การผ่าตัดต่อมทอนซิลเป็นวิธีการผ่าตัดที่ทำกันทั่วไปทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดจะมีอาการปวดอย่างมาก ต้องรับประทานยาแก้ปวดเป็นประจำ และไม่สามารถกลับไปรับประทานอาหารและทำกิจกรรมตามปกติได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่เป็นอันตรายมากกว่า เช่น เลือดออกบริเวณที่ผ่าตัด ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยทั่วไป มักมีการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อลดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์บางประการ หรือทั้งหมดที่เกิดจากการผ่าตัดต่อมทอนซิลนี้
อย่างไรก็ตาม การทบทวนวรรณกรรมฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ยาปฏิชีวนะไม่ได้ช่วยลดอาการปวด ความจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด หรือภาวะเลือดออกแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ยาปฏิชีวนะดูเหมือนจะช่วยลดอาการไข้ได้ ประโยชน์เพียงเล็กน้อยนี้ น่าจะเป็นผลมาจากข้อบกพร่องของการศึกษาเหล่านั้นเอง มากกว่าที่จะเป็นผลโดยตรงจากต้วยาปฏิชีวนะ ความเสี่ยงในการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ผื่นแพ้ทางผิวหนังและอาการท้องเสีย ยังพบได้สูงกว่าเล็กน้อยในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะ ดังนั้น เมื่อไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญของประโยชน์ และยังมีความเสี่ยงต่ออันตราย จึงไม่แนะนำให้สั่งใช้ยาปฏิชีวนะเป็นประจำในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดต่อมทอนซิล
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทความนี้เป็นการปรับปรุงการทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane (Cochrane Review) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในฐานข้อมูล The Cochrane Library ฉบับที่ 2 ปี 2008 และเคยได้รับการปรับปรุงมาก่อนหน้านี้ในปี 2010
การผ่าตัดต่อมทอนซิลยังคงเป็นหนึ่งในหัตถการทางศัลยกรรมที่พบบ่อยที่สุดทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แม้ว่าเทคนิคการผ่าตัดและการให้ยาระงับความรู้สึกจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นแล้วก็ตาม แต่ความเจ็บป่วยหลังการผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่มาในรูปแบบของอาการปวดนั้น ยังคงเป็นปัญหาทางคลินิกที่สำคัญ การติดเชื้อแบคทีเรียในโพรงต่อมทอนซิลหลังการผ่าตัดได้รับการเสนอว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง และจากการศึกษาบางฉบับพบว่าการให้ยาปฏิชีวนะในช่วงก่อนและหลังการผ่าตัดช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้
วัตถุประสงค์
เพื่อตรวจสอบว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้ในช่วงก่อนและหลังการผ่าตัดช่วยลดอาการปวดและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ หลังการผ่าตัดต่อมทอนซิลหรือไม่
วิธีการสืบค้น
ผู้วิจัยได้สืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลทะเบียนการทดลองของกลุ่ม the Cochrane Ear, Nose and Throat Disorders Group Trials Register; the Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL); PubMed; EMBASE; CINAHL; Web of Science; BIOSIS Previews; Cambridge Scientific Abstracts; ICTRP รวมถึงแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ เพื่อค้นหางานวิจัยทั้งที่ได้รับการตีพิมพ์และยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ โดยทำการสืบค้นข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2012
เกณฑ์การคัดเลือก
การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomised controlled trials) ทั้งหมด ที่ศึกษาถึงผลกระทบของการให้ยาปฏิชีวนะแบบออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย ในช่วงรอบการผ่าตัด ที่มีต่อภาวะความเจ็บป่วยหลังการผ่าตัดต่อมทอนซิล ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้นิพนธ์สองท่านได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างอิสระต่อกัน ผลลัพธ์หลักที่พิจารณา ได้แก่ ความเจ็บปวด การใช้ยาแก้ปวด และภาวะตกเลือดระยะหลัง (ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญหากผู้ป่วยต้องกลับเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ได้รับการถ่ายเลือด หรือต้องกลับไปผ่าตัดอีกครั้ง และการตกเลือดทั้งหมด (ที่มีการบันทึกไว้)) ผลลัพธ์รอง ได้แก่ ไข้ ระยะเวลาที่ใช้ในการกลับมารับประทานอาหารและทำกิจกรรมตามปกติ และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ในกรณีที่สามารถทำได้ ผู้วิจัยได้คำนวณค่าสรุปผลภาพรวม (summary measures) โดยใช้แบบจำลอง random-effects models
ผลการวิจัย
มีการทดลองทางคลินิกจำนวน 10 ฉบับ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการศึกษารวมทั้งสิ้น 1035 คน ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก การศึกษาส่วนใหญ่ไม่พบว่าการใช้ยาปฏิชีวนะช่วยลดอาการปวดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในทำนองเดียวกัน ส่วนใหญ่ไม่พบว่ายาปฏิชีวนะมีประสิทธิภาพในการลดความจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด การใช้ยาปฏิชีวนะไม่มีความสัมพันธ์กับการลดลงของอัตราการเกิดภาวะตกเลือดระยะหลัง (secondary haemorrhage) ที่รุนแรง (อัตราส่วนความเสี่ยง (RR) 0.49, ค่าความเชื่อมั่น 95% CI 0.08 ถึง 3.11, P = 0.45) หรืออัตราการเกิดภาวะตกเลือดระยะหลังทั้งหมด (RR 0.90, 95% CI 0.56 ถึง 1.44, P = 0.66) ในส่วนของผลลัพธ์รองพบว่า ยาปฏิชีวนะช่วยลดสัดส่วนของผู้ป่วยที่มีอาการไข้ได้ (RR 0.63, 95% CI 0.46 ถึง 0.85, P = 0.002)
ข้อสรุปของผู้วิจัย
การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ meta-analyses สำหรับบางผลลัพธ์ ชี้ให้เห็นว่า แม้ผลการศึกษาของแต่ละงานวิจัยจะมีความแตกต่างกันไป แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่สนับสนุนว่าการใช้ยาปฏิชีวนะส่งผลอย่างสม่ำเสมอและมีความสำคัญทางคลินิกในการลดภาวะความเจ็บป่วยหลัก ๆ หลังการผ่าตัดต่อมทอนซิล (กล่าวคือ อาการปวด ความจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด และอัตราการเกิดภาวะตกเลือดระยะหลัง) ประโยชน์เพียงเล็กน้อยที่เห็นได้จากการใช้ยาปฏิชีวนะนั้น อาจเป็นผลมาจากอคติเชิงบวก (positive bias) ซึ่งเกิดจากข้อบกพร่องทางระเบียบวิธีวิจัยที่สำคัญหลายประการของการทดลองที่นำมารวมในการศึกษาครั้งนี้ ดังนั้น จากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงไม่แนะนำให้มีการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะเป็นมาตรฐานทั่วไปแก่ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดต่อมทอนซิล ส่วนประเด็นที่ว่าอาจมีผู้ป่วยกลุ่มย่อยใดที่อาจได้รับประโยชน์จากการพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะแบบเฉพาะเจาะจงได้หรือไม่นั้น ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด และจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในการทดลองทางคลินิกในอนาคต
ผู้แปล พญ.ชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 25 เมษายน 2026
Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก