ความเป็นมา
ภาวะความดันหลอดเลือดดำพอร์ทัลสูง (Portal hypertension) ถูกนิยามว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของความดันเลือดภายในระบบหลอดเลือดดำ (หลอดเลือดชนิดหนึ่ง) ที่เรียกว่า ระบบหลอดเลือดดำพอร์ทัล ซึ่งทำหน้าที่นำเลือดจากระบบทางเดินอาหาร (ลำไส้) และม้ามเข้าสู่ตับ ภาวะความดันหลอดเลือดดำพอร์ทัลสูงมักพบเกิดร่วมกับโรคตับระยะลุกลาม และมักก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งรวมถึงภาวะตกเลือด (เลือดออก) จากหลอดอาหาร และหลอดเลือดในทางเดินอาหารโป่งพอง (หลอดเลือดดำที่ขยายตัวหรือบวม)
สืบเนื่องจากการทดลองทางคลินิกแบบสุ่ม (การศึกษาที่มีการสุ่มผู้เข้าร่วมให้อยู่ในกลุ่มการรักษาตั้งแต่สองกลุ่มขึ้นไป) จำนวนมาก ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของยา non-selective beta-blockers และการรัดหลอดเลือดดำโป่งพองผ่านการส่องกล้อง (การผูกหรือรัดหลอดเลือดดำที่ขยายตัวด้วยยาง) ในการลดอุบัติการณ์ของภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำโป่งพอง การรักษาเพื่อป้องกันภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำโป่งพองในผู้ใหญ่ (เรียกว่า การป้องกันปฐมภูมิ) จึงกลายเป็นมาตรฐานการรักษาที่ได้รับการยอมรับ
ลักษณะของการศึกษา
เราได้ทำการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของการทดลองทางคลินิกแบบสุ่ม เพื่อประเมินประโยชน์และผลเสียของการรัดหลอดเลือดด้วยยางเปรียบเทียบกับการใช้ยา beta-blockers สำหรับการป้องกันภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพอง ในเด็กที่เป็นโรคตับเรื้อรังหรือมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำพอร์ทัล (การอุดตันหรือตีบแคบของหลอดเลือดดำพอร์ทัล (หลอดเลือดที่นำเลือดจากลำไส้เข้าสู่ตับ) ซึ่งเกิดจากลิ่มเลือด) เราค้นหางานวิจัยจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2018
ผลลัพธ์ที่สำคัญ
เราไม่พบการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มเพื่อนำมารวมไว้ในการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบครั้งนี้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงยังขาดผลการศึกษาจากการทดลองทางคลินิกแบบสุ่ม ที่จะนำมาสรุปว่าการรัดหลอดเลือดด้วยยางเปรียบเทียบกับการใช้ยา beta-blocker จะมีประโยชน์หรือไม่ในเด็กที่มีภาวะหลอดเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพอง จึงมีความจำเป็นต้องมีการทดลองที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ซึ่งควรครอบคลุมถึงผลลัพธ์ทางคลินิกที่สำคัญ เช่น การเสียชีวิต ความล้มเหลวในการควบคุมภาวะเลือดออก และผลข้างเคียง
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
ภาวะความดันหลอดเลือดดำพอร์ทัลสูง (Portal hypertension) มักพบเกิดร่วมกับโรคตับระยะลุกลามหรือรุนแรง และมักนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งรวมถึงภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำโป่งพองในหลอดอาหารและทางเดินอาหาร ภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำโป่งพอง มักเกิดขึ้นในเด็กที่เป็นโรคตับเรื้อรังหรือมีการอุดกั้นของหลอดเลือดดำพอร์ทัล ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ สืบเนื่องจากการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของยา Non-selective beta-blockers และการรัดหลอดเลือดดำโป่งพองผ่านการส่องกล้อง (Endoscopic variceal ligation) ในการลดอุบัติการณ์ของภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำโป่งพอง การป้องกันปฐมภูมิสำหรับภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำโป่งพองในผู้ใหญ่ จึงกลายเป็นมาตรฐานการรักษาที่ได้รับการยอมรับ ด้วยเหตุนี้ จึงมีการเสนอให้นำวิธีรัดหลอดเลือดด้วยยางร่วมกับการใช้ยา Beta-blockers มาใช้เป็นการป้องกันปฐมภูมิสำหรับภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพองในเด็ก
