แปรงสีฟันไฟฟ้าเปรียบเทียบกับแปรงสีฟันธรรมดาสำหรับรักษาสุขภาพช่องปาก

คำถามของการทบทวนวรรณกรรม

การทบทวนวรรณกรรมนี้จัดทำขึ้นเพื่อประเมินผลของการใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าเปรียบเทียบกับการใช้แปรงสีฟันธรรมดาสำหรับรักษาสุขภาพช่องปาก

ความเป็นมา

สุขอนามัยช่องปากที่ดีด้วยการกำจัดคราบจุลินทรีย์ (แผ่นฟิล์มเหนียวที่มีแบคทีเรีย) ด้วยการแปรงฟันอย่างมีประสิทธิภาพมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคเหงือกและฟันผุ คราบจุลินทรีย์เป็นสาเหตุหลักของโรคเหงือกอักเสบ (การอักเสบของเหงือก) และมีส่วนเกี่ยวข้องในการลุกลามของโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งเป็นโรคเหงือกรูปแบบที่รุนแรงมากซึ่งส่งผลต่อเนื้อเยื่อที่รองรับฟัน การสะสมของคราบพลัคสามารถนำไปสู่ฟันผุได้ ทั้งโรคเหงือกและฟันผุเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียฟัน

แปรงสีฟันไฟฟ้ามีหลายประเภทให้เลือกใช้ทั่วไป โดยมีราคาและรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน แปรงสีฟันไฟฟ้าแต่ละแบบทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกัน (เช่น เคลื่อนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งหรือเป็นวงกลม) แปรงสีฟันไฟฟ้ายังมีราคาแตกต่างกันอย่างมาก สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าแปรงสีฟันไฟฟ้ามีประสิทธิภาพในการขจัดคราบพลัคมากกว่าแปรงสีฟันปกติหรือไม่ และใช้ช่วยลดการอักเสบของเหงือก (โรคเหงือกอักเสบ) และป้องกันหรือชะลอการลุกลามของโรคปริทันต์อักเสบได้หรือไม่

ลักษณะของการศึกษา

ผู้เขียนจาก Cochrane Oral Health Group ดำเนินการทบทวนวรรณกรรมของการศึกษาที่มีอยู่นี้ และหลักฐานเป็นปัจจุบันถึงวันที่ 23 มกราคม 2014 การศึกษา 56 ฉบับ ที่เผยแพร่ช่วงระหว่างปี 1964 ถึง 2011 โดยมีผู้เข้าร่วม 5068 คนที่ถูกสุ่มเข้ากลุ่มที่ได้ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าหรือแปรงสีฟันธรรมดา การศึกษาส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในผู้ใหญ่ และการศึกษามากกว่า 50% ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าประเภทเดียวซึ่งมีโหมดการหมุนแบบสั่น (โดยที่หัวแปรงหมุนไปมาสลับทิศทาง)

ผลการศึกษาที่สำคัญ

หลักฐานที่ได้มาแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าเมื่อเปรียบเทียบกับแปรงสีฟันธรรมดา คราบพลัคลดลง 11% เมื่อใช้ไป 1 ถึง 3 เดือน และคราบพลัคลดลง 21% เมื่อประเมินหลังจากใช้ไปแล้ว 3 เดือน โรคเหงืออักเสบลดลง 6% เมื่อใช้ไป 1 ถึง 3 เดือน และลดลง 11% เมื่อประเมินหลังจากใช้ไปแล้ว 3 เดือน ประโยชน์ในระยะยาวของของสุขภาพฟันยังไม่ชัดเจน

มีงานวิจัยเพียงไม่กี่ฉบับที่รายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียง ผลข้างเคียงที่รายงานใดๆ พบแค่เฉพาะตำแหน่งและเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

คุณภาพของหลักฐาน

หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคราบจุลินทรีย์และโรคเหงือกอักเสบถือว่ามีคุณภาพปานกลาง

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

แปรงสีฟันไฟฟ้าช่วยลดคราบฟันและโรคเหงือกอักเสบได้มากกว่าการแปรงฟันด้วยตนเองทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ความสำคัญทางคลินิกของการค้นพบเหล่านี้ยังไม่ชัดเจน หลักเกณฑ์ด้านระเบียบวิธีที่สังเกตได้และมาตรฐานการออกแบบที่ดีขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งการทดลองและการวิเคราะห์เมตต้าในอนาคต

มีการรายงาน ค่าใช้จ่าย ความน่าเชื่อถือ และผลข้างเคียงที่ไม่สอดคล้องกัน ผลข้างเคียงที่รายงาน พบเฉพาะตำแหน่งและเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

การขจัดคราบฟันอาจมีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพช่องปาก มีหลักฐานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับข้อได้เปรียบของการแปรงฟันแบบทั่วไปและแบบใช้ไฟฟ้าในการบรรลุเป้าหมายนี้ การปรับปรุงของ Cochrane Review ที่เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2003 และปรับปรุงก่อนหน้านี้ในปี 2005

วัตถุประสงค์: 

เพื่อเปรียบเทียบแปรงสีฟันแบบทั่วไปและแบบใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยคนทุกวัย โดยเกี่ยวข้องกับการขจัดคราบฟัน สุขภาพของเหงือก การย้อมสีและแคลคูลัส ความเชื่อถือได้ ผลข้างเคียง และค่าใช้จ่าย

วิธีการสืบค้น: 

เราสืบค้นฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์: Cochrane Oral Health Group's Trials Register (ถึง 23 มกราคม 2014), the Cochrane Central Register of Controlled Trials (CENTRAL) ( The Cochrane Library 2014, ฉบับที่ 1), MEDLINE via OVID (1946 ถึง 23 มกราคม 2014), EMBASE via OVID (1980 ถึง 23 มกราคม 2014) และ CINAHL via EBSCO (1980 ถึง 23 มกราคม 2014) เราสืบค้นใน US National Institutes of Health Trials Registry (ClinicalTrials.gov) และ the World Health Organization International Clinical Trials Registry เพื่อสืบค้นการทดลองที่กำลังดำเนินการอยู่ ไม่มีข้อจำกัดทางด้านภาษาหรือวันที่เผยแพร่ในการค้นหาฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เกณฑ์การคัดเลือก: 

การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมอย่างน้อย 4 สัปดาห์ของการแปรงฟันไฟฟ้าโดยไม่ได้รับการควบคุมเทียบกับการแปรงฟันทั่วไปเพื่อสุขภาพช่องปากในเด็กและผู้ใหญ่

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

เราใช้ขั้นตอนระเบียบวิธีการมาตรฐานของ Cochrane Collaboration มีการใช้ random-effects models โดยมีเงื่อนไขว่ามีการศึกษา 4 ฉบับขึ้นไปรวมในการวิเคราะห์เมตต้า หรือใช้แบบจำลองผลกระทบคงที่ ข้อมูลถูกจัดประเภทเป็นระยะสั้น (1 ถึง 3 เดือน) และระยะยาว (มากกว่า 3 เดือน)

ผลการวิจัย: 

การศึกษาทดลอง 56 ฉบับเข้าเกณฑ์การคัดเลือก การศึกษาทดลอง 51 ฉบับ มีผู้เข้าร่วม 4624 คนให้ข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์เมตต้า การศึกษาทดลอง 5 ฉบับมีความเสี่ยงของการมีอคติต่ำ อีก 5 ฉบับมีความเสี่ยงของการมีอคติสูง และ 46 ฉบับมีความเสี่ยงของการมีอคติที่ไม่ชัดเจน

มีหลักฐานคุณภาพปานกลางว่าแปรงสีฟันไฟฟ้าให้ประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับแปรงสีฟันธรรมดาโดยคำนึงจากการลดคราบจุลินทรีย์ทั้งในระยะสั้น (ผลต่างค่าเฉลี่ยมาตรฐาน (SMD) -0.50 (ช่วงความเชื่อมั่น 95% (CI) -0.70 ถึง - 0.31); การศึกษาทดลอง 40 ฉบับ, n = 2871) และระยะยาว (SMD -0.47 (95% CI -0.82 ถึง -0.11; การทดลอง 14 ฉบับ, n = 978) ผลลัพธ์เหล่านี้สอดคล้องกับคราบฟันลดลงสำหรับดัชนี Quigley Hein (Turesky) ในระยะสั้นลดลง 11% และในระยะยาวลดลง 21% การวิเคราะห์เมตต้าทั้งสองแสดงให้เห็นถึงระดับความหลากหลายที่สูง (I 2 = 83% และ 86% ตามลำดับ) ซึ่งไม่ได้อธิบายความแตกต่างประเภทแปรงสีฟันไฟฟ้าในกลุ่มย่อย

เกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบ มีหลักฐานคุณภาพปานกลางว่าแปรงสีฟันไฟฟ้าให้ประโยชน์ที่มีนัยสำคัญทางสถิติอีกครั้งเมื่อเปรียบเทียบกับแปรงสีฟันธรรมดาทั้งในระยะสั้น (SMD -0.43 (95% CI -0.60 ถึง -0.25) การทดลอง 44 ฉบับ, n = 3345 ) และระยะยาว (SMD -0.21 (95% CI -0.31 ถึง -0.12); การทดลอง 16 ฉบับ, n = 1645) ซึ่งสอดคล้องกับการลดลง 6% และ 11% ของโรคเหงือกอักเสบสำหรับดัชนี Löe และ Silness ตามลำดับ การวิเคราะห์เมตต้าทั้งสองแสดงให้เห็นถึงระดับความหลากหลายที่สูง (I 2 = 82% และ 51% ตามลำดับ) ซึ่งไม่ได้อธิบายความแตกต่างประเภทแปรงสีฟันไฟฟ้าในกลุ่มย่อย

จำนวนการศึกษาทดลองสำหรับแปรงสีฟันไฟฟ้าแต่ละประเภทแตกต่างกันไป: โยกไปมา (การทดลอง 10 ฉบับ) การแกว่งสวนทาง (การทดลอง 5 ฉบับ) การหมุนแกว่ง (การทดลอง 27 ฉบับ) หมุนเป็นวงกลม (การทดลอง 2 ฉบับ) อัลตราโซนิก (การทดลอง 7 ฉบับ) ไอออนิก (การทดลอง 4 ฉบับ) และไม่ทราบ (การทดลอง 5 ฉบับ) หลักฐานที่สำคัญที่สุดคือการแปรงแบบหมุนแกว่งซึ่งแสดงให้เห็นว่าคราบฟันและโรคเหงือกอักเสบลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งสองเวลา

บันทึกการแปล: 

แปลโดย นายฎลกร จำปาหวาย วันที่ 10 พฤษภาคม 2024

Tools
Information