การปรับปรุงระบบข้อมูลสุขภาพที่ทำตามปกติเพื่อเสริมสร้างการจัดการระบบสุขภาพ

เพื่อให้บริการและระบบด้านสุขภาพทำงานได้ดี ผู้จัดการจำเป็นต้องมีระบบข้อมูลที่ทำเป็นประจำที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่าบริการเหล่านี้ทำงานได้ดีเพียงใดและสนับสนุนการใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงบริการ จุดมุ่งหมายของการทบทวนวรรณกรรม Cochrane นี้คือเพื่อดูว่าวิธีการต่างๆในการปรับปรุงระบบข้อมูลที่ทำเป็นประจำสามารถปรับปรุงคุณภาพและการใช้ข้อมูลนี้ รวมถึงคุณภาพและการใช้บริการด้านสุขภาพได้หรือไม่ ผู้ทบทวนเก็บรวบรวมและวิเคราะห์การศึกษาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ โดยพบการศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 6 เรื่อง

ใจความสำคัญ

การเปลี่ยนจากระบบข้อมูลที่ใช้กระดาษเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลอาจช่วยให้เจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาลสามารถรวบรวมข้อมูลสุขภาพที่ทำประจำบางประเภทได้เร็วขึ้นและมีข้อผิดพลาดน้อยลง แต่ยังขาดหลักฐานมากมาย และเรายังจำเป็นต้องทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของแนวทางต่างๆที่มีต่อคุณภาพข้อมูลและการใช้งาน และคุณภาพของบริการด้านการดูแลสุขภาพและระบบสุขภาพที่กว้างขึ้น

ในการทบทวนวรรณกรรมนี้สิ่งที่ศึกษาคืออะไร

เจ้าหน้าที่ในสถานพยาบาลมักจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่พวกเขาให้เป็นประจำ ซึ่งมักจะรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยและชนิดของการรักษาและการทดสอบที่ได้รับ ผู้จัดการในระดับต่างๆของระบบสุขภาพก็รวบรวมข้อมูล เช่น เกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล การเงิน ยาและระบบการจัดหา จากนั้นผู้จัดการสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีจัดระเบียบและปรับปรุงบริการ สิ่งนี้เรียกว่า“ ระบบข้อมูลสุขภาพประจำ” มักเป็นระบบที่ใช้กระดาษ แต่สามารถรวบรวมข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน

ในหลายประเทศ ระบบงานประจำเหล่านี้ทำงานได้ไม่ดี ซึ่งมักเป็นเพราะข้อมูลมีคุณภาพไม่ดีหรือไม่มีประโยชน์ ในกรณีที่มีข้อมูลที่มีคุณภาพดี ผู้จัดการก็ไม่ได้ใช้ข้อมูลสม่ำเสมอ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อปรับปรุงการบริการ อาจเป็นเพราะพวกเขามีปัญหาในการเข้าถึงข้อมูล ขาดทักษะในการใช้ข้อมูลอย่างถูกต้อง หรือไม่ได้รับการกระตุ้นหรือสนับสนุนในการใช้ข้อมูล

ในการทบทวนนี้เราได้พิจารณาวิธีการต่างๆในการปรับปรุงระบบข้อมูลสุขภาพที่ทำเป็นประจำและผลกระทบที่มีต่อคุณภาพและการใช้ข้อมูลและคุณภาพของการบริการด้านการดูแลสุขภาพและระบบสุขภาพที่กว้างขึ้น

ผลลัพธ์หลักของการทบทวนวรรณกรรมคืออะไร

ผู้ประพันธ์การทบทวนวรรณกรรมพบการศึกษาที่เกี่ยวข้อง 6 รายการ จากประเทศในแอฟริกาและอเมริกาใต้ การศึกษาบางรายการประเมินว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่าระบบที่ใช้กระดาษหรือไม่ การศึกษาบางส่วนยังพิจารณาถึงวิธีอื่น ๆ ในการปรับปรุงระบบ เช่น การใช้ระบบโทรศัพท์มือถือ SMS เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ แจ้งระบบส่วนกลางเกี่ยวกับระดับอุปทาน ลงทะเบียนผู้ป่วย หรือติดตามสุขภาพของผู้ป่วย

ระบบประเภทนี้มีผลอย่างไรต่อคุณภาพและการใช้ข้อมูลที่รวบรวมและคุณภาพของบริการสุขภาพและระบบ

- เมื่อเจ้าหน้าที่ด้านการดูแลสุขภาพใช้ระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลในการจัดทำเอกสารและสื่อสารผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการวัณโรค (TB) เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้กระดาษอาจมีการรายงานผลการทดสอบได้เร็วขึ้นและมีข้อผิดพลาดโดยรวมน้อยลง แต่เราไม่ทราบว่าระบบใหม่เหล่านี้ทำให้ความผิดพลาดร้ายแรงน้อยลงหรือไม่ (เช่น การให้ผลการทดสอบที่ไม่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยเมื่อย้ายข้อมูลจากระบบห้องปฏิบัติการไปยังระบบคลินิก) เนื่องจากความเชื่อมั่นของหลักฐานต่ำมาก

- เมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชนได้รับการส่งข้อความ (SMS) บ่อยครั้งเพื่อกระตุ้นให้พวกเขารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ การเกิด และการเสียชีวิตของทารกแรกเกิด สิ่งนี้อาจสร้างความแตกต่างเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลยกับคุณภาพของข้อมูลที่รายงานเมื่อเทียบกับข้อความทีบ่อยน้อยกว่า

เราไม่รู้ว่าผลกระทบของแนวทางอื่นในการปรับปรุงระบบมีผลอย่างไรต่อคุณภาพข้อมูล และการใช้งาน หรือคุณภาพของบริการเนื่องจากไม่มีหลักฐานหรือมีความเชื่อมั่นต่ำมาก

ความเป็นปัจจุบันของการทบทวนวรรณกรรมนี้เป็นอย่างไร

ผู้ทบทวนสืบค้นการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์จนถึงเดือนพฤษภาคม 2019

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

การทบทวนวรรณกรรมบ่งชี้ถึงผลที่หลากหลายของวิธีการทางเทคนิคส่วนใหญ่เพื่อปรับปรุงคุณภาพของข้อมูล โดยมีช่องว่างในหลักฐานเกี่ยวกับวิธีการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการระบบสุขภาพที่มีข้อมูล มีช่องว่างในการศึกษาการสนับสนุนข้อมูลนอกเหนือจากการจัดการทางคลินิก เช่น สำหรับทรัพยากรบุคคล การเงิน การจัดหายาและการกำกับดูแล เราจำเป็นต้องมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับกลไกเชิงสาเหตุซึ่งการสนับสนุนข้อมูลอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจในการบริหาร เพื่อแจ้งการออกแบบวิธีการและวิธีการประเมินผล

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

ระบบข้อมูลสุขภาพที่ทำเป็นประจำที่ทำงานได้ดี (RHIS) สามารถให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจัดการระบบสุขภาพ สำหรับการกำกับดูแล ความรับผิดชอบ การวางแผน การกำหนดนโยบายการเฝ้าระวังและการปรับปรุงคุณภาพ แต่การสนับสนุนข้อมูลที่ไม่ดีได้ถูกพบว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการปรับปรุงการจัดการระบบสุขภาพ

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินผลของวิธีการเพื่อปรับปรุงระบบข้อมูลสุขภาพที่ทำเป็นประจำในแง่ของประสิทธิภาพของ RHIS และในแง่ของประสิทธิภาพการจัดการระบบสุขภาพที่ดีขึ้นและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของผู้ป่วยและประชากรที่ดีขึ้น

วิธีการสืบค้น: 

เราค้นฐานข้อมูล Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL) ใน the Cochrane Library, MEDLINE Ovid และ EMBASE Ovid ถึงพฤษภาคม 2019 เราค้นหา Global Health, Ovid และ PsycInfo ในเดือนเมษายน 2016 ในเดือนมกราคม 2020 เราค้นหา grey literature ในรายงาน Grey Literature และใน OpenGrey และสำหรับการทดลองที่กำลังดำเนินการโดยใช้ International Clinical Trials Registry Platform (ICTRP) และ ClinicalTrials.gov ในเดือนตุลาคม 2019 เราได้ทำการสืบค้นเอกสารอ้างอิงโดยใช้ Web of Science และการค้นหา 'บทความที่คล้ายกัน' ใน PubMed

เกณฑ์การคัดเลือก: 

การทดลองแบบสุ่มและไม่สุ่มที่มีกลุ่มควบคุม การศึกษาแบบควบคุมก่อน - หลัง และการศึกษาอนุกรมเวลาเปรียบเทียบวิธีการจัดการระบบข้อมูลสุขภาพที่ทำเป็นประจำ กับกลุ่มควบคุมในสถานพยาบาลปฐมภูมิ โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการสุขภาพชุมชน ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่คลินิกและผู้บริหาร การจัดการระดับเขต และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนที่ใช้ระบบข้อมูลที่ทำเป็นประจำ

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้ทบทวนวรรณกรรม 2 คนทำการเลือกการศึกษาเพื่อรอรวบรวมนำเข้า คัดลอกข้อมูลจากการศึกษาที่นำเข้า และประเมินความเสี่ยงของการมีอคติ อย่างเป็นอิสระต่อกัน วิธีการที่ใช้และผลลัพธ์มีความแตกต่างกันมากเกินไปในระหว่างการศึกษาที่จะให้สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงร่วมกันได้ เรานำเสนอตาราง 'สรุปผลการค้นพบ' สำหรับการเปรียบเทียบวิธีการแต่ละอย่าง ซึ่งแบ่งประเภทอย่างกว้าง ๆ ออกเป็นด้านเทคนิคและองค์กร (หรือรวมกัน) และรายงานผลลัพธ์เกี่ยวกับคุณภาพข้อมูลและคุณภาพการบริการ ผู้วิจัยประเมินความเชื่อมั่นของหลักฐานที่ได้โดยวิธี GRADE

