การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ (Negative pressure wound therapy) เพื่อกระบวนการหายของแผลผ่าตัดโดยการเย็บปิดแผลทันที

วัตถุประสงค์ของการทบทวนวรรณกรรมนี้คืออะไร

เป้าหมายของการทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่าการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ (NPWT) มีผลต่อภาวะแทรกซ้อน คือ การติดเชื้อของแผลผ่าตัดที่รักษาโดยการเย็บปิดแผลทันที (โดยนิยมใช้การเย็บ หรือ ใช้สแตปเปิ้ล) หรือไม่ และเพื่อประเมินความคุ้มค่าของการรักษาด้วยวิธีนี้ เรารวบรวมและวิเคราะห์การศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อตอบคำถามนี้และพบมี 44 การศึกษา ที่วิเคราะห์ การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ และภาวะแทรกซ้อนบริเวณแผลผ่าตัด และมี 5 การศึกษาที่วิเคราะห์ความคุ้มค่า การศึกษานี้เป็นการปรับปรุงการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบหลังจากมีการปรับปรุงครั้งล่าสุดใน เดือนมีนาคม 2019

ใจความสำคัญ

การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ (NPWT) อาจลดอุบัติการณ์การติดเชื้อของแผลผ่าตัด (SSI) ในการรักษาแผลผ่าตัดโดยการปิดเย็บปิดแผลผ่าตัดทันที - หลักฐานที่พบนี้มีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลาง และการศึกษาใหม่อาจสามารถเปลี่ยนข้อค้นพบนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศมีผลอย่างไรต่อการแยกของแผลและความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต - หลักฐานที่พบนี้มีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ ผลลัพธ์สำหรับภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ก็ยังไม่พบความแตกต่างที่ชัดเจนจากการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศน่าจะคุ้มค่าสำหรับแผลผ่าตัดคลอดในสตรีที่อ้วนและอาจไม่คุ้มค่าสำหรับแผลผ่าตัดกระดูกหัก หลักฐานของความคุ้มค่าในการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศสำหรับแผลผ่าตัดอื่น ๆ นั้นมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ

สิ่งที่ศึกษาในการทบทวนนี้คืออะไร

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด คือ แผลผ่าตัดเกิดการติดเชื้อ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ ณ ตำแหน่งของแผลผ่าตัด อุบัติการณ์ของแผลผ่าตัดติดเชื้อ อาจสูงถึงร้อยละ 40 โดยปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น อาหารที่รับประทาน น้ำหนักตัว โรคเบาหวาน โรคหัวใจและโรคมะเร็ง การติดเชื้อของแผลผ่าตัด สามารถทำให้เกิดอาการปวดและอาการไม่สุขสบาย ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษาเพิ่มสูงขึ้น การแยกของแผลอาจเกิดขึ้นได้ หากเกิดความล้มเหลวในกระบวนการหายของบาดแผล การติดเชื้อที่แผลผ่าตัดและน้ำหนักตัวสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการแยกของแผลผ่าตัดได้

การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศเป็นการทำแผลโดยการปิดแผลพร้อมกับการต่อสายระบายที่ต่อเข้ากับปั๊มสุญญากาศเพื่อใช้ดูดของเหลวออกจากแผล การทำแผลด้วยวิธีนี้อาจช่วยรักษาแผลและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อของแผลได้

มีการศึกษาใหม่จำนวนมากตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศได้มีการนำมาใช้และประเมินผลมากขึ้นสำหรับแผลผ่าตัดชนิดต่างๆ เราประเมินผลของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศต่อความเสี่ยงของการเสียชีวิต แผลผ่าตัดติดเชื้อ และการแยกของแผลผ่าตัด

ผลลัพธ์หลักของการทบทวนวรรณกรรมนี้คืออะไร

เราพบงานวิจัยจำนวน 44 งานวิจัย ที่วิเคราะห์ผลของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศและภาวะแทรกซ้อนบริเวณผ่าตัด และ มีงานวิจัยจำนวน 5 งานวิจัยที่วิเคราะห์ความคุ้มค่าของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 7447 คน ที่รวมอยู่ในการทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้ ผลการทบทวนวรรณกรรมพบว่ามีการผ่าตัดที่หลากหลาย เช่น การผ่าตัดหัวเข่าและสะโพก การผ่าตัดคลอด การผ่าตัดกระดูกหักและการผ่าตัดในช่องท้อง ผู้เข้าร่วมส่วนใหญมาจากอเมริกาเหนือ ยุโรป หรือ ออสเตรเลีย

การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศถูกเปรียบเทียบกับการทำแผลตามวิธีมาตรฐาน (เช่น ใช้ผ้าก๊อส) ในการศึกษาทั้งหมด 44 การศึกษา มีการใช้ระบบการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศที่หลากหลาย มีเพียง 4 การศึกษาเท่านั้นที่รายงานความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต มีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศและการทำแผลตามวิธีมาตรฐาน ซึ่งเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ เรารวมผลการศึกษาของการติดเชื้อของแผลผ่าตัด จากการศึกษา 31 การศึกษา พบว่าการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศอาจลดความเสี่ยงของการติดเชื้อของแผลผ่าตัดเมื่อเปรียบเทียบกับการทำแผลตามวิธีมาตรฐาน (หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลาง) มีการศึกษาจำนวน 14 การศึกษาซึ่งรายงานเกี่ยวกับการแยกของแผล หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ ชี้ให้เห็นว่าไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศและการดูแลตามมาตรฐาน

ในการวิเคราะห์ความคุ้มค่า มี 2 การศึกษา ที่ศึกษาในสตรีที่ผ่าตัดคลอด 1 การศึกษา ที่ศึกษาในผู้ที่มีการแตกหักของกระดูกรยางค์ล่าง 1 การศึกษา ที่ศึกษาในผู้ที่ได้รับการผ่าตัดที่หัวเข่าและสะโพก และอีก 1 การศึกษา ที่ศึกษาในผู้ที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจ การศึกษาทั้งหมดนี้ใช้ข้อมูลทางคลินิกจากการศึกษาที่รวบรวมอยู่ในการทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้ มีหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลาง ที่แสดงให้เห็นว่าการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศน่าจะคุ้มค่าในการทำแผลผ่าตัดคลอดในสตรีที่อ้วนและอาจไม่คุ้มค่าสำหรับแผลผ่าตัดกระดูกหัก หลักฐานของความคุ้มค่าของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศในแผลผ่าตัดอื่น ๆ นั้นมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ

ความเป็นปัจจุบันของการทบทวนวรรณกรรมนี้เป็นอย่างไร

เราค้นหาการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์จนถึงเดือนมิถุนายน 2019

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

ผู้ที่ได้รับการดูแลแผลแบบปิดแผลทันทีหลังการผ่าตัดและได้รับการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศหลังการผ่าตัดเลย อาจพบมีแผลผ่าตัดติดเชื้อน้อยกว่าคนที่รักษาแผลด้วยวิธีมาตรฐาน (หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลาง) ไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนในจำนวนของผู้เสียชีวิตหรือการแยกของแผลระหว่างคนที่รับการรักษาด้วย การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศและการรักษาตามวิธีมาตรฐาน (หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ) นอกจากนี้ยังไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนในผลลัพธ์รอง ซึ่งหลักฐานทั้งหมดมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำหรือต่ำมาก การผ่าตัดคลอดในสตรีที่อ้วน และ การผ่าตัดเพื่อรักษาอาการหักที่กระดูกขาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในแง่คะแนนคุณภาพชีวิต (หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลาง) หลักฐานส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดนั้นมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำมาก แต่อาจไม่มีความแตกต่างกันของความเจ็บปวดระหว่างการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศและการดูแลแผลตามมาตรฐานหลังการผ่าตัดเพื่อรักษาการแตกหักของกระดูกขา (หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลาง) การประเมินความคุ้มค่าของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศทำให้เห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละข้อบ่งชี้ มีงานวิจัยที่กำลังอยู่ในขั้นตอนกำลังทำการศึกษาจำนวนมาก ซึ่งผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงข้อค้นพบของการทบทวนวรรณกรรมในครั้งนี้ การตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศควรพิจารณาทั้งข้อบ่งชี้การผ่าตัดและสถานที่ที่จะทำและพิจารณาหลักฐานสำหรับผลลัพธ์ทั้งหมด

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

ข้อบ่งชี้สำหรับการทำแผลแบบสุญญากาศ (NPWT) นั้นมีความหลากหลายมากซึ่งรวมถึงการใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัด (SSIs) หลักฐานที่มีอยู่สำหรับประสิทธิผลของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศในการรักษาแผลหลังผ่าตัดโดยการปิดแผลทันทียังคงไม่ชัดเจน

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินผลของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศในการป้องกันการติดเชื้อของแผลผ่าตัดในการรักษาบาดแผลโดยการปิดแผลทันที และเพื่อประเมินความคุ้มค่าของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศในการรักษาบาดแผลผ่าตัดโดยการปิดแผลทันที

วิธีการสืบค้น: 

