กิจกรรมบำบัดสำหรับผู้ใหญ่ที่มีปัญหาในการประกอบกิจวัตรประจำวันหลังจากเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

คำถามการทบทวน
อะไรคือผลของกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองต่อการประกอบกิจวัตรประจำวัน

ความเป็นมา
ส่วนต่างๆของสมองทำหน้าที่แตกต่างกัน เช่น การมองเห็น การรู้สึก การทรงตัว การเคลื่อนไหว การเข้าใจภาษา พฤติกรรม การแก้ไขปัญหาและอารมณ์ความรู้สึก โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นเมื่อการส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของสมองถูกขัดขวาง หากปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนของสมองที่ทำหน้าที่เฉพาะ (เช่น การมองเห็น การขยับแขนและขา หรือการพูด) ส่วนต่างๆของร่างกายเหล่านี้หรือการทำงานของร่างกายจะทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

กิจวัตรประจำวัน (ADLs) คือกิจกรรมในครัวเรือนที่ทำในแต่ละวัน ซึ่งผู้คนทำเพื่อรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่กิจวัตรประจำวันนั้นรวมถึงการรับประทานอาหารและการดื่ม การเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการใช้ห้องน้ำ สุขอนามัยส่วนบุคคล การสวมใส่และถอดเสื้อผ้า และการเสริมสวย เมื่อโรคหลอดเลือดสมองเปลี่ยนแปลงความสามารถในการทำหน้าของส่วนต่างๆของร่างกาย ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันอาจได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง เป้าหมายของการบำบัดคือการปรับปรุงความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน กลยุทธ์ที่ใช้โดยนักกิจกรรมบำบัดรวมถึงการแทรกแซงฐานกิจกรรม เทคนิคการปรับตัว เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม

ลักษณะการศึกษา
เราพบเก้าการศึกษาถึงเดือนมกราคมปี 2017 ที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าร่วมการศึกษา 994 คน ซึ่งพิจารณาประโยชน์ของการแทรกแซงทางกิจกรรมบำบัดในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองที่มีปัญหาเกี่ยวกับการประกอบกิจวัตรประจำวัน การศึกษาครั้งนี้เป็นการปรับปรุงการทบทวนฯของ Cochrane ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2006

ผลลัพธ์ที่สำคัญ
เราพบว่ากิจกรรมบำบัดสำหรับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองสามารถปรับปรุงความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันและหยุดการทวีความรุนแรงต่อความสามารถเหล่านี้ของพวกเขาได้ เราไม่พบหลักฐานว่ากิจกรรมบำบัดสามารถลดอัตราการตายหรือความจำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล หรือส่งผลต่ออารมณ์หรือความทุกข์ของผู้เข้าร่วมการศึกษา เราไม่รวบรวมข้อมูลผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ดูแลหรือความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมการศึกษาต่อการบริการ

คุณภาพของหลักฐาน
มีการศึกษาจำนวนน้อยที่วัดผลลัพธ์ที่เราสนใจและเราตัดสินคุณภาพของหลักฐานว่ามีคุณภาพต่ำ หลายการศึกษาไม่ได้รายงานวิธีการศึกษาไว้อย่างชัดเจนพอ และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิดกิจกรรมบำบัดจากบุคคลที่ให้หรือรับการรักษา ซึ่งสิ่งนี้อาจมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ในการศึกษาของเรา เราไม่มีหลักฐานที่มีคุณภาพดีพอที่จะมั่นใจในผลลัพธ์ของเราและไม่สามารถแน่ใจได้ว่าการศึกษาในอนาคตจะไม่เปลี่ยนข้อสรุปเหล่านี้

ผลสรุปจากผู้แต่ง: 

เราพบหลักฐานที่มีคุณภาพต่ำว่า กิจกรรมบำบัดที่มุ้งเน้นเกี่ยวกับการประกอบกิจวัตรประจำวัน และการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน และลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของความสามารถเหล่านี้ เพราะการศึกษาที่นำเข้ามีข้อบกพร่องของระเบียบวิธีวิจัย รายงานวิจัยนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของผลที่อาจเป็นไปได้ของกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
ที่มาและความสำคัญของปัญหา: 

โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นเมื่อการส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของสมองถูกขัดขวาง กิจวัตรประจำวัน (ADLs) คือกิจกรรมในครัวเรือนที่ทำในแต่ละวัน ซึ่งผู้คนทำเพื่อรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ กิจวัตรประจำวันนั้นรวมถึงการรับประทานอาหารและการดื่มน้ำโดยไม่มีผู้ช่วยเหลือ การเคลื่อนไหว การใช้ห้องน้ำ การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล การสวมเสื้อผ้าเอง และการเสริมสวย โรคหลออดเลือดสมองทำให้เกิดความบกพร่องที่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดในการทำกิจกรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อความลำบากในการทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างอิสระเกี่ยวกับการมองเห็น ทิศทาง การช่วยเหลือด้านร่างกาย

สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง เป้าหมายของกิจกรรมบำบัดคือเพื่อปรับปรุงความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน กลยุทธ์ที่ใช้โดยนักกิจกรรมบำบัดรวมถึงการประเมิน การรักษา เทคนิคการปรับตัว เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม การศึกษาครั้งนี้เป็นการปรับปรุงการทบทวนฯของ Cochrane ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2006

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินผลกระทบของการให้สิ่งแทรกแซงด้านกิจกรรมบำบัดต่อความสามารถในการทำงานของผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองในขอบเขตของการประกอบกิจวัตรประจำวันเมื่อเทียบกับไม่ให้สิ่งแทรกแซงหรือการดูแล/การปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน

กลยุทธ์การสืบค้น: 

สำหรับการปรับปรุงการทบทวนฯในครั้งนี้ เราสืบค้นใน the Cochrane Stroke Group Trials Register (สืบค้นล่าสุดวันที่ 30 มกราคม 2017), the Cochrane Controlled Trials Register (The Cochrane Library, มกราคม 2017), MEDLINE (1946 ถึง 5 มกราคม 2017), Embase (1974 ถึง 5 มกราคม 2017), CINAHL (1937 ถึง มกราคม 2017), PsycINFO (1806 ถึง 2 พฤศจิกายน 2016), AMED (1985 ถึง 1 พฤศจิกายน 2016), และ Web of Science (1900 ถึง 6 มกราคม 2017) เราสืบค้นใน grey literature และ clinical trials registers ด้วยเช่นกัน

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก: 

เราจำแนก randomised controlled trails ของการให้สิ่งแทรกแซงด้านกิจกรรมบำบัด (เปรียบเทียบกับการไม่ได้รับสิ่งแทรกแซง หรือการดูแล/การปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน) ซึ่งผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองได้รับการฝึกการประกอบกิจวัตรประจำวัน หรือการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวัน คือสิ่งที่สนใจเกี่ยวกับการให้สิ่งแทรกแซงด้านกิจกรรมบำบัด

การเก็บรวบรวมและการวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้ทบทวนสองคนคัดเลือกการทดลอง ประเมินความเสี่ยงของการมีอคติ และดึงข้อมูลผลลัพธ์ตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นอิสระต่อกัน ผลลัพธ์หลักคือสัดส่วนของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มีอาการแย่ลงหรืออยู่ในภาวะพึ่งพาผู้อื่นในการประกอบกิจวัตรประจำวันและการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวันเมื่อสิ้นสุดการติดตาม

ผลลัพธ์หลัก: 

เรานำเข้าเก้าการศึกษา มีผู้เข้าร่วม 994 คนในการปรับปรุงการทบทวนครั้งนี้ กิจกรรมบำบัดมุ้งเน้นไปที่การเพิ่มคะแนนความสามรถในการประกอบกิจวัตรประจำวันหลังจากเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (ความแตกต่างค่าเฉลี่ยมาตรฐาน (SMD) 0.17, 95% ช่วงเชื่อมั่น (CI) 0.03 ถึง 0.31, p = 0.02; 7 การศึกษา ผู้เข้าร่วม 749 คน หลักฐานคุณภาพต่ำ) และลดความเสี่ยงของผลลัพธ์ที่ไม่ดี (การตาย อาการแย่ลง หรืออยู่ในภาวะพึ่งพาผู้อื่นในการประกอบกิจวัตรประจำวัน) (OR 0.71, 95% CI 0.52 ถึง 0.96; P = 0.03; การศึกษา 5 เรื่อง มีผู้เข้าร่วม 771 คน หลักฐานคุณภาพต่ำ) เราพบว่าผู้ที่ได้รับกิจกรรมบำบัดสามารถช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น (OR 0.22 (95% CI 0.07 ถึง 0.37); P = 0.005; การศึกษา 5 เรื่อง มีผู้เข้าร่วม 665 คน หลักฐานคุณภาพต่ำ) กิจกรรมบำบัดไม่มีผลต่ออัตราการตาย (OR: 1.02 (95% CI 0.65 ถึง 1.61); P = 0.93; การศึกษา 8 เรื่อง ผู้เข้าร่วมการศึกษา 950 คน) หรือลดโอกาสการตายโดยรวม และลดการพึ่งพิงบริการของรัฐ (OR 0.89 (95% CI 0.60 ถึง 1.32); P = 0.55; การศึกษา 4 เรื่อง มีผู้เข้าร่วม 671 คน) หรือการตายและภาวะต้องพึ่งพาผู้อื่น (OR 0.89 (95% CI 0.64 ถึง 1.23); P = 0.47; การศึกษา 4 เรื่อง มีผู้เข้าร่วม 659 คน) กิจกรรมบำบัดไม่ช่วยในการปรับปรุงอารมณ์และคะแนนความเครียด (OR 0.08 (95% CI -0.09 ถึง 0.26); P = 0.35; การศึกษา 4 เรื่อง มีผู้เข้าร่วม 519 คน หลักฐานมีคุณภาพต่ำ) ข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะวัดผลของกิจกรรมบำบัดต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ เราไม่พบการศึกษาที่เกี่ยวกับการยินยอมเข้าร่วมการศึกษาของผู้ดูแล ดังนั้นจึงไม่มีผลลัพธ์การศึกษาที่เกี่ยวกับผู้ดูแลในการทบทวนของเรา มีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะวัดความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมการศึกษาและผู้ดูแลต่อการบริการ

การใช้ GRADE หลักฐานที่ได้มีคุณภาพต่ำ ข้อจำกัดที่สำคัญคือการศึกษามีความเสี่ยงของการมีอคติไม่ชัดเจน และมีความเสี่ยงสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากไม่สามารถปกปิดสิ่งแทรกแซงจากทั้งผู้เข้าร่วมการศึกษาและนักกิจกรรมบำบัดได้ นอกจากนี้ข้อมูลสำหรับผลลัพธ์ที่เราสนใจมีน้อย และเราได้ปรับลดคุณภาพของหลักฐานด้วยเหตุผลเหล่านี้

บันทึกการแปล: 

แปลโดย นางสาวน้ำเพชร จำปาทอง Cochrane ประเทศไทย แปลเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2017

Tools
Information
Share/Save