วิธีการทางกายภาพเพื่อยับยั้งหรือลดการแพร่กระจายของไวรัสทางเดินหายใจ

การแปลนี้ไม่ทันสมัย โปรด คลิกที่นี่ เพื่อดูฉบับภาษาอังกฤษล่าสุดของการทบทวนนี้

ถึงแม้ว่าไวรัสทางเดินหายใจมักจะก่อให้เกิดโรคที่ไม่รุนแรง แต่สามารถทําให้เกิดการแพร่ระบาด ประมาณ 10% ถึง 15% ของคนทั่วโลกติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ต่อปี มีอัตราการติดเชื้อสูงถึง 50% ในระหว่างการระบาดที่สําคัญ การติดเชื้อไวรัสระบาดทั่วโลกทำให้เกิดการทําลายล้าง ในปี 2003 การระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) มีผลกระทบประมาณ 8000 คน ตาย 780 คน และทําให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมมหาศาล ในปี 2006 เชื้อ avian ตัวใหม่ H5N1 และในปี 2009 เชื้อ H1N1 ตัวใหม่ 'swine' pandemic ทำให้เกิดความวิตกกังวลทั่วโลก มาตรการเดี่ยวและอาจมีราคาแพง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้วัคซีนหรือยาต้านไวรัส) อาจจะไม่เพียงพอที่จะหยุดการแพร่กระจาย ดังนั้นผู้วิจัยจึงสืบค้นหาหลักฐานสําหรับประสิทธิผลของการป้องกันทางกายภาพอย่างง่าย (เช่นการล้างมือหรือสวมหน้ากาก) เพื่อลดการแพร่กระจายของไวรัสทางเดินหายใจรวมทั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่

ผู้วิจัยรวบรวมการศึกษา 67 เรื่อง รวมถึง randomised controlled trials และการศึกษาเชิงสังเกตการณ์ที่มีความเสี่ยงของอคติระดับต่างๆ ไม่ได้ระบุจํานวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด เนื่องจากจำนวนทั้งหมดจะประกอบด้วยชุดของข้อสังเกตที่แตกต่างกัน: ผู้เข้าร่วมและข้อสังเกตเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมและประเทศ (ข้อสังเกตของการศึกษาบางเรื่อง) ตัวเลขทั้งหมดจะทําให้เข้าใจผิด การแพร่กระจายของไวรัสทางเดินหายใจจะลดลงด้วยมาตรการสุขอนามัย (เช่นการล้างมือ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก การล้างมือบ่อยๆ ยังสามารถลดการติดต่อจากเด็กไปยังสมาชิกในครัวเรือนอื่นๆ การใช้เครื่องป้องกันในการติดต่อ เช่น การแยกและมาตรการที่ถูกสุขอนามัย (สวมหน้ากาก ถุงมือ และเสื้อกาวน์) จะมีประสิทธิผลในควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสทางเดินหายใจหรือในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาล ผู้วิจัยพบว่าไม่มีหลักฐานว่า N95 ที่มีราคาแพงกว่า ระคายเคืองและอึดอัด ดีกว่าหน้ากากผ่าตัดธรรมดา ยังไม่มีความ่ชัดเจนว่าการเพิ่ม virucidals หรือน้ำยาฆ่าเชื้อในการล้างมือปกติด้วยสบู่มีประสิทธิผลมากขึ้น มีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการคัดกรองที่ทางเข้าและการเว้นระยะทางสังคม (social distancing) (เว้นระยะอย่างน้อยหนึ่งเมตรระหว่างผู้ที่ติดเชื้อและผู้ที่ไม่ติดเชื้อ) เป็นวิธีการเพื่อลดการแพร่กระจายในช่วงการแพร่ระบาด

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

วิธีการที่เรียบง่ายและต้นทุนต่ำจะเป็นประโยชน์สําหรับการลดการแพร่ระบาดของไวรัสทางเดินหายใจ การดําเนินงานระยะยาวของมาตรการบางอย่างประเมินอาจเป็นเรื่องยากถ้าไม่มีการคุกคามของการแพร่ระบาด

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

การระบาดของไวรัสหรือระบาดอย่างกว้างขวาง (panepidemic) ของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันอย่างรุนแรงก่อให้เกิดภัยคุกคามทั่วโลก ยาต้านไวรัสและการฉีดวัคซีนอาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันการแพร่กระจาย

วัตถุประสงค์: 

ทบทวนวรรณกรรมเพื่อประเมินประสิทธิผลของวิธีการทางกายภาพเพื่อยับยั้งหรือลดการแพร่กระจายของไวรัสทางเดินหายใจ

วิธีการสืบค้น: 

