเอง แต่ในบางกรณีก็อาจแย่ลงได้
การรักษาประกอบด้วยการใช้ครีมหรือโลชั่นหลายชนิดทาที่หนังศีรษะ เช่น คอร์ติโคสเตียรอยด์แบบทาหรือรับประทาน มิน็อกซิดิล และการบำบัดด้วยแสงบางชนิด การรักษาผิวบางวิธีอาจมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อาการคัน หรือขนขึ้นในบริเวณอื่นของร่างกายที่ไม่ใช่บริเวณที่ทาครีม ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ นอกจากนี้ ยังไม่มีการรับประกันว่าเส้นผมที่งอกใหม่ระหว่างการรักษาจะคงอยู่ต่อไปหลังจากสิ้นสุดการรักษาแล้ว
เราพบการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมจำนวน 17 การทดลอง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 540 คน มีเพียงการศึกษาเดียวที่เปรียบเทียบยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทา 2 ชนิด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ ยังไม่มีการศึกษาใดแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในระยะยาวต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ไม่มีการศึกษาใดที่ถูกรวมไว้สอบถามผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับความคิดเห็นของพวกเขาต่อการงอกของเส้นผม หรือว่าคุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้นจากการรักษาหรือไม่
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) เป็นความผิดปกติที่ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ แต่ไม่มีรอยแผลเป็นในบริเวณที่เกิดผมร่วง ภาวะนี้อาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อหนังศีรษะทั้งหมด (alopecia totalis) หรือลุกลามจนทำให้เส้นผมและขนตามร่างกายหลุดร่วงทั้งหมดแบบถาวร (alopecia universalis) ได้ โรคนี้เป็นภาวะที่พบได้ค่อนข้างบ่อย โดยพบได้ประมาณ 0.15% ของประชากรทั้งหมด แม้ว่าในหลายๆ กรณี ภาวะนี้อาจจะสามารถหายได้เอง แต่ปัญหาผมร่วงก็มักจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจและการเข้าสังคมของผู้ป่วย
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินผลของการรักษาที่ใช้ในการจัดการโรคผมร่วงเป็นหย่อม โรคผมร่วงทั่วศีรษะ และโรคผมร่วงทั่วร่างกาย
วิธีการสืบค้น
เราได้ค้นหาในฐานข้อมูล Cochrane Skin Group Specialised Register ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2006, ฐานข้อมูล Cochrane Central Register of Controlled Clinical Trials ( The Cochrane Library ฉบับที่ 1 ปี 2006), MEDLINE (ตั้งแต่ปี 2003 ถึงกุมภาพันธ์ 2006), EMBASE (ตั้งแต่ปี 2005 ถึงกุมภาพันธ์ 2006), PsycINFO (ตั้งแต่ปี 1806 ถึงกุมภาพันธ์ 2006), AMED (Allied and Complementary Medicine ตั้งแต่ปี 1985 ถึงกุมภาพันธ์ 2006), LILACS (ฐานข้อมูล Latin American and Caribbean Health Science Information ตั้งแต่ปี 1982 ถึงกุมภาพันธ์ 2006) และรายการอ้างอิงของบทความต่าง ๆ นอกจากนี้ เรายังค้นหาการทดลองที่กำลังดำเนินการอยู่ในฐานข้อมูลการลงทะเบียนการทดลองทางออนไลน์ด้วย
เกณฑ์การคัดเลือก
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomised controlled trials) ที่ทำการประเมินประสิทธิผลของแนวทางการรักษาทั้งแบบเฉพาะที่ (ยาทาภายนอก) และแบบออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย สำหรับโรคผมร่วงเป็นหย่อม, โรคผมร่วงทั่วศีรษะ และโรคเส้นผมและขนร่วงทั้งตัว
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้เขียน 2 ท่านได้ทำการประเมินคุณภาพของการทดลองและดึงข้อมูล เราได้ติดต่อผู้วิจัยเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการทดลองที่ถูกคัดเข้ามารวมไว้ในการศึกษานี้
ผลการวิจัย
มี 17 การทดลอง ที่ถูกคัดเข้ามารวมไว้ โดยมีผู้เข้าร่วมรวมทั้งหมด 540 คน แต่ละการทดลองมีผู้เข้าร่วมตั้งแต่ 6 ถึง 85 คน และได้ทำการประเมินแนวทางการรักษาที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงยาคอร์ติโคสเตียรอยด์แบบทาและแบบรับประทาน, ยาไซโคลสปอริน (ciclosporin) แบบทา, การรักษาด้วยแสงบำบัด (photodynamic therapy) และยาไมนอกซิดิล (minoxidil) แบบทา โดยรวมแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก ไม่พบว่ามีแนวทางการรักษาใดที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์จากการรักษาอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของการงอกของเส้นผม เราไม่พบการศึกษาใดเลยที่ให้ผู้เข้าร่วมวิจัยประเมินการงอกของเส้นผมหรือคุณภาพชีวิตด้วยตนเอง
ข้อสรุปของผู้วิจัย
การรักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อมๆ เพียงไม่กี่วิธีเท่านั้นที่ได้รับการประเมินผลอย่างดีในงานวิจัยแบบสุ่ม เราไม่พบการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCTs) ใดๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้ยาไดเฟนไซโปรน (diphencyprone), ยาไดไนโตรคลอโรเบนซีน (dinitrochlorobenzene), การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เข้าที่รอยโรค (intralesional corticosteroids) หรือยาไดทรานอล (dithranol) แม้ว่ายาเหล่านี้จะนิยมใช้ในการรักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อมกันอย่างแพร่หลายก็ตาม ในทำนองเดียวกัน แม้จะมีการสั่งจ่ายยาสเตียรอยด์และยาไมนอกซิดิล (minoxidil) แบบทากันอย่างแพร่หลายและดูเหมือนว่ามีความปลอดภัย แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะยืนยันว่ายาเหล่านี้มีประโยชน์ในระยะยาว การทดลองส่วนใหญ่มีการรายงานข้อมูลที่ไม่ดี และมีขนาดตัวอย่างเล็กมาก จนทำให้ไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่ามีประโยชน์ทางคลินิกที่สำคัญหรือไม่ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพและดำเนินการอย่างดี เพื่อประเมินผลระยะยาวของการรักษาที่มีต่อคุณภาพชีวิต
เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการหายเองของโรค โดยเฉพาะในผู้ที่อยู่ในระยะเริ่มต้น ทางเลือกอย่างการไม่รับการรักษาทางการแพทย์ หรือการสวมวิกผมตามความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละบุคคล อาจเป็นวิธีทางเลือกในการรับมือกับภาวะนี้
ผู้แปล แพทย์หญิงชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 1 พฤษภาคม 2026
Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก




