การฝังเข็มหรือการกดจุดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในระหว่างการคลอด

ผู้วิจัยตรวจสอบหลักฐานจาก randomised controlled trials ในการใช้การฝังเข็มหรือการกดจุดในการช่วยเหลือสตรีในการจัดการความเจ็บปวดในระหว่างการคลอด นี่คือการปรับปรุงการทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2011

ปัญหาคืออะไร

ความเจ็บปวดที่สตรีประสบในระหว่างคลอดอาจจะรุนแรง ร่วมกับความตึงเครียดของร่างกาย ความวิตกกังวลและความกลัวทำให้แย่ลง ความเจ็บปวดที่เกิดจากการหดตัวของมดลูก, การเปิดของปากมดลูกและในช่วงปลายของระยะแรกและระยะที่สองของการคลอด โดยการยืดของช่องคลอดและฐานเชิงกรานเมื่อเด็กเคลื่อนต่ำลงในทางคลอด การจัดการความเจ็บปวดที่มีประสิทธิภาพ ที่น่าพอใจจะต้องเป็นการเฉพาะสำหรับสตรีแต่ละคน สตรียังอาจใช้กลยุทธ์ในการพยายามที่จะทำลายวงจรความกลัว-ความตึงเครียด-ความเจ็บปวดและต่อสู้กับอาการปวด การต่อสู้กับความเจ็บปวดทำได้โดยการให้การสนับสนุนและการให้กำลังใจแก่สตรี การค้นหาตำแหน่งที่สะดวกสบาย การแช่ในน้ำและเทคนิคการช่วยเหลือตนเอง

สตรีหลายคนต้องการที่จะผ่านการคลอดโดยไม่ต้องใช้ยา สตรีอาจหันไปใช้การฝังเข็มหรือการกดจุดเพื่อช่วยลดอาการปวดของพวกเขาและจัดการความเจ็บปวดให้ดีขึ้น

ทำไมเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ

การฝังเข็มมีประวัติศาสตร์อันยาวนานของการใช้ในเอเชีย รวมถึงจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ทักษะทางเทคนิคเป็นสิ่งจำเป็นที่จะใส่เข็มที่จุดที่ถูกต้อง การกดจุดก็มีต้นกำเนิดในประเทศจีนตอนต้น การทำการกดจุด นักบำบัดใช้มือและนิ้วมือของพวกเขาเพื่อกระตุ้นจุดเดียวกันที่ใช้ในการฝังเข็ม บางครั้งเพียงไม่กี่จุดที่จำเป็นในการบรรเทาอาการปวดหรือทำให้เกิดความรู้สึกของการผ่อนคลาย บางครั้งการรวมกันของหลายจุดอาจจะจำเป็นสำหรับผลที่มากขึ้น บางรูปแบบของการกดจุดจะใช้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ผ่านการฝึกอบรม ในขณะที่คนอื่นๆสามารถนำมาใช้โดยรูปแบบของการนวดตัวเอง

ผู้วิจัยพบหลักฐานอะไรบ้าง

ปรับปรุงการสืบค้นในเดือน กุมภาพันธ์ 2019 พบการทดลองใหม่ 17 เรื่อง

การทบทวนวรรณกรรมนี้รวบรวม การทดลอง 28 เรื่อง สตรี 3960 คน โดยที่ การทดลอง 27 เรื่อง ให้ข้อมูลผลลัพธ์ การทดลองเมื่อเทียบกับการฝังเข็มหรือการกดจุดกับการรักษาหลอก, ไม่มีการรักษาหรือการดูแลตามปกติสำหรับการจัดการความเจ็บปวดในระหว่างการคลอด มีการทดลองสิบสามเรื่องเกี่ยวกับการฝังเข็มและ มีการทดลอง 15 เรื่องเกี่ยวกับการกดจุด มีการทดลอง 18 เรื่องจาก 27 เรื่องที่สตรีมีการเจ็บครรภ์ที่เกิดขึ้นเอง ในการศึกษาอื่นๆ อาจได้รับการชักนำการเจ็บครรภ์

การศึกษาแปดเรื่องใช้การแพทย์แผนจีนแบบเฉพาะบุคคล ในขณะที่ชุดจุดฝังเข็มถูกนำมาใช้ในส่วนใหญ่ของการศึกษา ผู้วิจัยพบความหลากหลายอย่างมากในวิธีการกระตุ้นที่นำมาใช้ (ด้วยตนเองหรือด้วยไฟฟ้า) ระยะเวลาของการฝังเข็ม จำนวนจุดที่ใช้และความลึกของเข็ม มีความไม่ชัดเจนว่า การรักษาที่ใช้ในการทดลองเป็นตัวแทนของการฝังเข็มที่ใช้ในการปฏิบัติ

การเปรียบเทียบส่วนใหญ่แสดงผลประโยชน์เล็กๆ จากการฝังเข็ม แม้หลักฐานที่สนับสนุนจะมีข้อจำกัด ผู้วิจัยไม่แน่ใจว่าการฝังเข็มลดความรุนแรงของความเจ็บปวดเมื่อเทียบกับการฝังเข็มหลอก (การทดลอง 2 เรื่อง, สตรี 325 คน), การดูแลตามปกติ (การทดลอง 4 เรื่อง, สตรี 495 คน) และไม่มีการรักษา (การทดลอง 1 เรื่อง, สตรี 163 คน) ความเชื่อมั่นของหลักฐานอยู่ในระดับต่ำถึงต่ำมาก การฝังเข็มอาจเพิ่มความพึงพอใจกับการบรรเทาอาการปวดเมื่อเทียบกับการฝังเข็มหลอก (การทดลองหนึ่งเรื่อง, หลักฐานมีความเชื่อมั่นปานกลาง) มีการลดลงของการใช้ยาระงับความเจ็บปวดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการฝังเข็มหลอก (การทดลอง 2 เรื่อง, สตรี 261 คน, หลักฐานมีความเชื่อมั่นระดับปานกลาง) การใช้การการกดจุดลดความรุนแรงของการเจ็บปวดในระหว่างคลอดเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมรวม (การทดลอง 2 เรื่อง, สตรี 322 คน, หลักฐานมีความเชื่อมั่นระดับปานกลาง) การฝังเข็มไม่ได้มีผลใดๆ ต่อความจำเป็นในการช่วยคลอดทางช่องคลอดหรือการผ่าตัดคลอด แต่การกดจุดลดอัตราการผ่าตัดคลอดเมื่อเทียบกับการกดจุดหลอก

หลักฐานนี้หมายความว่าอย่างไร

การฝังเข็มอาจเพิ่มความพึงพอใจกับการบรรเทาอาการปวดและลดการใช้ยาบรรเทาอาการปวด การกดจุดอาจช่วยบรรเทาอาการปวดในระหว่างคลอด แม้ว่าการลดความเจ็บปวดอาจจะไม่มาก อย่างไรก็ตาม สำหรับการเปรียบเทียบอื่นๆ ของการฝังเข็มและการกดจุด นักวิจัยไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลกระทบต่อความรุนแรงของความเจ็บปวดและความพึงพอใจกับการบรรเทาอาการปวดเนื่องจากหลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำมาก การฝังเข็มหรือการกดจุดอาจจะมีผลน้อยหรือไม่มีผลต่อการช่วยคลอดทางช่องคลอด แต่สตรีที่ได้รับการกดจุดอาจจะมีโอกาสน้อยกว่าที่จะต้องการการผ่าตัดคลอด การศึกษาได้ดำเนินการในประเทศที่แตกต่างกันซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบที่แตกต่างกันของการใช้การฝังเข็ม ข้อจำกัดของจำนวนของการทดลองยังคงทำให้มีผลลัพธ์จำนวนน้อยมากได้รับการประเมินและไม่มีการรายงานผลลัพธ์ด้านความปลอดภัย ต้องการการวิจัยที่มีคุณภาพสูง