ผู้วิจัยสืบค้น The Cochrane Library, the Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL 2010, Issue 3) ซึ่งรวม the Acute Respiratory Infections Group's Specialised Register, MEDLINE (1966 ถึง ตุลาคม 2010), OLDMEDLINE (1950 ถึง 1965), EMBASE (1990 ถึง ตุลาคม 2010), CINAHL (1982 ถึง ตุลาคม 2010), LILACS (2008 ถึง ตุลาคม 2010), Indian MEDLARS (2008 ถึง ตุลาคม 2010) และ IMSEAR (2008 to ตุลาคม 2010)

เกณฑ์การคัดเลือก: 

ในการปรับปรุงให้ทันสมัยนี้ ผู้ทบทวนสองคนได้ใช้เกณฑ์การรวบรวมกับบทความทั้งหมดที่พบ รวบรวมและดึงข้อมูลอย่างเป็นอิสระต่อกัน ผู้วิจัยได้ตรวจสอบงานวิจัย 3775 เรื่อง คัดออก 3560 เรื่อง และดึงเอกสารเต็มรูปแบบของการศึกษา 215 เรื่องได้รวบรวมรายงาน 66 ฉบับของการศึกษา 67 เรื่อง ผู้วิจัยรวมถึงการป้องกับทางกายภาพ (การคัดกรองที่ทางเข้า การแยก การกักกัน การเว้นระยะทางสังคม การป้องกัน (การป้องกันส่วนบุคคล สุขอนามัยมือ) เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสทางเดินหายใจ ผู้วิจัยรวม randomised controlled trials (RCTs), cohorts, case-controls, before-after และ time series studies

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้วิจัยใช้แบบฟอร์มมาตรฐานเพื่อประเมินความเหมาะสมในการนำเข้า ผู้วิจัยประเมิน RCTs โดยพิจารณาวิธีการสุ่ม allocation generation, concealment, blinding และการติดตามผู้เข้าร่วมโครงการ ผู้วิจัยประเมินงานวิจัยที่ไมใช่ RCTs โดยพิจารณาจาก potential confounders และจัดให้มีความเสี่ยงของอคติระดับ ต่ำ ปานกลางและสูง

ผลการวิจัย: 

ผู้วิจัยรวบรวมการศึกษา 67 เรื่อง รวมถึง randomised controlled trials และการศึกษาเชิงสังเกตการณ์ที่มีความเสี่ยงของอคติระดับต่างๆ ผู้วิจัยไม่ได้ระบุจํานวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด เนื่องจากจำนวนทั้งหมดจะประกอบด้วยชุดของข้อสังเกตที่แตกต่างกัน: ผู้เข้าร่วมและข้อสังเกตเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมและประเทศ (ข้อสังเกตของการศึกษาบางเรื่อง) ความเสี่ยงของอคติสําหรับ RCTs และส่วนใหญ่ของ cluster RCTs อยู่ในระดับสูง การศึกษาเชิงสังเกตการณ์มีคุณภาพหลากหลาย เฉพาะข้อมูลจาก case control studies เท่านั้นที่เพียงพอที่จะสามารถทำ meta-analysis ได้ Cluster RCT ที่มีคุณภาพสูงสุดเสนอว่าการแพร่กระจายของไวรัสทางเดินหายใจจะลดลงด้วยมาตรการสุขอนามัย (เช่นการล้างมือ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก ประโยชน์จากการลดการติดต่อจากเด็กไปยังสมาชิกในครัวเรือนได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากการศึกษาแบบอื่นๆ ที่มีโอกาสมีผลจาก confounding มากกว่า การศึกษาแบบ case control เก้าเรื่องเสนอว่า การใช้สิ่งขัดขวางการแพร่เชื้อ การแยกตัว และมาตรการสุขอนามัย มีประสิทธิภาพที่จะกำจัดวงการระบาดของไวรัสทางเดินหายใจ หน้ากากผ่าตัดหรือ N95 respirators เป็นมาตรการสนับสนุนที่พบสม่ำเสมอและครอบคลุมมากที่สุด N95 respirators ไม่ด้อยกว่าหน้ากากผ่าตัดแบบง่าย แต่มีราคาแพงกว่า ทำให้อึดอัดและระคายเคืองต่อผิวหนังมากกว่า การเพิ่ม virucidals หรือน้ำยาฆ่าเชื้อในการล้างมือปกติเพื่อลดการติดต่อโรคทางเดินหายใจยังคงไม่แน่นอนว่าจะได้ประโยชน์ มาตรการระดับโลก เช่น การคัดกรองที่ทางเข้า อาจทำให้การแพร่กระจายช้าลงเล็กน้อยและไม่มีนัยสำคัญ มีหลักฐานที่จํากัดว่าการเว้นระยะทางสังคม (social distancing) มีประสิทธิผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของการสัมผัส

บันทึกการแปล: 

แปลโดย ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที 23 มีนาคม 2020

Share/Save