ผลการวิจัย: 

เราได้รวมการศึกษาไว้ 6 รายการ: การทดลองแบบสุ่มกลุ่ม 4 รายการ และการศึกษาก่อน - หลังที่มีการควบคุม 2 รายการจากแอฟริกาและอเมริกาใต้ การศึกษา 3 รายการประเมินวิธีการทางเทคนิค การศึกษา 1 รายการประเมินวิธีการขององค์กร และการศึกษา 2 รายการประเมินการรวมระหว่างวิธีการทางเทคนิคและองค์กร การศึกษา 4 รายการรายงานเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูลและการศึกษา 6 รายการรายงานเกี่ยวกับคุณภาพการบริการ

ในแง่ของคุณภาพข้อมูลระบบข้อมูลห้องปฏิบัติการวัณโรคอิเล็กทรอนิกส์บนเว็บอาจช่วยลดระยะเวลาในการรายงานผลการทดสอบวัณโรคและอาจช่วยลดอัตราการบันทึกผิดพลาดโดยรวมของผลการทดสอบวัณโรคเมื่อเทียบกับระบบที่ใช้กระดาษ (หลักฐานความเชื่อมั่นปานกลาง) เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลของระบบข้อมูลห้องปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์ต่ออัตราการบันทึกข้อผิดพลาดร้ายแรง (การระบุผิดพลาด) สำหรับผลการทดสอบวัณโรคเมื่อเทียบกับระบบที่ใช้กระดาษ (มีหลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก) ข้อผิดพลาดในการระบุไม่ถูกต้องเป็นความไม่ถูกต้องในการถ่ายโอนผลการทดสอบระหว่างทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์และรายงานทางคลินิกของผู้ป่วย นอกจากนี้เรายังไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลกระทบของวิธีการต่อคุณภาพการบริการ (ระยะเวลาในการเริ่มหรือเปลี่ยนแปลงการรักษาวัณโรคของผู้ป่วย) (มีหลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก)

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาอาจช่วยให้ระยะเวลาในการรายงานผลการทดสอบวัณโรคดีขึ้น และอาจช่วยลดความถี่รวมของข้อผิดพลาดในการบันทึกผลการทดสอบวัณโรคระหว่างสมุดบันทึกในห้องปฏิบัติการและระบบบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้กระดาษ ( หลักฐานที่มีความเชื่อมั่นปานกลาง) อย่างไรก็ตาม เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลของวิธีการต่ออัตราการบันทึกข้อผิดพลาดร้ายแรง (การระบุผิดพลาด) ระหว่างสมุดบันทึกในห้องปฏิบัติการและการบันทึกข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เทียบกับระบบที่ใช้กระดาษ (มีหลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก)

เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลของระบบข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาลที่มีต่อคุณภาพการบริการ (ระยะเวลาที่ผู้ป่วยนอกใช้ในโรงพยาบาล ระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาลและการจัดเก็บรายได้ของโรงพยาบาล) เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้กระดาษ (มีหลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก)

การส่งข้อความสั้นความเข้มสูง (SMS) อาจสร้างความแตกต่างเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยกับคุณภาพของข้อมูล (ในแง่ของความสมบูรณ์ของเอกสารเกี่ยวกับผลลัพธ์การตั้งครรภ์) เมื่อเทียบกับการส่งข้อความสั้น ๆ ที่มีความเข้มต่ำ (หลักฐานที่มีความเชื่อมั่นต่ำ)

เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลของการแจ้งสต็อกยาทางอิเล็กทรอนิกส์ (ด้วยการสนับสนุนการจัดการข้อมูลหรือการสนับสนุนการถ่ายโอนผลิตภัณฑ์) ต่อคุณภาพการบริการ (ในแง่ของการขนส่งสต็อกและระดับสต็อก) เมื่อเทียบกับการแจ้งสต็อกแบบกระดาษ (มีหลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก)

เราไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลของการเสริมสร้างข้อมูลด้านสุขภาพ (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการปรับปรุงคุณภาพบริการโดยรวม) ต่อคุณภาพบริการ (แรงจูงใจของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ การได้รับการฝึกอบรมโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คะแนนดัชนีข้อมูลสุขภาพ คุณภาพของการสังเกตทางคลินิกของเด็กและผู้ใหญ่ ) (หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำมาก)

บันทึกการแปล: 

แปลโดย ศ.นพ. ภิเศก ลุมพิกานนท์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 13 กันยายน 2020

Tools
Information
Share/Save