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินประโยชน์และผลเสียของการรัดหลอดเลือดด้วยยางเปรียบเทียบกับการใช้ยา Beta-blocker ชนิดใด ๆ สำหรับการป้องกันปฐมภูมิของภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพอง ในเด็กที่เป็นโรคตับเรื้อรัง หรือมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำพอร์ทัล
วิธีการสืบค้น
เราได้ค้นหาในฐานข้อมูลการทดลองแบบควบคุมของกลุ่มโรคตับและทางเดินน้ำดีของ Cochrane (กุมภาพันธ์ 2019), CENTRAL (ธันวาคม 2018), PubMed (ธันวาคม 2018), Embase Ovid (ธันวาคม 2018), LILACS (Bireme; มกราคม 2019) และ Science Citation Index Expanded (Web of Science; ธันวาคม 2018) เราได้ตรวจสอบรายการเอกสารอ้างอิงของบทความสิ่งพิมพ์ที่สืบค้นมาได้อย่างละเอียด และได้ทำการสืบค้นด้วยมือ (manual search) เพิ่มเติมจากหนังสือรวมบทคัดย่อของการประชุมวิชาการหลักด้านระบบทางเดินอาหารและโรคตับในเด็ก (NASPGHAN และ ESPGHAN) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 ถึง 2018 เราได้สืบค้นฐานข้อมูล ClinicalTrials.gov เพื่อค้นหาการทดลองทางคลินิกที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งนี้ ไม่มีการจำกัดภาษาหรือประเภทของเอกสารในการสืบค้น
เกณฑ์การคัดเลือก
เราวางแผนที่จะรวบรวมการทดลองทางคลินิกแบบสุ่ม เพื่อนำมาประเมินประโยชน์และผลเสีย โดยไม่คำนึงถึงรูปแบบการปกปิดข้อมูล (blinding) ภาษา หรือสถานะการตีพิมพ์ เราวางแผนที่จะรวบรวมการศึกษาแบบกึ่งสุ่ม (quasi-randomised studies) และการศึกษาเชิงสังเกตอื่นๆ ที่พบจากการสืบค้นการทดลองทางคลินิกแบบสุ่ม เพื่อนำมารายงานในส่วนของผลเสียด้วย
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
เราวางแผนที่จะสรุปข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกแบบสุ่ม โดยใช้ระเบียบวิธีมาตรฐานของ Cochrane
ผลการวิจัย
เราไม่พบการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มที่ประเมินการรัดหลอดเลือดด้วยยางเปรียบเทียบกับการใช้ยา beta-blockers สำหรับการป้องกันปฐมภูมิของภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพองในเด็กที่เป็นโรคตับเรื้อรัง หรือมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำพอร์ทัล
ข้อสรุปของผู้วิจัย
ยังขาดแคลนการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มที่ประเมินถึงประโยชน์และผลเสีย ของการรัดหลอดเลือดด้วยยางเปรียบเทียบกับการใช้ยา beta-blockers สำหรับการป้องกันปฐมภูมิของภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพองในเด็กที่เป็นโรคตับเรื้อรัง หรือมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำพอร์ทัล มีความจำเป็นต้องมีการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีและมีอำนาจทางสถิติที่เพียงพอ เพื่อประเมินประโยชน์และผลเสียของการรัดหลอดเลือดด้วยยางเปรียบเทียบกับการใช้ยา beta-blockers สำหรับการป้องกันปฐมภูมิของภาวะเลือดออกจากหลอดเลือดดำในหลอดอาหารโป่งพอง ในเด็กที่เป็นโรคตับเรื้อรังหรือมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำพอร์ทัล การทดลองทางคลินิกแบบสุ่มเหล่านั้นควรครอบคลุมถึงผลลัพธ์ทางคลินิกที่สำคัญต่อผู้ป่วย เช่น อัตราการเสียชีวิต ความล้มเหลวในการควบคุมภาวะเลือดออก และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
แปลโดย พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 5 มิถุนายน 2026
Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก




