ประเด็นปัญหาคืออะไร
ความผิดปกติของตับที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งมักพบได้บ่อยที่สุดในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ มักทำให้เกิดอาการคัน ซึ่งอาจสร้างความทุกข์ทรมานอย่างมากให้กับผู้หญิงมีครรภ์ กรดน้ำดีจะเกิดการสะสมอยู่ภายในตับ ส่งผลให้ระดับความเข้มข้นของกรดน้ำดีในเลือดเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าระดับที่สูงขึ้นนี้อาจไม่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนพร้อมกับอาการที่ปรากฏเสมอไปก็ตาม อาการและอาการแสดงต่างๆ มักจะหายไปได้เองภายในช่วงสองสามวันแรกหลังคลอด และโดยทั่วไปจะหายไปภายใน 4 ถึง 6 สัปดาห์ แม้ว่าภาวะนี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่พบว่ามีความเชื่อมโยงกับการคลอดก่อนกำหนดและทารกตายคลอดในกลุ่มผู้หญิงที่มีอาการของโรคในระดับที่รุนแรงที่สุด มีการแนะนำวิธีการรักษาไว้หลายวิธี การทบทวนวรรณกรรมฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 และปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อปี ค.ศ. 2013
เหตุใดสิ่งนี้จึงสำคัญ
อาการคันอาจรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ภาวะทารกตายคลอดและการคลอดก่อนกำหนดเป็นผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่ร้ายแรง ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ
เราพบหลักฐานอะไร
เราได้สืบค้นหลักฐานเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 และพบการทดลองจำนวน 26 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมผู้หญิงจำนวน 2007 คน การทดลองเหล่านี้ได้ประเมินวิธีการรักษา 9 วิธีที่แตกต่างกัน แต่การทดลองส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและมีความเสี่ยงของการมีอคติสูง ดังนั้นเราจึงไม่สามารถสรุปผลที่แน่ชัดได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับการรักษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด คือ ยา ursodeoxycholic acid (UDCA) ซึ่งเราพบการทดลองจำนวน 7 ฉบับ (ในสตรี 1008 คน) นั้น มีการทดลอง 2 ฉบับ ที่มีความเสี่ยงของการมีอคติต่ำ (ในผู้หญิง 755 คน) รวมอยู่ด้วย ปัจจุบันมีหลักฐานบ่งชี้ว่า ยา UDCA อาจช่วยลดอาการคันได้ (ความเชื่อมั่นของหลักฐานระดับปานกลาง) อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาที่ได้นั้นมีเพียงเล็กน้อย และอาจไม่คุ้มค่าสำหรับผู้หญิงมีครรภ์หลายราย หลักฐานเกี่ยวกับผลของยา UDCA ต่อภาวะทารกตายคลอดหรือภาวะทารกในครรภ์อยู่ในภาวะคับขันยังคงไม่ชัดเจน สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดในการออกแบบการศึกษาและผลลัพธ์ที่ไม่แม่นยำ (ความเชื่อมั่่นของหลักฐานระดับต่ำมาก)
ผลลัพธ์นี้หมายความว่าอย่างไร
แม้ว่ายา UDCA จะยังไม่พบว่าสามารถป้องกันผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์จากภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์ได้ แต่ก็ยังไม่มีวิธีการรักษาอื่นที่มีประสิทธิภาพสำหรับภาวะนี้ และยานี้ยังช่วยลดอาการคันของมารดาลงได้เล็กน้อย
จำเป็นต้องมีการทดลองคุณภาพสูงเพิ่มเติมสำหรับวิธีการรักษาอื่นๆ เพื่อค้นหาว่าวิธีใดที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการคันของมารดาและสามารถป้องกันผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ นอกจากนี้ ยังจะเป็นประโยชน์หากสามารถระบุได้ว่าผู้หญิงกลุ่มใดมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อยา UDCA ได้ดีที่สุด (ตัวอย่างเช่น ระดับความเข้มข้นของกรดน้ำดีมีผลต่อการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา UDCA ในผู้หญิงที่มีภาวะ ICP หรือไม่)
อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
ภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์ (Intrahepatic cholestasis of pregnancy: ICP) เป็นความผิดปกติของตับที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการสะสมตัวของกรดน้ำดีในกระแสเลือดของมารดา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ต่อทั้งตัวมารดาและทารกในครรภ์/ทารกแรกเกิด เนื่องจากกลไกการเกิดโรค (พยาธิสรีรวิทยา) ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ วิธีการรักษาส่วนใหญ่จึงยังคงเป็นการรักษาที่อาศัยการสังเกตและประสบการณ์ทางคลินิกเป็นหลัก เนื่องจากภาวะ ICP เป็นความผิดปกติที่พบได้ไม่บ่อยนัก (มีอุบัติการณ์การเกิดน้อยกว่า 2% ต่อปี) การศึกษาวิจัยทางคลินิกหลายโครงการจึงมักมีขนาดเล็ก การสังเคราะห์ข้อมูล ซึ่งรวมถึงการศึกษาวิจัยขนาดใหญ่ที่เพิ่งจัดทำขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ จะช่วยให้มีหลักฐานทางวิชาการเพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการเวชปฏิบัติทางคลินิกได้ การทบทวนวรรณกรรมฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงข้อมูลจากการทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 และปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อปี ค.ศ. 2013
วัตถุประสงค์
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลของการรักษาด้วยยาในผู้หญิงที่มีภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์ ที่มีต่อผลลัพธ์ทางคลินิกของมารดา ทารกในครรภ์ และทารกแรกเกิด
วิธีการสืบค้น
สำหรับการปรับปรุงข้อมูลในครั้งนี้ เราได้ทำการสืบค้นจากฐานข้อมูล Cochrane Pregnancy and Childbirth’s Trials Register, ClinicalTrials.gov , the WHO International Clinical Trials Registry Platform ( ICTRP ) (13 ธันวาคม 2019) รวมถึงรายการเอกสารอ้างอิงจากงานวิจัยต่างๆ ที่สืบค้นมาได้
เกณฑ์การคัดเลือก
การทดลองแบบสุ่มหรือกึ่งสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม ซึ่งรวมถึงการทดลองแบบสุ่มเป็นกลุ่ม (Cluster-randomised trials) และการทดลองที่ตีพิมพ์เฉพาะรูปแบบบทคัดย่อ โดยเป็นการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการใช้ยาชนิดใดๆ กับยาหลอก หรือการไม่ให้การรักษาเลย หรือเปรียบเทียบระหว่างแนวทางการรักษาด้วยยา 2 ชนิด ในผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิกว่ามีภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์
การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
คณะผู้นิพนธ์ได้ทำการประเมินการทดลองต่างๆ ตามเกณฑ์การคัดเลือก และประเมินความเสี่ยงของการมีอคติอย่างอิสระต่อกัน เราได้ทำการดึงข้อมูลอย่างอิสระต่อกัน พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเหล่านั้น เราประเมินความเชื่อมั่นของหลักฐานโดยใช้วิธี GRADE
ผลการวิจัย
เราได้นำการทดลองจำนวน 26 ฉบับ ซึ่งมีผู้หญิงเข้าร่วมการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 2007 คน มารวมไว้ในการทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้ การศึกษาเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความเสี่ยงของการมีอคติในระดับที่ไม่ชัดเจนจนถึงระดับสูง การศึกษาเหล่านี้ได้ประเมินวิธีการรักษาทางเภสัชวิทยาที่แตกต่างกัน 9 วิธี ซึ่งทำให้เกิดรูปแบบการเปรียบเทียบที่แตกต่างกัน 14 รูปแบบ เราประเมินว่าการทดลองแบบมีกลุ่มควบคุมด้วยยาหลอก (placebo-controlled trials) ของยา ursodeoxycholic acid (UDCA) จำนวน 2 ฉบับ ในผู้หญิง 715 คน มีความเสี่ยงของการมีอคติในระดับต่ำ
วิธีการรักษาทางเภสัชวิทยาที่แตกต่างกัน 10 วิธี ประกอบด้วย: กลุ่มยาที่เชื่อว่าช่วยกำจัดพิษของกรดน้ำดี ได้แก่ UDCA และ S-adenosylmethionine (SAMe); กลุ่มยาที่ใช้จับกับกรดน้ำดีในลำไส้ (activated charcoal, guar gum และ cholestyramine); กลุ่มยาสมุนไพรจีน (ยาต้ม yinchenghao (YCHD), salvia, Yiganling และยาเม็ด Danxioling (DXLP)) และกลุ่มยาที่มีเป้าหมายเพื่อลดการสร้างกรดน้ำดี (dexamethasone)
เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก ยา UDCA อาจช่วยให้คะแนนอาการคันดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งประเมินโดยใช้มาตรวัดประเมินความรู้สึก (Visual Analogue Scale: VAS) ขนาด 100 มิลลิเมตร (ความแตกต่างของค่าเฉลี่ย (MD) -7.64 คะแนน, ช่วงความเชื่อมั่น (CI) 95% -9.69 ถึง -5.60 คะแนน; จากการทดลอง 2 ฉบับ ในสตรี 715 คน; ความเชื่อมั่นของหลักฐานระดับปานกลางตามเกณฑ์ GRADE) โดยคะแนน 0 หมายถึงไม่มีอาการคัน และคะแนน 100 หมายถึงมีอาการคันอย่างรุนแรง หลักฐานเกี่ยวกับภาวะทารกในครรภ์อยู่ในภาวะคับขัน (fetal distress) และทารกตายคลอด (stillbirth) ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากข้อจำกัดที่สำคัญในการออกแบบการศึกษาและความไม่แม่นยำของข้อมูล (อัตราส่วนความเสี่ยง (RR) 0.70, 95% CI 0.35 ถึง 1.40; จากการทดลอง 6 ฉบับ ในผู้หญิง 944 คน; RR 0.33, 95% CI 0.08 ถึง 1.37; จากการทดลอง 6 ฉบับ ในผู้หญิง 955 คน; ความเชื่อมั่นของหลักฐานระดับต่ำมากตามเกณฑ์ GRADE)
เราพบความแตกต่างเพียงเล็กน้อยมากสำหรับการเปรียบเทียบอื่น ๆ ที่รวมอยู่ในการทบทวนวรรณกรรมนี้
ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะบ่งชี้ว่า ยา SAMe, guar gum, ผงถ่านกัมมันต์ (activated charcoal), dexamethasone, cholestyramine, Salvia, Yinchenghao decoction, Danxioling และ Yiganling หรือการใช้ Yiganling เพียงอย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่น มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้หญิงที่มีภาวะน้ำดีคั่งในตับขณะตั้งครรภ์หรือไม่
ข้อสรุปของผู้วิจัย
เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก การให้ยา UDCA แก่ผู้หญิงที่มีภาวะ ICP อาจช่วยลดอาการคันได้ อย่างไรก็ตาม ผลที่ได้นั้นมีเพียงเล็กน้อย และสำหรับผู้หญิงมีครรภ์และแพทย์ส่วนใหญ่ การลดลงของอาการดังกล่าวอาจอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าผลลัพธ์ขั้นต่ำที่ถือว่ามีประโยชน์ในทางคลินิก หลักฐานเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ต่อทารกในครรภ์ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากหลักฐานมีความเชื่อมั่นในระดับต่ำมาก ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะบ่งชี้ว่า ยา SAMe, guar gum, activated charcoal, dexamethasone, cholestyramine, YCHD, DXLP, Salvia, Yiganling เพียงอย่างเดียวหรือใช้ร่วมกัน มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้หญิงที่มีภาวะน้ำดีคั่งขณะตั้งครรภ์หรือไม่ ปัจจุบันยังไม่มีการทดลองทางคลินิกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทาผิวเพิ่มความชุ่มชื้น
จำเป็นต้องมีการทดลองที่มีคุณภาพสูงเพิ่มเติมสำหรับวิธีการรักษาอื่น ๆ เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการลดอาการคันของมารดา และป้องกันผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ในระยะปริกำเนิด นอกจากนี้ ยังจะเป็นประโยชน์หากสามารถระบุได้ว่าผู้หญิงกลุ่มใดมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อยา UDCA ได้ดีที่สุด (ตัวอย่างเช่น ระดับความเข้มข้นของกรดน้ำดีมีผลต่อการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา UDCA ในผู้หญิงที่มีภาวะ ICP หรือไม่)
ผู้แปล แพทย์หญิงชุติมา ชุณหะวิจิตร วันที่ 14 มิถุนายน 2026
Cochrane review ฉบับนี้มีต้นฉบับที่จัดทำขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ทีมผู้แปลเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องและแม่นยำของเนื้อหาในฉบับแปล การแปลนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบตามมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้ยึดถือต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก




