โรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อ (Atrophic rhinitis) เป็นโรคเรื้อรังของโพรงจมูกที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด โรคนี้มีลักษณะเด่นคือการเกิดสะเก็ดแห้งและหนาในโพรงจมูกที่กว้างผิดปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมสลายหรือการฝ่อลีบ (atrophy) อย่างต่อเนื่องของเยื่อบุโพรงจมูก (mucosa) และกระดูกที่อยู่เบื้องล่าง อาการต่าง ๆ ที่พบ อาจรวมถึง การมีลมหายใจกลิ่นเหม็นรุนแรง (foetor), การเกิดสะเก็ด/อาการคัดจมูก, เลือดกำเดาไหล, ภาวะสูญเสียการได้กลิ่น (anosmia) หรือการรับรู้กลิ่นผิดปกติว่ามีกลิ่นเหม็น (cacosmia), การติดเชื้อแทรกซ้อน (secondary infection), การพบหนอนแมลงวันไช (maggot infestation), ภาวะจมูกผิดรูป, โรคคอหอยอักเสบ (pharyngitis), โรคหูชั้นกลางอักเสบ (otitis media) และในบางกรณีที่พบได้ยาก อาจมีการลุกลามเข้าสู่สมองและเยื่อหุ้มสมองได้ โรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อ (Atrophic rhinitis) สามารถจำแนกออกเป็นชนิดปฐมภูมิ (primary) หรือชนิดทุติยภูมิ (secondary) ในกรณีที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะหรือเหตุการณ์อื่น ความชุกของโรคนี้มีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของโลก แต่จะพบได้บ่อยในประเทศเขตร้อน แม้ในเอกสารวิชาการจะมีการระบุถึงรูปแบบการรักษาที่หลากหลาย แต่โดยทั่วไปมักจะเป็นการรักษาแบบอนุรักษ์ (conservative) (ตัวอย่างเช่น การล้างโพรงจมูก ยาหยอดจมูก (เช่น กลูโคสผสมกลีเซอรีน, พาราฟินเหลว) ยาปฏิชีวนะและยาต้านเชื้อจุลชีพ ยาขยายหลอดเลือด (ยาที่ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว) และการใส่อุปกรณ์เสริมในโพรงจมูก (prostheses)) การรักษาด้วยการผ่าตัดมีวัตถุประสงค์เพื่อลดขนาดของโพรงจมูก ส่งเสริมการฟื้นฟูสร้างเซลล์ใหม่ของเยื่อบุโพรงจมูกให้กลับมาเป็นปกติ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เยื่อบุโพรงจมูกที่แห้ง และปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดในโพรงจมูก
เราได้ทำการสืบค้นอย่างเป็นระบบเพื่อหาการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCTs) ที่ศึกษาการรักษาไม่ว่าชนิดใดก็ตาม หรือการรักษาแบบผสมผสาน สำหรับผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อ แม้จะได้ทำการสืบค้นอย่างครอบคลุมแล้ว แต่เราก็ไม่พบ RCT ใดเลยที่ผ่านเกณฑ์การคัดเข้าของเรา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังมีการดำเนินการทดลอง (RCT) 1 การศึกษา ที่เปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดแบบ Young (Young's operation) กับการให้สารเพิ่มความชุ่มชื้นในโพรงจมูกสำหรับโรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อแบบปฐมภูมิอยู่ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยที่มีคุณภาพสูงเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเรื้อรังนี้ โดยมีระยะเวลาในการติดตามผลที่ยาวนานขึ้น เพื่อให้สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดถึงประโยชน์หรือความเสี่ยงในระยะยาวของรูปแบบการรักษาต่าง ๆ สำหรับโรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อ
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
โรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อ (Atrophic rhinitis) เป็นโรคเรื้อรังของโพรงจมูกที่มีลักษณะเด่นคือการเกิดสะเก็ดแห้งและหนาในโพรงจมูกที่กว้างผิดปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากการฝ่อลีบอย่างต่อเนื่องของเยื่อบุโพรงจมูกและกระดูกที่อยู่เบื้องล่าง อาการที่พบบ่อยอาจรวมถึง การมีลมหายใจกลิ่นเหม็น (foetor), อาการจมูกเหม็น (ozaena), การเกิดสะเก็ด/อาการคัดจมูก, เลือดกำเดาไหล, ภาวะสูญเสียการได้กลิ่น (anosmia) / การรับรู้กลิ่นผิดปกติเป็นกลิ่นเหม็น (cacosmia) และการติดเชื้อแทรกซ้อนซึ่งอาจพบหนอนแมลงวันไช (maggot infestation) ร่วมด้วย ความชุกของโรคนี้แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของโลก และมักพบบ่อยในกลุ่มประเทศเขตร้อน ภาวะนี้มักพบหลัก ๆ ในวัยหนุ่มสาวและผู้ใหญ่วัยกลางคน โดยเฉพาะเพศหญิง ซึ่งมีแนวโน้มของความชุกโรคสูงในกลุ่มคนเชื้อชาติเอเชีย ฮิสแปนิก และแอฟริกันอเมริกัน แม้ในเอกสารวิชาการจะมีการระบุถึงรูปแบบการรักษาที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม แนวทางการรักษาหลักคือการรักษาแบบอนุรักษ์ (conservative treatment) (ตัวอย่างเช่น การล้างโพรงจมูก ยาหยอดจมูก (เช่น กลูโคสผสมกลีเซอรีน, พาราฟินเหลว) ยาปฏิชีวนะและยาต้านเชื้อจุลชีพ ยาขยายหลอดเลือด และการใส่อุปกรณ์เสริมในโพรงจมูก (prostheses)) การรักษาด้วยการผ่าตัดมีวัตถุประสงค์เพื่อลดขนาดของโพรงจมูก กระตุ้นการสร้างใหม่ของเยื่อบุโพรงจมูกที่ปกติ เพิ่มความชุ่มชื้นหล่อลื่นให้แก่เยื่อบุโพรงจมูกที่แห้ง และเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือด (vascularity) ที่มาเลี้ยงโพรงจมูก
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินประสิทธิภาพของวิธีการรักษาต่าง ๆ สำหรับโรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อ (Atrophic rhinitis)
วิธีการสืบค้น
เราได้สืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูล Cochrane Ear, Nose and Throat Disorders Group Trials Register; Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL); PubMed; EMBASE; CINAHL; Web of Science; BIOSIS Previews; Cambridge Scientific Abstracts; ICTRP และแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ สำหรับการทดลองทางคลินิกทั้งที่ได้รับการตีพิมพ์และยังไม่ได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่ วันที่ทำการสืบค้นข้อมูลคือ 28 มีนาคม ค.ศ. 2011
เกณฑ์การคัดเลือก
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomised controlled trials: RCTs) ที่ศึกษาการรักษาไม่ว่าชนิดใดก็ตาม หรือวิธีการรักษาแบบผสมผสาน ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อ เราได้คัดการศึกษาที่มีระยะเวลาติดตามผลน้อยกว่า 5 เดือนหลังจากการรักษาหรือการให้สิ่งแทรกแซง (intervention) ออก
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้เขียนบททบทวนวรรณกรรม 3 ท่านได้ทำการดึงข้อมูลและประเมินการศึกษาต่างๆ เราได้จัดทำตารางข้อมูล จากนั้นจึงเปรียบเทียบผลการประเมินของผู้เขียนบททบทวนแต่ละท่านแยกตามการศึกษาแต่ละฉบับ
ผลการวิจัย
ไม่มีการศึกษาใดเลยที่ผ่านเกณฑ์การคัดเข้าสำหรับการทบทวนวรรณกรรมนี้ เราพบการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCT) 1 ฉบับ ที่เปรียบเทียบระหว่างการให้ยาไรแฟมพิน (rifampicin) ชนิดรับประทานร่วมกับการล้างโพรงจมูก กับการฉีดยาพลาเซนเทร็กซ์ (placentrex) แทรกเข้าใต้เยื่อบุโพรงจมูกร่วมกับการล้างโพรงจมูก และเทียบกับกลุ่มควบคุม (การล้างโพรงจมูกเพียงอย่างเดียว) แต่จำเป็นต้องคัดการศึกษานี้ออกเนื่องจากมีระยะเวลาในการติดตามผลที่ไม่เพียงพอ การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCT) เพิ่มเติมอีก 1 การศึกษา ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดแบบ Young (Young's operation) กับการให้สารเพิ่มความชุ่มชื้นในโพรงจมูกสำหรับโรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อแบบปฐมภูมิ (Primary atrophic rhinitis) กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ
ข้อสรุปของผู้วิจัย
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานจากการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม เกี่ยวกับประโยชน์หรือความเสี่ยงในระยะยาวของรูปแบบการรักษาต่างๆ สำหรับโรคจมูกอักเสบชนิดฝ่อ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยที่มีคุณภาพสูงเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคเรื้อรังนี้ โดยมีระยะเวลาในการติดตามผลที่ยาวนานขึ้น เพื่อให้สามารถหาข้อสรุปที่แน่ชัดได้
แปลโดย พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 13 กรกฎาคม 2026
Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก




