การแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยและผลลัพธ์ของโรคจิตเภท: หลักฐานจากการทดลองทางคลินิกที่ออกแบบการวิจัยมาอย่างดี

ความเป็นมา

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมีหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยในแบบที่ผู้ป่วยสามารถเข้าใจได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาวะการเจ็บป่วยอยุ่ในระยะอาการรุนแรงและมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต โรคจิตเภทและความผิดปกติที่คล้ายคลึงกันเป็นความเจ็บป่วยทางจิตที่ร้ายแรงซึ่งอาจมีผลกระทบในระยะยาวและรบกวนต่อการดำเนินชีวิตของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล วิธีที่คน ๆ หนึ่งได้รับแจ้งว่าพวกเขาเป็นโรคร้ายแรงและการอยู่กับความเจ็บป่วยนี้จะมีความหมายอย่างไรสำหรับพวกเขา อาจส่งผลกระทบต่อวิธีที่พวกเขาจะยอมรับการวินิจฉัยโรคและแผนการรักษาของพวกเขา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวและผลลัพธ์ในระยะยาว ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานเกี่ยวกับวิธีที่ดีที่สุดในการเปิดเผยการวินิจฉัยโรคจิตเภท

การสืบค้นหลักฐาน

ในเดือนมิถุนายน 2015 และมิถุนายน 2016 เราได้สำรวจงานวิจัยทางการแพทย์และงานวิจัยที่ได้ลงทะเบียนตามการศึกษาของ Cochrane Schizophrenia Group โดยใช้คำสำคัญที่เหมาะสมเพื่อสืบค้นการศึกษาใด ๆ ที่มีการประเมินวิธีการที่แนะนำหรือช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในการแจ้งข่าวเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคจิตเภท เราสืบค้นการทดลองที่มีการสุ่มและมีกลุ่มควบคุมโดยเฉพาะเนื่องจากถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด (วิธีมาตรฐาน) ในการประเมินผลของการรักษา เราค้นพบงานวิจัยที่เผยแพร่ 44 รายการและตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ จากงานวิจัยเหล่าน ี้เราได้รับรายงานการวิจัยเชิงทดลองฉบับเต็มทั้งหมด 7 ฉบับ และเราคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามการศึกษาเหล่านี้ไม่สามารถนำมารวมอยู่ในการทบทวนนี้ได้

บทสรุป

ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถใช้ข้อมูลที่มีคุณภาพและมีหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นแนวทางในการแจ้งข่าวและแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคทางกายที่มีความร้ายแรง อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานดังกล่าวเกี่ยวกับการแจ้งข่าวและแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคจิตเภท นี่เป็นช่องว่างที่สำคัญในความรู้ที่ต้องให้ความสนใจและจำเป็นต้องมีการศึกษาในประเด็นนี้

ข้อสรุปของผู้วิจัย: 

การสื่อสารที่ดีเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคอาจส่งผลต่อการวางแผนการรักษา การปฏิบัติตามแผนการรักษาและผลลัพธ์ของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของเงื่อนไขต่างๆ เช่น โรคจิตเภทซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตสำหรับทั้งผู้ที่เป็นโรคจิตเภทและผู้ดูแล ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ได้มาจากการค้นพบจาก RCTs ที่ประเมินผลของกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อเปิดเผยการวินิจฉัยโรคจิตเภทและความผิดปกติที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องมีการวิจัยในประเด็นนี้อย่างยิ่ง

อ่านบทคัดย่อฉบับเต็ม
บทนำ: 

การวินิจฉัยโรคที่ร้ายแรงเป็นทักษะที่สำคัญที่พบมากในด้านการแพทย์รวมถึงสุขภาพจิตด้วย การวิจัยพบว่าทักษะการสื่อสารสามารถส่งผลต่อการระลึกถึงของบุคคลและความเข้าใจเกี่ยวกับการวินิจฉัย ทางเลือกในการรักษาและการพยากรณ์โรค ผู้คนอาจรู้สึกสับสนและงงงวยเมื่อข้อมูลเกี่ยวกับความเจ็บป่วยของพวกเขาไม่ได้รับการสื่อสารอย่างเหมาะสม การแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคทางจิตที่ร้ายแรงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง ลักษณะของความเจ็บป่วยทางจิตมักอธิบายได้ยากเนื่องจากการอธิบายสาเหตุของการเกิดโรคยังไม่ชัดเจนและตัวเลือกการรักษาและการพยากรณ์โรคอาจมีความแตกต่างกันอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้ป่วยจิตเวชที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยโรคซึ่งยังมีอาการอยู่มักไม่ยอมรับการวินิจฉัยโรคเนื่องจากขาดการตระหนักรู้ในตนเองหรือการถูกตีตราอันเนื่องจากการเจ็บป่วยทางจิต มีกิจกรรมการทดลองหลายงานที่มีเป้าหมายช่วยแพทย์ในการสื่อสารการวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้กับผู้ใช้บริการ อย่างไรก็ตามมีองค์ความรู้ที่มีความเฉพาะในการสื่อสารการวินิจฉัยโรคจิตเภท

วัตถุประสงค์: 

เพื่อประเมินหลักฐานจากการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (RCTs) สำหรับประสิทธิภาพของกลยุทธ์การสื่อสารต่างๆที่แพทย์ใช้เพื่อแจ้งให้ผู้คนทราบเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคและผลของโรคจิตเภทเปรียบเทียบกับการรักษาตามปกติและเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างกลยุทธ์การสื่อสารที่แตกต่างกัน

วิธีการสืบค้น: 

ผู้วิจัยสืบค้นใน Cochrane Schizophrenia Group's Study-Based Register of Trials (ในวันที่ 22 มิถุนายน 2015 และ 29 มิถุนายน 2016) นอกจากนี้เรายังสืบค้นจากแหล่งข้อมูลที่เป็นงานวิจัยที่เผยแพร่ในวงจำกัดหรือไม่ได้เผยแพร่ (เช่นดุษฎีนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ รายงานทางคลินิก รายงานการประเมินผลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ แนวทางปฏิบัติทางคลินิก และรายงานจากหน่วยงานกำกับดูแล)

เกณฑ์การคัดเลือก: 

เราวางแผนที่จะรวม RCT ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคจิตเภทหรือความผิดปกติที่เกี่ยวข้องรวมถึง schizophreniform disorder, schizoaffective disorder and delusional disorder การทดลองที่มีการตรวจสอบผลของกลยุทธ์การสื่อสารหรือกลยุทธ์ที่ช่วยให้แพทย์ให้ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคจิตเภท (ซึ่งอาจรวมถึงการสื่อสารเกี่ยวกับตัวเลือกการรักษาที่มีให้และการพยากรณ์โรค)

การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล: 

ผู้เขียนบทวิจารณ์ทำงานอย่างเป็นอิสระต่อกันในการตรวจสอบรายงานทั้งหมดจากผลการสืบค้นการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เราวางแผนในการคัดลอกข้อมูลอย่างอิสระ สำหรับผลลัพธ์ชนิดที่มีสองคำตอบ เราทำการคำนวณสัดส่วนความเสี่ยง (risk ratio; RR) และช่วงความเชื่อมั่น 95% (95% CI) โดยวิธีวิเคราะห์แบบ intention-to-treat สำหรับข้อมูลแบบต่อเนื่องจะรายงานด้วยความแตกต่างของค่าเฉลี่ย (mean difference; MD) ระหว่างกลุ่มและค่า 95% CIs เราใช้แบบจำลองแบบสุ่ม (random-effects model) สำหรับการวิเคราะห์ทั้งหมด เราวางแผนที่จะประเมินความเสี่ยงของอคติสำหรับการศึกษาที่นำมาทบทวน เราสร้างตารางสรุปผลการวิจัยโดยใช้ GRADE

ผลการวิจัย: 

การสืบค้นสามารถพบการศึกษา 44 รายการซึ่งดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับจุดมุ่งหมายของการทบทวนวรรณกรรมในครั้งนี้ เราได้รับรายงานฉบับเต็มสำหรับการศึกษาที่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นไปตามเกณฑ์จำนวน 7 เรื่อง อย่างไรก็ตามหลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่มีการศึกษาใดที่ตรงตามเกณฑ์การคัดเลือก

บันทึกการแปล: 

ผู้แปล สมพร รุ่งเรืองกลกิจ ภาควิชาการพยาบาลจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 25 เมษายน 2021

Tools
Information