การออกกำลังกายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์สำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานอยู่ก่อนและทารก

เรื่องนี้มีประเด็นอย่างไร

โรคเบาหวานอาจเกิดจากการทำลายภูมิคุ้มกันของเซลล์ที่ผลิตอินซูลิน ดังนั้น ระดับอินซูลินจึงลดลง (เรียกโรคเบาหวานประเภท 1) หรือเนื้อเยื่อของร่างกายดื้อต่ออินซูลิน (เรียกโรคเบาหวานประเภท 2) ผลสุดท้ายคือระดับกลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้น อินซูลินใช้เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 สำหรับสตรีที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตรวมถึงการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญในการรักษาโรคเบาหวาน อาจมีการเพิ่มยาต้านเบาหวานชนิดรับประทาน (ยาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด) หรืออินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด เราตั้งเป้าที่จะประเมินผลของการออกกำลังกายสำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 1 หรือ 2 ที่มีอยู่ก่อน เพื่อดูผลลัพธ์ต่อการคลอดของแม่และลูกน้อยของเธอ การทบทวนวรรณกรรมก่อนหน้านี้เกี่ยวกับผลของการออกกำลังกายต่อโรคเบาหวานในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 2 การทบทวน โดยการทบทวน 1 เรื่อง ศึกษาในสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และการทบทวนนี้ศึกษาในสตรีที่เป็นโรคเบาหวานอยู่ก่อน

ทำไมเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ

สตรีที่เป็นโรคเบาหวานแล้วมีการตั้งครรภ์มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการแท้งหรือมีทารกที่น้ำหนักเกินเมื่อเทียบกับอายุครรภ์ (ทารกมีขนาดใหญ่กว่าที่คาดไว้สำหรับจำนวนสัปดาห์ของการตั้งครรภ์) จะคลอดก่อนกำหนด ซึ่งเสียชีวิตในช่วงเวลาเกิดหรือเกิดมาพร้อมกับความพิการแต่กำเนิด ทารกแรกเกิดอาจมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ ระดับแคลเซียมต่ำ และบิลิรูบินในเลือดสูง การติดตามทารกในมารดาที่เป็นโรคเบาหวานในระยะยาว แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภท 2 เมื่ออายุมากขึ้น

จำนวนสตรีที่เป็นโรคเบาหวานมาก่อนแล้วแล้วเมื่อตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น และการระบุวิธีปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพสำหรับสตรีที่เป็นโรคเบาหวานมาก่อนและทารกเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เราทราบดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายอาจเป็นประโยชน์สำหรับสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 เนื่องจากจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด เราไม่ทราบชัดเจนว่าการออกกำลังกายให้ประโยชน์หรือไม่ และปลอดภัยหรือไม่ สำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานมาก่อนและทารก การออกกำลังกายสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันภาวะปัสสาวะเล็ด อาการปวดหลังส่วนล่าง หรือภาวะซึมเศร้า และควบคุมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์

เราพบหลักฐานอะไร

เราค้นหาหลักฐานเมื่อ 27 มิถุนายน 2017 เราไม่พบการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (RCT) ที่เปรียบเทียบโปรแกรมการออกกำลังกายประเภทใดๆ (ร่วมกับการดูแลมาตรฐาน) สำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานที่มีอยู่ก่อนด้วย กับ 1) การดูแลตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียว หรือ 2) การดูแลตามมาตรฐานร่วมกับโปรแกรมการออกกำลังกายอื่นๆ

สิ่งนี้หมายความว่าอะไร

ไม่มีหลักฐานจากการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม ที่ประเมินผลของการออกกำลังกายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ของมารดาและทารกในครรภ์ในสตรีที่เป็นโรคเบาหวานที่มีอยู่ก่อน

การศึกษาขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพดีเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนเพื่อค้นหาว่าการออกกำลังกายนั้นปลอดภัยหรือไม่ และจะช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพสำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานและทารกได้หรือไม่ การศึกษาในอนาคตในลักษณะนี้สามารถใช้ผลลัพธ์ที่ระบุไว้ในการทบทวนวรรณกรรมนี้เพื่อปรับปรุงความสอดคล้องระหว่างการทดลองในลักษณะนี้และช่วยในการวิเคราะห์ในอนาคต

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

ไม่มีหลักฐานจากการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม ที่ประเมินผลของการออกกำลังกายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ของมารดาและทารกในครรภ์ในสตรีที่เป็นโรคเบาหวานที่มีอยู่ก่อน

การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมที่มีคุณภาพดีเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบว่าการออกกำลังกายปลอดภัยและสามารถปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพสำหรับสตรีที่เป็นโรคเบาหวานที่มีอยู่ก่อนและทารกในครรภ์ การศึกษาในอนาคตในลักษณะนี้สามารถใช้ผลลัพธ์ที่เป็นมาตรฐานในการทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้เพื่อปรับปรุงความสอดคล้องระหว่างการทดลองในลักษณะนี้และช่วยในการวิเคราะห์เมตต้าในอนาคต

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

สตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานที่มีอยู่ก่อน มีความเสี่ยงสูง โดยเพิ่มความเสี่ยงที่ไม่ดีต่อผลลัพธ์ของทารกในครรภ์ ทารกแรกเกิด และมารดา การระบุวิธีการที่จะทำเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพสำหรับสตรีที่เป็นโรคเบาหวานและทารกเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอัตราของโรคเบาหวานยังคงเพิ่มขึ้น

การออกกำลังกายแสดงให้เห็นว่ามีประโยชน์สำหรับผู้ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ที่มีอยู่ก่อนเช่นการปรับปรุงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการลดเนื้อเยื่อไขมันในอวัยวะภายในและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด สำหรับสตรีมีครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานมาก่อน จะไม่ทราบผลของการออกกำลังกายที่มีต่อแม่และลูกน้อยของเธอ

การทบทวนวรรณกรรมก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ 'การออกกำลังกายสำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน' รวมทั้งเป็นโรคเบาหวานที่มีอยู่ก่อนและโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การทบทวนวรรณกรรมนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 การทบทวนใหม่ (ตามแนวทางการปฏิบัติใหม่)- 1 เรื่องเกี่ยวกับโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์และอีก 1 เรื่องในโรคเบาหวานที่มีอยู่ก่อน (การทบทวนนี้)

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินผลของการออกกำลังกายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ของมารดาและทารกในครรภ์ในสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานที่มีอยู่ก่อน

วิธีการสืบค้น: 

เราสืบค้นจาก Cochrane Pregnancy and Childbirth's Trials Register, ClinicalTrials.gov และ WHO International Clinical Trials Registry Platform (ICTRP) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2017 และรายการอ้างอิงของการศึกษาที่ดึงมา

เกณฑ์การคัดเลือก: 

เราได้วางแผนที่จะรวมการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (RCT) ที่เผยแพร่หรือไม่ได้เผยแพร่ หรือ cluster-randomised trials ในรูปแบบบทความฉบับเต็มหรือบทคัดย่อ ที่เปรียบเทียบโปรแกรมการออกกำลังกายประเภทใดก็ได้เพิ่มเข้ากับการดูแลมาตรฐาน โดยกำหนดเป้าหมายไปที่สตรีที่เป็นโรคเบาหวานก่อนตั้งครรภ์ (เบาหวานประเภท 1 หรือ ประเภท 2) ในระยะใดก็ได้ของการตั้งครรภ์ เปรียบเทียบกับ 1) การดูแลตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียว หรือ 2) การดูแลตามมาตรฐานและการออกกำลังกายอื่น ๆ การวิจัยแบบ Quasi-RCTs และ cross-over trials ไม่ได้ร่วมในการศึกษานี้ บทคัดย่อการประชุมได้รับการจัดการในลักษณะเดียวกับสิ่งพิมพ์ฉบับเต็ม

สตรีที่มีโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้รับการยกเว้น เนื่องจากมีการศึกษาใน Cochrane Review อีกฉบับอยู่แล้ว

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้วิจัย 2 คนประเมินการศึกษาที่ได้จากการสืบค้น เพื่อนำเข้ามาทบทวนอย่างเป็นอิสระต่อกัน สำหรับการศึกษาที่ถูกคัดเข้ามานั้น ผู้ทบทวนวรรณกรรม 2 คนจะดึงข้อมูลอย่างเป็นอิสระต่อกันโดยใช้แบบฟอร์มที่ตกลงกันไว้ เราได้วางแผนที่จะแก้ไขความคลาดเคลื่อนผ่านการสนทนาหรือปรึกษาบุคคลที่ 3 นอกจากนี้เรายังได้วางแผนที่จะประเมินหลักฐานโดยใช้แนวทางของ GRADE

ผลการวิจัย: 

จากการสืบค้นข้อมูล ไม่พบว่าการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม

บันทึกการแปล: 

แปลโดย พญ.วิลาสินี หน่อแก้ว วันที่ 18 พฤษภาคม 2021

Tools
Information