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

การฝังเข็มในการเปรียบเทียบกับการฝังเข็มหลอกอาจเพิ่มความพึงพอใจกับการจัดการอาการปวดและลดการใช้ยาระงับความเจ็บปวด การกดจุดในการเปรียบเทียบกับการควบคุมรวมและการดูแลตามปกติอาจลดความรุนแรงของอาการปวด อย่างไรก็ตาม สำหรับการเปรียบเทียบอื่นๆ ของการฝังเข็มและการกดจุด นักวิจัยไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลกระทบต่อความรุนแรงของความเจ็บปวดและความพึงพอใจกับการบรรเทาอาการปวดเนื่องจากหลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำมาก การฝังเข็มอาจจะมีผลเพียงเล็กน้อยถึงไม่มีผลต่ออัตราการผ่าตัดคลอดหรือการช่วยคลอดทางช่องคลอด การกดจุดอาจจะช่วยลดความต้องการการผ่าตัดคลอดในการเปรียบเทียบกับการควบคุมโดยใช้การกดจุดหลอก มีความจำเป็นสำหรับการวิจัยที่มีคุณภาพสูงต่อไปที่รวมถึงการควบคุมหลอกและการเปรียบเทียบกับการดูแลตามปกติและรายงานผลของความรู้สึกของการควบคุมการคลอด ความพึงพอใจกับประสบการณ์การคลอดหรือความพึงพอใจกับการบรรเทาอาการปวด

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

สตรีหลายคนต้องการหลีกเลี่ยงวิธีการใช้ยาหรือการรุกล้ำเพื่อจัดการความเจ็บปวดในระหว่างคลอดและอาจนำไปสู่ความนิยมของวิธีการเสริมเพื่อจัดการความเจ็บปวด การทบทวนวรรณกรรมนี้ตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับการใช้การฝังเข็มและการกดจุดสำหรับการจัดการความเจ็บปวดระหว่างคลอด นี่คือการปรับปรุงการทบทวนวรรณกรรมที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2011

วัตถุประสงค์: 

การทบทวนวรรณกรรมนี้ตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับการใช้การฝังเข็มและการกดจุดสำหรับการจัดการความเจ็บปวดระหว่างคลอด

วิธีการสืบค้น: 

สำหรับการปรับปรุงนี้ ผู้วิจัยสืบค้น Cochrane Pregnancy and Childbirth’s Trials Register, (25 กุมภาพันธ์ 2019), the Cochrane Central Register of Controlled Trials (the Cochrane Library 2019, Issue 1), MEDLINE (1966 ถึง กุมภาพันธ์ 2019), CINAHL (1980 to กุมภาพันธ์ 2019), ClinicalTrials.gov (กุมภาพันธ์ 2019), the WHO International Clinical Trials Registry Platfory (ICTRP) (กุมภาพันธ์ 2019) และรายการอ้างอิงของการศึกษาที่รวบรวมนำเข้า

เกณฑ์การคัดเลือก: 

Randomised controlled trials (RCTs) ที่ตีพิมพ์และไม่ได้ตีพิมพ์ ที่เปรียบเทียบการฝังเข็มหรือการกดจุดกับยาหลอก ไม่มีการรักษา หรือรูปแบบอื่นของการจัดการความเจ็บปวดในระหว่างคลอดที่ไม่ใช้ยา ผู้วิจัยรวบรวมสตรีทุกคนไม่ว่าจะ nulliparous หรือ multiparous และในการที่เป็นการเจ็บครรภ์ที่เกิดขึ้นเองหรือเกิดโดยการชักนำ

