ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ตัวกรอง

Evidence

Handbooks/Manuals

ข่าวสาร

น้ำยาทำความสะอาดช่องปาก น้ำยาบ้วนปาก และสเปรย์พ่นคอ เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นหลังการผ่าตัดต่อมทอนซิล

มีในภาษาอื่นด้วย

การผ่าตัดต่อมทอนซิลถือเป็นการผ่าตัดที่พบได้บ่อยที่สุดอย่างหนึ่งที่ทำทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก อาการปวดและภาวะเลือดออกหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป ยาที่ใช้หลังการผ่าตัดต่อมทอนซิลควรมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอาการเหล่านี้ให้เหลือน้อยที่สุด ปัจจุบันมีน้ำยาบ้วนปากและสเปรย์พ่นเฉพาะที่หลายชนิด ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวดหรือช่วยลดภาวะเลือดออกในช่วงแรกหลังการผ่าตัดได้

การทบทวนวรรณกรรมนี้รวบรวม 7 การศึกษา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 593 คน (เด็ก 397 คน และผู้ใหญ่ 196 คน) และมีข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดจนถึงเดือนกรกฎาคม 2013 การทดลองส่วนใหญ่ที่นำมารวบรวมมีความเสี่ยงของของการมีอคติสูง เราพบว่าสเปรย์ลิโดเคน (lidocaine spray) ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพดีกว่าสเปรย์น้ำเกลือที่ใช้เป็นยาหลอก (placebo saline spray) ในการช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดจนถึงวันที่ 3 หลังการผ่าตัด ผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยมีอาการแสบร้อนหรือแสบแปลบเมื่อใช้สเปรย์อีกชนิดที่มีส่วนผสมของเบนไซดามีน (benzydamine) แต่อาการดังกล่าวไม่ได้รุนแรงมากพอที่จะทำให้ต้องหยุดใช้

งานวิจัยในอนาคตควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างรอบด้านได้ว่า การรักษาเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการลดอาการและภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดหลังการผ่าตัดต่อมทอนซิลได้จริงหรือไม่

บทนำ

บทความนี้เป็นการอัปเดตข้อมูลการทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกใน The Cochrane Library ฉบับที่ 1 ปี 2010 และเคยได้รับการอัปเดตก่อนหน้านี้ในปี 2011

การผ่าตัดต่อมทอนซิล (Tonsillectomy) คือการผ่าตัดเพื่อนำเนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่เรียกว่า พาลาทีนทอนซิล (palatine tonsil) บริเวณด้านหลังของลำคอออกไป การผ่าตัดชนิดนี้ยังคงทำกันโดยทั่วไปในผู้ป่วยที่มีอาการต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลันกำเริบซ้ำบ่อยๆ แม้ว่าการผ่าตัดต่อมทอนซิลจะถือว่าเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ความเจ็บปวดและภาวะเลือดออกถือเป็นภาวะแทรกซ้อน 2 ประการที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งอาการใดอาการหนึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวช้าลง และในบางครั้งอาจส่งผลให้ต้องกลับเข้ามาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกครั้ง ยาที่ใช้หลังการผ่าตัดต่อมทอนซิลควรช่วยลดอาการเจ็บป่วยและภาวะแทรกซ้อนได้อย่างเพียงพอ พร้อมกับลดผลข้างเคียงให้เหลือน้อยที่สุด ดังนั้น ยาประเภทใช้เฉพาะที่ (topical agents) จึงดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและปลอดภัย ปัจจุบันมีน้ำยาบ้วนปากและสเปรย์พ่นเฉพาะที่หลายชนิด ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวดหรือช่วยลดภาวะเลือดออกในช่วงแรกหลังการผ่าตัดได้

วัตถุประสงค์

เพื่อประเมินผลของน้ำยาทำความสะอาดช่องปาก น้ำยาบ้วนปาก และสเปรย์ ในการช่วยให้การฟื้นตัวดีขึ้นหลังการผ่าตัดต่อมทอนซิล

วิธีการสืบค้น

เราได้สืบค้นข้อมูลจากทะเบียนการทดลองของกลุ่ม Cochrane Ear, Nose and Throat Disorders Group Trials Register, ฐานข้อมูล the Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL); PubMed; EMBASE; CINAHL; Web of Science; Cambridge Scientific Abstracts; ICTRP และแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อค้นหางานวิจัยและการทดลองทั้งที่มีการตีพิมพ์และไม่ได้ตีพิมพ์ วันที่สืบค้นข้อมูลล่าสุดคือ 4 กรกฎาคม 2013

เกณฑ์การคัดเลือก

เราได้รวบรวมการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (randomised controlled trials) ที่มีการใช้น้ำยาทำความสะอาดช่องปาก น้ำยาบ้วนปาก และสเปรย์ ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด โดยเปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอกในผู้ใหญ่หรือเด็กที่เข้ารับการผ่าตัดต่อมทอนซิล ซึ่งอาจมีการผ่าตัดต่อมอะดีนอยด์ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้ทบทวนวรรณกรรม 2 คนได้ทำการคัดเลือกการทดลองเพื่อนำมารวบรวม ประเมินความเสี่ยงของการมีอคติ และดึงข้อมูลอย่างเป็นอิสระต่อกัน

ผลการวิจัย

เราได้รวบรวมการทดลองไว้จำนวน 7 การทดลอง (มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 593 คน แบ่งเป็นเด็ก 397 คน และผู้ใหญ่ 196 คน) ระยะเวลาในการติดตามผลมีตั้งแต่ 24 ชั่วโมงจนถึง 2 สัปดาห์ มีเพียงไม่กี่การทดลองที่ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับผลลัพธ์หลักที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า และไม่มีการทดลองใดเลยที่ให้ข้อมูลสำหรับผลลัพธ์รอง การทดลองส่วนใหญ่ที่นำมารวบรวมมีความเสี่ยงของของการมีอคติสูง สเปรย์ลิโดเคน (Lidocaine spray) ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพดีกว่าสเปรย์น้ำเกลือ (saline spray) ในการช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดจนถึงวันที่ 3 หลังการผ่าตัด ผู้เข้าร่วมจำนวนน้อยมีอาการแสบร้อนหรือแสบแปลบจากการใช้สเปรย์เบนไซดามีน (benzydamine spray) แต่ไม่รุนแรงมากพอที่จะทำให้ต้องหยุดใช้

ข้อสรุปของผู้วิจัย

ด้วยคุณภาพของการรายงานผลที่ต่ำและข้อมูลที่มีไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถสรุปผลได้อย่างครอบคลุมและน่าเชื่อถือได้ การทดลองในอนาคตควรได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี และควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับวิธีการที่ใช้ในการประเมินผลลัพธ์ ระยะเวลาของการประเมิน ตลอดจนคุณภาพของการรายงานผลและการวิเคราะห์ข้อมูลในขั้นตอนต่อไป

บันทึกการแปล

แปลโดย พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 25 เมษายน 2026

Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก

การอ้างอิง
Fedorowicz Z, van Zuuren EJ, Nasser M, Carter B, Al Langawi JH. Oral rinses, mouthwashes and sprays for improving recovery following tonsillectomy. Cochrane Database of Systematic Reviews 2013, Issue 9. Art. No.: CD007806. DOI: 10.1002/14651858.CD007806.pub4.

การใช้คุกกี้ของเรา

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพ เรายังต้องการตั้งค่าการวิเคราะห์คุกกี้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเราปรับปรุงเว็บไซต์ เราจะไม่ตั้งค่าคุกกี้เสริมเว้นแต่คุณจะเปิดใช้งาน การใช้เครื่องมือนี้จะตั้งค่าคุกกี้บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อจดจำการตั้งค่าของคุณ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าคุกกี้ได้ตลอดเวลาโดยคลิกที่ลิงก์ 'การตั้งค่าคุกกี้' ที่ส่วนท้ายของทุกหน้า
สำหรับข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ที่เราใช้ โปรดดู หน้าคุกกี้

ยอมรับทั้งหมด
กำหนดค่า