ในเดือนมิถุนายน 2019 เราสืบค้นหลักฐานใน the Cochrane Wounds Specialised Register; the Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL); Ovid MEDLINE (รวมทั้งการศึกษาที่ยังอยู่ในขั้นตอนและกระบวนการการเข้าถึง); Ovid Embase และ EBSCO CINAHL Plus นอกจากนี้เรายังค้นหาหลักฐานจากการลงทะเบียนการทดลองทางคลินิกและจากเอกสารอ้างอิงของการศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก นอกจากนี้เรายังรวบรวมหลักฐานที่เป็นการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและรายงานทางเทคโนโลยีด้านสุขภาพ โดยที่ไม่ตั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับภาษาที่หลักฐานนั้นใช้ในการเผยแพร่ วันที่เผยแพร่ หรือพื้นที่ที่หลักฐานนั้นทำการศึกษา

เกณฑ์การคัดเลือก: 

เรารวมการศึกษาเข้ามาในการทบทวนครั้งนี้ ถ้าผู้เข้าร่วมโครงการถูกจัดสรรเข้าร่วมการรักษาโดยใช้วิธีการแบบสุ่ม และมีการเปรียบเทียบผลของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศกับการทำแผลวิธีอื่น หรือ เปรียบเทียบการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศประเภทหนึ่งกับการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศอีกประเภทหนึ่ง

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้ทำการทบทวนวรรณกรรมอย่างน้อย 2 คน คัดเลือกงานวิจัยเพื่อคัดเข้าในการศึกษานี้ตามเกณฑ์การคัดเลือกที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นอิสระต่อกัน เราทำสกัดข้อมูล ประเมินความเสี่ยงของการเกิดอคติของการศึกษาโดยใช้เครื่องมือ Cochrane 'Risk of bias' และประเมินคุณภาพตามวิธี GRADE

ผลการวิจัย: 

การปรับปรุงการทบทวนวรรณกรรมให้ทันสมัยในครั้งที่ 3 นี้ เราได้เพิ่มการการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบจำนวน 15 การศึกษา (RCTs) และการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์จำนวน 3 การศึกษา รวมทั้งหมดเป็นการศึกษาแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบทั้งหมด 44 การศึกษา (ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 7447 คน) และการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์จำนวน 5 การศึกษา การศึกษาทั้งหลายประเมินการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศในบริบทของการผ่าตัดที่หลากหลาย ได้แก่ การผ่าตัดทางศัลยกรรมกระดูก สูตินรีเวช หลอดเลือด และหัตถการทั่วไป การศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ประเมินการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ ในการผ่าตัดทางศัลยกรรมกระดูก สูติศาสตร์ และศัลยกรรมทั่วไป การศึกษาทั้งหมดเปรียบเทียบการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศกับการทำแผลตามวิธีมาตรฐาน การศึกษาส่วนใหญ่มีความไม่ชัดเจน หรือ มีความเสี่ยงสูงต่อการมีอคติอย่างน้อยหนึ่งข้อหลักที่มีความสำคัญ

ผลลัพธ์หลัก

การศึกษาจำนวน 4 การศึกษา (ผู้เข้าร่วม 2107 คน) รายงานเรื่องการเสียชีวิต หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ (ถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือลงสองระดับเนื่องจากความไม่แน่ชัดของผลการศึกษา) ผลการศึกษาพบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแง่ความเสี่ยงของการเสียชีวิตหลังการผ่าตัดสำหรับผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ (ร้อยละ 2.3) เทียบกับการทำแผลตามวิธีมาตรฐาน (ร้อยละ 2.7) (risk ratio (RR) 0.86; 95% confidence interval (CI) 0.50 ถึง 1.47; I2 = 0%) การศึกษาจำนวน 39 การศึกษา รายงานเรื่องการติดเชื้อของแผลผ่าตัด การศึกษาในจำนวนนี้จำนวน 31 การศึกษา (ผู้เข้าร่วม 6204 คน) ถูกนำไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์อภิมาน หลักฐานมีความน่าเชื่อถือระดับปานกลาง (ถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือลงหนึ่งระดับเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอคติในงานวิจัย) พบว่า การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศอาจส่งผลให้การติดเชื้อของแผลผ่าตัดลดลง (ร้อยละ 8.8 ของผู้เข้าร่วม) กว่าการรักษาด้วยการทำแผลตามวิธีมาตรฐาน (ร้อยละ 13.0 ของผู้เข้าร่วม) หลังการผ่าตัด RR 0.66 (95% CI 0.55 ถึง 0.80; I 2 = 23%) การศึกษาจำนวน 18 การศึกษา รายงานเกี่ยวกับการแยกของแผล การศคึกษาในจำนวนนี้ 14 การศึกษา (ผู้เข้าร่วม 3809 คน) ถูกนำไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์อภิมาน หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ (ถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือลงหนึ่งระดับเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอคติในงานวิจัยและความไม่แน่ชัดของผลการศึกษา) พบว่า ไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนในความเสี่ยงของการเกิดแผลแยกหลังการผ่าตัดสำหรับการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ (ร้อยละ 5.3 ของผู้เข้าร่วม) เทียบกับการทำแผลตามวิธีมาตรฐาน (ร้อยละ 6.2 ของผู้เข้าร่วม) (RR 0.88 , 95% CI 0.69 ถึง 1.13; I 2 = 0%)

ผลลัพธ์รอง

หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำ ผลการศึกษาพบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ และการรักษาตามมาตรฐานสำหรับผลลัพธ์ของการต้องผ่าตัดซ้ำ และอุบัติการณ์ของภาวะน้ำเหลืองคั่ง สำหรับการผ่าตัดซ้ำค่า RR เท่ากับ 1.04 (95% CI 0.78 ถึง 1.41; I 2 = 13%; 12 การศึกษา; ผู้เข้าร่วม 3523 คน); สำหรับภาวะน้ำเหลืองคั่งค่า RR เท่ากับ 0.72 (95% CI 0.50 ถึง 1.05; I 2 = 0%; 7 การศึกษา; ผู้เข้าร่วม 729 คน) ผลของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศต่อการเกิดภาวะเลือดคั่งหรือผิวหนังพุพองนั้นไม่แน่นอน (หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำมาก); สำหรับภาวะเลือดคั่งค่า RR เท่ากับ 0.67 (95% CI 0.28 ถึง 1.59; I 2 = 0%; 9 การศึกษา; ผู้เข้าร่วม 1202 คน) และผิวหนังพุพองค่า RR เท่ากับ 2.64 (95% CI 0.65 ถึง 10.68; I 2 = 69%; 7 การการศึกษา; ผู้เข้าร่วม 796 คน) ผลโดยรวมของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ ต่อความเจ็บปวดนั้นไม่ชัดเจน (หลักฐานมีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำมาก ผลจากการศึกษาจำนวน 7 การศึกษา (ผู้เข้าร่วม 2218 คน) ซึ่งรายงานว่าวิธีการวัดความเจ็บปวดมีความแตกต่างกัน) แต่มีหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลาง ที่ชี้ให้เห็นว่าอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างกลุ่ม ในแง่ของอาการปวด หลังเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการกระดูกหักที่ขาไปแล้ว 3 หรือ 6 เดือน (1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วม 1549 คน) นอกจากนี้ยังพบหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลางสำหรับสตรีที่ผ่าตัดคลอด (1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วม 876 คน) และผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษากระดูกหักที่ขา (1 การศึกษา, ผู้เข้าร่วม 1549 คน) ว่าอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในเรื่องคะแนนคุณภาพชีวิตที่ 30 วัน หรือ 3 หรือ 6 เดือนตามลำดับ

การศึกษาเรื่องความคุ้มค่า

การศึกษาทางเศรษฐศาสตร์จำนวน 5 การศึกษา โดยอิงผลการศึกษาจากการศึกษาทั้งหมดหรือบางส่วนที่รวมอยู่ในการทบทวนวรรณกรรมของเรา ได้ประเมินความคุ้มค่าของการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ เปรียบเทียบกับการดูแลตามมาตรฐาน พวกเขาพิจารณาการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ ใน 4 ข้อบ่งชี้ ได้แก่ การผ่าตัดคลอดในสตรีอ้วน; การผ่าตัดสำหรับการแตกหักของกระดูกขา; การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า / สะโพก และการผ่าตัดสร้างหลอดเลือดหัวใจทางอ้อม พวกเขาคำนวณค่าปีสุขภาวะ (QALY) สำหรับกลุ่มการรักษา และทำการประมาณค่าความคุ้มค่าของการรักษา คุณภาพของการรายงานนั้นอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ระดับความน่าเชื่อถือของหลักฐานมีความแตกต่างกันไปตั้งแต่ระดับปานกลางถึงต่ำมาก พบหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือในระดับปานกลางว่า การทำแผลโดยวิธีสุญญากาศในการผ่าตัดเพื่อรักษาการแตกหักของกระดูกขานั้นไม่มีความคุ้มค่าที่เกณฑ์ของความเต็มใจที่จะจ่ายใดๆ และการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศ นั้นอาจคุ้มค่าในกรณีของสตรีอ้วนที่เข้ารับการผ่าตัดคลอด การศึกษาอื่น ๆ เป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือในระดับต่ำหรือต่ำมากที่จะบ่งชี้ว่าการทำแผลโดยวิธีสุญญากาศอาจมีความคุ้มค่าสำหรับข้อบ่งชี้ที่ประเมิน

บันทึกการแปล: 

แปลโดย พญ.วิลาสินี หน่อแก้ว ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Tools
Information
Share/Save