ผู้วิจัยรวมการศึกษาที่รายงานในลักษณะบทคัดย่อถ้ามีข้อมูลเพียงพอที่จะให้มีการประเมินความเสี่ยงของอคติได้ ผู้วิจัยรวมการทดลองแบบ cluster-RCT มีสิทธิ์เข้าในการรวบรวมเข้าการศึกษาแต่ quasi-RCTs หรือการศึกษาแบบ cross-over ไม่มีสิทธิ์

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้วิจัยสองคนประเมินการศึกษาเพื่อนำเข้ามาทบทวน ตรวจสอบอคติอย่างอิสระต่อกัน คัดลอกและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่รวบรวมได้ ผู้วิจัยประเมินความเชื่อมั่นของหลักฐานที่ได้โดยวิธี GRADE

ผลการวิจัย: 

ผู้วิจัยรวมการทดลอง 28 เรื่องที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับสตรี 3960 คน มีการทดลองสิบสามเรื่องเกี่ยวกับการฝังเข็มและ มีการทดลอง 15 เรื่องเกี่ยวกับการกดจุด ไม่มีการศึกษาที่มีความเสี่ยงต่ำของอคติในโดเมนทั้งหมด ความรุนแรงของอาการปวดโดยทั่วไปจะวัดโดยใช้ visual analog scale (VAS) เป็น 0 ถึง10 หรือ 0 ถึง 100 โดยคะแนนต่ำบ่งบอกถึงอาการปวดน้อย

การฝังเข็มเมื่อเทียบกับการฝังเข็มหลอก

การฝังเข็มอาจมีความแตกต่างน้อยหรือไม่มีแตกต่างในความรุนแรงของความเจ็บปวดที่รู้สึกโดยสตรีเมื่อเทียบกับการฝังเข็มหลอก (ความแตกต่างเฉลี่ย (MD) -4.42, 95% ช่วงความเชื่อมั่น (CI) -12.94 ถึง 4.09, การทดลอง 2 เรื่อง, สตรี 325 คน หลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำ) การฝังเข็มอาจเพิ่มความพึงพอใจกับการบรรเทาอาการปวดเมื่อเทียบกับการฝังเข็มหลอก (อัตราความเสี่ยง (RR) 2.38, 95% CI 1.78 ถึง 3.19, การทดลอง 1 เรื่อง, สตรี 150 คน หลักฐานมีความเชื่อมั่นปานกลาง) และอาจลดการใช้ยาระงับปวด (RR 0.75, 95% CI 063 ถึง 0.89, การทดลอง 2 เรื่อง, สตรี 261 คน, หลักฐานมีความเชื่อมั่นปานกลาง) การฝังเข็มอาจจะไม่มีผลต่อการช่วยคลอดทางช่องคลอด (หลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก) และอาจจะมีผลน้อยหรือไม่มีผลต่อการผ่าตัดคลอด (หลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำ)

การฝังเข็มเมื่อเทียบกับการดูแลตามปกติ

ผู้วิจัยไม่แน่ใจว่าการฝังเข็มลดความรุนแรงของอาการปวดเมื่อเทียบกับการดูแลตามปกติเพราะหลักฐานที่พบมีความเชื่อมั่นต่ำมาก (ความแตกต่างมาตรฐานเฉลี่ย (SMD) -1.31, 95% CI -2.14 ถึง -0.49, การทดลอง 4 เรื่อง, สตรี 495 คน I2 = 93%) การฝังเข็มอาจจะมีผลเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีผลต่อความพึงพอใจกับการบรรเทาอาการปวด (หลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำ) นักวิจัยมีความไม่มั่นใจว่าการฝังเข็มลดการใช้ยาระงับปวดเพราะหลักฐานที่พบมีความเชื่อมั่นต่ำมาก (RR เฉลี่ย 0.72, 95% CI 0.60 ถึง 0.85, การทดลอง 6 เรื่อง, สตรี 1059, I2 = 70%) การฝังเข็มอาจจะมีผลน้อยหรือไม่มีผลต่อการช่วยคลอดทางช่องคลอด (หลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก) และอาจจะมีผลน้อยหรือไม่มีผลต่อการผ่าตัดคลอด (หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ)

