ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ตัวกรอง

หลักฐานเชิงประจักษ์

หนังสือคู่มือ/คู่มือการปฏิบัติ

ข่าวสาร

วิธีการซ่อมแซมการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักจากการคลอดบุตร

มีในภาษาอื่นด้วย

วิธีการเย็บซ่อมแซมการฉีกขาดของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักจากการคลอดบุตรทางช่องคลอดที่ยากลำบาก

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักฉีกขาดจากการคลอด ได้แก่ การตัดฝีเย็บแนวตรง (midline episiotomy) เพื่อช่วยในการคลอด การใช้คีมช่วยคลอด (forceps delivery) และการที่ทารกอยู่ในท่าท้ายทอยหันไปทางด้านหลังของมารดา (occipito-posterior position) ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถคลอดบุตรได้โดยไม่เกิดการบาดเจ็บรุนแรงบริเวณฝีเย็บหรือทวารหนัก อย่างไรก็ตาม ในการคลอดประมาณ 1% ถึง 4% พบว่ามีการฉีกขาดและการบาดเจ็บที่ลุกลามลึกไปจนถึงบริเวณทวารหนักและกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก สิ่งนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาอย่างมากสำหรับผู้หญิงกลุ่มนี้บางราย ทั้งในเรื่องของอาการปวด อาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ และภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ สำหรับผู้หญิงเหล่านี้ในบางราย ภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่อาจทำให้รู้สึกอับอายอย่างมาก และอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ของพวกเธอ การทบทวนวรรณกรรมของการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมนี้ ได้ทำการเปรียบเทียบเทคนิคการเย็บ 2 วิธีที่แตกต่างกัน วิธีแรกคือการนำขอบของเนื้อเยื่อมาวางซ้อนทับกัน (overlap) และอีกวิธีคือการเย็บต่อกันแบบปลายชนปลาย (end-to-end) มีผู้หญิงจำนวน 588 คน ในการทดลองทั้ง 6 การทดลองที่ถูกนำมาวิเคราะห์ การทดลองเหล่านี้มีคุณภาพปานกลางและแตกต่างกันในด้านผู้เข้าร่วม การวัดผลลัพธ์ที่ใช้ และช่วงเวลาที่ทำการวัด มีเพียง 3 การทดลอง ซึ่งมีผู้หญิงเข้าร่วมจำนวน 156 คน ที่มีข้อมูลการติดตามผลที่ระยะเวลา 12 เดือน ซึ่งพบว่าเทคนิคการเย็บแบบซ้อนทับกันที่ทำเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หลังการคลอดบุตร ดูเหมือนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในแง่ของภาวะปวดอุจจาระฉุกเฉินและภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจถึงมุมมองและประสบการณ์ของผู้หญิงที่มีต่อการผ่าตัด ทั้งนี้เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาต่างๆ ในระยะยาวต่อไป

บทนำ

การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักระหว่างการคลอดบุตร หรือที่เรียกว่า การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักจากการคลอดบุตร (OASIS) นั้น เกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญในมารดา ได้แก่ อาการปวดบริเวณฝีเย็บ อาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ และภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบทางด้านจิตใจและร่างกายได้ ผู้หญิงหลายคนไม่ไปพบแพทย์เพราะรู้สึกอาย วิธีการที่ได้รับการยอมรับ 2 วิธีในการเย็บซ่อมแซมกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักชั้นนอก (EAS) ที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ การเย็บซ่อมแซมแบบนำปลายมาชนกัน (end-to-end หรือ approximation repair) และการเย็บซ่อมแซมแบบนำปลายมาวางซ้อนทับกัน (overlap repair)

วัตถุประสงค์

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการเย็บซ่อมแซมแบบซ้อนทับกัน เทียบกับการเย็บซ่อมแซมแบบปลายชนปลาย ภายหลังการเกิดภาวะ OASIS ในแง่ของการช่วยลดภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ อาการปวดบริเวณฝีเย็บ และอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นตามมา รวมถึงเพื่อประเมินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

วิธีการสืบค้น

เราได้สืบค้นข้อมูลจากทะเบียนงานวิจัยของกลุ่ม Cochrane Pregnancy and Childbirth (ณ วันที่ 30 กันยายน 2013) และรายการเอกสารอ้างอิงของการศึกษาที่สามารถค้นคืนมาได้

เกณฑ์การคัดเลือก

การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ซึ่งเปรียบเทียบเทคนิคต่างๆ ของการเย็บซ่อมแซมกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักชั้นนอก (EAS) แบบปฐมภูมิในทันทีภายหลังการเกิดภาวะ OASIS

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้เขียนทุกคนได้ทำการประเมินคุณภาพของการทดลองแต่ละงานอย่างเป็นอิสระต่อกัน

ผลการวิจัย

มีการรวบรวมการทดลองที่เข้าเกณฑ์จำนวน 6 การทดลอง ซึ่งมีระดับคุณภาพที่แตกต่างกันไป โดยมีผู้หญิงเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 588 คน พบว่ามีความแตกต่างหลากหลายกันอย่างมาก ทั้งในด้านตัวชี้วัดผลลัพธ์ ระยะเวลาที่ใช้ในการประเมินผล และผลลัพธ์ที่มีการรายงานออกมา การวิเคราะห์ Meta-analyses แสดงให้เห็นว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างเทคนิคการเย็บซ่อมแซมทั้งสองวิธีที่ระยะเวลา 12 เดือน ในเรื่องอาการปวดบริเวณฝีเย็บ (อัตราส่วนความเสี่ยง (RR) 0.08, ช่วงความเชื่อมั่น 95% (CI) 0.00 ถึง 1.45, 1 การทดลอง, ผู้หญิง 52 คน) อาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ (ค่าเฉลี่ย RR 0.77, 95% CI 0.48 ถึง 1.24, 2 การทดลอง, ผู้หญิง 151 คน) และภาวะกลั้นผายลมไม่อยู่ (ค่าเฉลี่ย RR 1.14, 95% CI 0.58 ถึง 2.23, 3 การทดลอง, ผู้หญิง 256 คน อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาพบว่าในกลุ่มที่ได้รับการเย็บแบบซ้อนทับกัน (overlap group) มีอุบัติการณ์ของภาวะปวดอุจจาระฉุกเฉิน (faecal urgency) ที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (RR 0.12, 95% CI 0.02 ถึง 0.86, 1 การทดลอง, ผู้หญิง 52 คน) และมีคะแนนประเมินภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ที่ต่ำกว่า (ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยมาตรฐาน (SMD) -0.70, 95% CI -1.26 ถึง -0.14, 1 การทดลอง, ผู้หญิง 52 คน) เทคนิคการเย็บแบบซ้อนทับกันยังมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อการแย่ลงของอาการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ในช่วงระยะเวลา 12 เดือน (RR 0.26, 95% CI 0.09 ถึง 0.79, 1 การทดลอง, ผู้หญิง 41 คน) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในด้านคุณภาพชีวิต ณ การติดตามผลที่ระยะเวลา 36 เดือน ไม่พบความแตกต่างในด้านภาวะกลั้นผายลมไม่อยู่ (ค่าเฉลี่ย RR 1.12, 95% CI 0.63 ถึง 1.99, 1 การทดลอง, ผู้หญิง 68 คน) หรือภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ (ค่าเฉลี่ย RR 1.01, 95% CI 0.34 ถึง 2.98, 1 การทดลอง, ผู้หญิง 68 คน)

ข้อสรุปของผู้วิจัย

ข้อมูลที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่า ณ การติดตามผลที่ระยะเวลา 1 ปี การเย็บซ่อมแซมกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักชั้นนอกแบบปฐมภูมิในท้นทีด้วยวิธีซ้อนทับกัน (immediate primary overlap repair) เมื่อเปรียบเทียบกับการเย็บแบบปลายชนปลาย (immediate primary end-to-end repair) ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ต่ำกว่าในการเกิดภาวะปวดอุจจาระฉุกเฉินและอาการกลั้นอุจจาระไม่อยู่ เมื่อผ่านไป 36 เดือน ดูเหมือนว่าจะไม่มีความแตกต่างในด้านภาวะกลั้นผายลม หรือภาวะกลั้นอุจจาระไม่อยู่ระหว่างเทคนิคทั้งสองวิธี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหลักฐานนี้มาจากการทดลองขนาดเล็กเพียง 2 การทดลองเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีหลักฐานงานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อที่จะยืนยันหรือหักล้างข้อค้นพบเหล่านี้

บันทึกการแปล

ผู้แปล แพทย์หญิงชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 12 พฤษภาคม 2026

Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก

การอ้างอิง
Fernando RJ, Sultan AH, Kettle C, Thakar R. Methods of repair for obstetric anal sphincter injury. Cochrane Database of Systematic Reviews 2013, Issue 12. Art. No.: CD002866. DOI: 10.1002/14651858.CD002866.pub3.

การใช้คุกกี้ของเรา

เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ของเรามีประสิทธิภาพ เรายังต้องการตั้งค่าการวิเคราะห์คุกกี้เพิ่มเติมเพื่อช่วยเราปรับปรุงเว็บไซต์ เราจะไม่ตั้งค่าคุกกี้เสริมเว้นแต่คุณจะเปิดใช้งาน การใช้เครื่องมือนี้จะตั้งค่าคุกกี้บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อจดจำการตั้งค่าของคุณ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าคุกกี้ได้ตลอดเวลาโดยคลิกที่ลิงก์ 'การตั้งค่าคุกกี้' ที่ส่วนท้ายของทุกหน้า
สำหรับข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ที่เราใช้ โปรดดู หน้าคุกกี้

ยอมรับทั้งหมด
กำหนดค่า