การฝังเข็มเมื่อเทียบกับการดูแลตามปกติ

การทดลองหนึ่งเรื่อง เปรียบเทียบการฝังเข็มกับไม่มีการรักษา ผู้วิจัยไมมั่นใจว่าการฝังเข็มลดความรุนแรงของความเจ็บปวด (MD -1.16, 95% CI -1.51 ถึง -0.81, สตรี 163 คน หลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก) การช่วยคลอดทางช่องคลอดหรือผ่าตัดคลอดเพราะพบว่าหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก

การฝังเข็มเมื่อเทียบกับการฉีดน้ำปราศจากเชื้อ

ผู้วิจัยไม่มั่นใจว่าการฝังเข็มมีผลต่อการใช้ยาระงับความเจ็บปวด, การช่วยคลอดทางช่องคลอดหรือผ่าตัดคลอดหรือไม่ เพราะพบว่าหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก

การกดจุดเมื่อเทียบกับการกดจุดหลอก

ผู้วิจัยไม่มั่นใจว่าการกดจุดลดความรุนแรงของความเจ็บปวดในการคลอดหรือไม่ (MD -1.93, 95% CI -3.31 ถึง -0.55, การทดลอง 6 เรื่อง สตรี 472 คน) หรือการช่วยคลอดทางช่องคลอดเพราะพบว่าหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก การกดจุดอาจจะมีผลเล็กน้อยหรือไม่มีผลต่อการใช้ยาระงับความเจ็บปวด (หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ) การกดจุดอาจจะลดอัตราการผ่าตัดคลอด (RR 0.44, 95% CI 0.27 ถึง 0.71, การทดลอง 4 เรื่อง, สตรี 313 คน หลักฐานเชื่อมั่นปานกลาง)

การกดจุดเปรียบเทียบกับการดูแลตามปกติ

ผู้วิจัยไม่มั่นใจว่าการกดจุดลดความรุนแรงของความเจ็บปวดระหว่างคลอด (SMD -1.07, 95% CI -1.45 ถึง -0.69, การทดลอง 8 เรื่อง สตรี 620 คน) หรือเพิ่มความพึงพอใจต่อการระงับความปวด (MD 1.05, 95% CI 0.75 ถึง 1.35, การทดลอง 1 เรื่อง สตรี 105 คน) เพราะพบว่าหลักฐานมีความเชื่อมั่นต่ำมาก การกดจุดอาจจะมีผลเล็กน้อยหรือไม่มีผลต่อการผ่าตัดคลอด (หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ)

การกดจุดเมื่อเทียบกับการควบคุมแบบรวม

การกดจุดอาจลดความรุนแรงของความเจ็บปวดในระหว่างการคลอดเมื่อเทียบกับการควบคุมรวม (วัดบนมาตราส่วน 0 ถึง 10 ด้วยคะแนนต่ำบ่งชี้ความเจ็บปวดน้อย) (SMD -0.42, 95% CI -0.65 ถึง -0.18, ทดลอง 2 เรื่อง, สตรี 322 คน, หลักฐานเชื่อมั่นปานกลาง) ผู้วิจัยไม่มั่นใจว่าการกดจุดมีผลต่อการใช้ยาลดความเจ็บปวด RR 0.94, 95% CI 0.71 ถึง 1.25, การทดลอง 1 เรื่อง สตรี 212 คน) ความพึงพอใจต่อการคลอด การช่วยคลอดทางช่องคลอด หรือ การผ่าตัดคลอดเพราะหลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก

ไม่มีการศึกษาที่รายงานเกี่ยวกับความรู้สึกของการควบคุมการคลอดและเพียงหนึ่งการศึกษารายงานเกี่ยวกับความพึงพอใจกับประสบการณ์การคลอด

บันทึกการแปล: 

โแปลโดย ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020

Tools
Information
Share/Save